Summary
เป็นอีกหนึ่งวงอิสระที่ทำผลงานได้สะดุดตามาตั้งแต่รอบรองชนะเลิศ กระทั่งเดินทางมาถึงรอบไฟนอลฯ ที่วงงัดเอาทั้งความสนุกสดใสมาโปรยบนเวที จนสามารถคว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 มาครอง หลังจากได้ตั้งวงคุยกันอย่าง “มันส์” กับชาว Snap6 ทั้ง 7 คน บอกได้เลยว่า “เอ็นดูไม่ไหว” กับพลังงานล้นๆ ที่เต็มไปด้วยความสุขของน้องๆ

การรวมตัวของ Snap6 เริ่มต้นที่สถาบันดนตรี “เล่นวง” โดยสมาชิกทั้ง 6 คนผ่านเข้าวงมาจากการออดิชัน และออกตระเวนแสดงฝีมือตามพื้นที่สำหรับเยาวชนอยู่ 3 ปีเพื่อปูประสบการณ์ ก่อนขยับมาอยู่ภายใต้การดูแลของ ครูเอ้ (สยุมภู นิลวรรณ) พร้อมเพิ่มสมาชิกเข้ามาเป็น 7 ด้วยเป้าหมายเพื่อลงแข่งที่สนาม THE POWER BAND 2026 SEASON 6 จัดโดย คิง เพาเวอร์ ไทย เพาเวอร์ พลังคนไทย ร่วมกับวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล ภายใต้แนวคิด “Infinite Music Possibilities: พลังดนตรี เป็นไปได้ ไม่สิ้นสุด”
“ที่มาเรียนกับครูเอ้ เพราะว่าเราอยากพัฒนาวง อยากลองให้ครูเอ้ช่วยปรับปรุงวงเราเวลาไปแข่ง เราอยากบรรลุเป้าหมายบ้างค่ะ” เสียงของ เพลง – ปวีร์นุช นาคทอง มือกีตาร์บอกเป้าหมายแรก ส่วนเพื่อนร่วมวงอีก 6 คนของ Snap6 ประกอบด้วย นิดา วรเนตร (ร้องนำ) เติมเต็ม เทียนอิน (ร้องนำ) นิตตา – พนิตตา ธัญมงคลสวัสดิ์ (คีย์บอร์ด) ซัน – พศิน ธัญมงคลสวัสดิ์ (กลอง) 3D – ธีดี กุลบุศย์ (เบส) และ กล้า – พัชรวัฒน์ ศราภัยวานิช (แซกโซโฟน)
นิดาเสริมเหตุผลที่ครูเอ้มาคุมวงในการแข่งครั้งนี้ เพราะมือเบสคนเก่าและเพลงเรียนดนตรีกับครูเอ้อยู่ก่อนแล้ว เลยอยากให้ครูมาช่วยดูภาพรวมให้ “เมื่อก่อนเราไม่ได้แข่งค่ะ ที่สถาบันเขาเปิดพื้นที่ให้พวกเราไปแสดงออกที่ เซ็นทรัลเวิลด์ ที่สยาม… เหมือนเขาปูทางให้เรา เมื่อก่อนเราก็ไม่ได้มีความมั่นใจที่จะมาแข่งขันขนาดนี้”

“เราไม่ได้ไปแข่ง แต่ตั้งใจไปมอบความสุขให้คนดู
และเล่นให้สนุกที่สุดเท่าที่จะทำได้ หนูเชื่อว่าคนดูจะรับรู้ได้”
วง Snap6 (สังกัดอิสระ)
กรุงเทพฯ
เมื่อ 7 คนแปลกหน้า
มารวมพลังดนตรีด้วยแพสชันที่แตกต่าง
พวกเขาคือเด็กเจนซีที่มีความฝัน แล้วอะไรคือแรงผลักดันที่ทำให้คนแปลกหน้าทั้ง 7 ก้าวมาจับมือและออกเดินตามความฝันด้วยกัน เราตามไปค้นหาแรงบันดาลใจทางดนตรีของพวกเขากันเลย
นิดา (ร้องนำ) เติบโตมาท่ามกลางครอบครัวที่ชอบสังสรรค์ดนตรีร่วมกัน “เด็กๆ หนูก็ร้องเพลงให้คุณพ่อเล่นเปียโน ตอนโตก็เพิ่งมาฝึกเล่นเปียโน เล่นกีตาร์ แล้วเหมือนแบบตอน New Year เขาจะเหมือนมี Get-together กับทางครอบครัว 20 กว่าคน ก็มานั่งเล่นดนตรี ร้องเพลงกันค่ะ”
เติมเต็ม (ร้องนำ) อดีตนักกีฬาว่ายน้ำและตีกอล์ฟ ทายาทอดีตเงือกสาวทีมชาติอย่าง บัณทิตา เทียนอินทร์ (คุณป้าคือ มธุรดา วงศ์ไวโรจน์) ต้องเผชิญมรสุมชีวิตครั้งใหญ่ เมื่อเอ็นเข่าขาดทั้งสองข้างช่วงจะไปคัดตัวทีมชาติจนต้องผ่าตัด ทำให้ความฝันดับสลาย ก่อนที่เสียงเพลงจะเข้ามาเยียวยาและฟื้นฟูจิตใจให้กลับมามีความสุขอีกครั้ง “ดนตรีเยียวยาทุกอย่างจริงๆ ค่ะ การร้องเพลงทำให้หนูรู้สึกดีมากๆ รู้สึกดีกับตัวเอง ได้ทำสิ่งที่ชอบ และก็ประสบความสำเร็จด้วย ทำให้เรามีแรงบันดาลใจที่จะทำ”

นิดา – เติมเต็ม (2 นักร้องนำ)
เพลง (กีตาร์) ซึมซับเสียงดนตรีจากคุณแม่ที่สนับสนุนในเรื่องดนตรี “พอหนูโตขึ้น แม่ก็แบบ..ความฝันของคนทั่วไปค่ะ คนเล่นดนตรีมันเท่ เขาก็เลยแบบอยากให้หนูลองเล่นดนตรี” เลยเริ่มจับอูคูเลเล่ จับเปียโนมาเล่น ก่อนจะจริงจังกับกีตาร์ไฟฟ้าตั้งแต่อายุ 10 ขวบ
3D / ธีดี (เบส) เริ่มจากตีกลองตามคุณพ่อ ก่อนจะหันมาลองจับเบส Squier ตัวธรรมดาตามความฝันของคุณพ่อจนติดมือ และฝึกฝนเองผ่าน YouTube “แพสชันของผม เป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ มันเป็นสิ่งที่ทำให้เราอยากทำอะไรสักอย่างนึง แล้วทำต่อไปเรื่อยๆ ครับ”
เพลง (กีตาร์)
3D / ธีดี (เบส)
ซัน (กลอง) เริ่มเรียนดนตรีตามคำแนะนำของคุณแม่ ก่อนจะค้นพบว่าการเล่นรวมวงคือความสุข “การบรรเลงดนตรีให้คนอื่นฟัง ได้ถ่ายทอดความรู้สึกมันเป็นอย่างนี้นี่เอง… ถ้าคุณสนุกกับมันก็ไปต่อได้เรื่อยๆครับ”
นิตตา (คีย์บอร์ด) เป็นพี่น้องกับซัน เลยเริ่มเรียนร้องเพลงและดนตรีมาพร้อมๆ กัน แต่ภายหลังพบว่าการร้องเพลงไม่ใช่สไตล์ เลยเบนเข็มมาทางเปียโนคลาสสิกและคีย์บอร์ด “พอมาเล่นกับ Snap6 หนูรู้สึกว่า พออยู่แล้วในวงแล้วมันมีครอบครัวด้วย… มันรู้สึกไม่ใช่แค่เพื่อน แต่ว่าเป็นครอบครัวค่ะ”
กล้า (แซกโซโฟน) น้องเล็กสุดเรียนอยู่ชั้น ป.6 วงเริ่มต้นจากการเล่นเปียโน ก่อนจะเปลี่ยนมาจับแซกโซโฟนตามคุณปู่และคุณพ่อ กล้าบอกเหตุผลของการเปลี่ยน “อยากเล่นแซกมากกว่าครับ รู้สึกเท่กว่าเปียโน”
ภาพซ้าย: ซัน (กลอง) นิตตา (คีย์บอร์ด)
ภาพขวา: กล้า (แซกโซโฟน)
พุ่งชนฝัน ปั่นความสนุก
บนเวที THE POWER BAND 2026
เมื่อทุกคนมีเป้าหมายเดียวกัน โดยมีครูเอ้มาทำหน้าที่เทรนเนอร์คุมวง แผนการแข่งขันถูกพัฒนาอย่างเข้มข้น ตั้งแต่ก้าวแรกที่ส่งคลิปออดิชัน สู่รอบรองชนะเลิศ จนถึงสนามไฟนอล ที่วง Snap6 สามารถคว้าตำแหน่งรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 มาครองได้อย่างภาคภูมิใจ ซึมซับบรรยากาศการประกวดรอบชิงชนะเลิศ ของซีซันที่ 6 นี้ คลิกที่นี่
“จริงๆ ตั้งแต่ที่พวกเรามาเจอครูเอ้ เป้าหมายสูงสุดของพวกเราก็คือ THE POWER BAND นี่แหละค่ะ จริงๆ ระหว่างนั้นก็เหมือนให้ครูเอ้เคี่ยวเราไปเรื่อยๆ เพราะเราไม่ได้มาแบบเก่งขนาดนั้น แต่ว่าครูเอ้ก็สามารถทำให้เราได้ถึงขั้นแบบได้ “ที่ 3” เลย (รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2) ระหว่างนั้นเราก็มีแข่งรายการเล็กๆ บ้าง ได้แชมป์บ้าง ไม่ได้บ้าง แต่ว่ายังไงเป้าหมายที่สุด ใหญ่ที่สุดก็คือที่นี่แหละค่ะ ในแค่การแข่งขันนี้นะคะ เราถ่ายคลิปอัดรอบออดิชัน เราคิดกันแค่ว่าแค่เราได้ไปเล่นให้กรรมการเห็นแบบ in real life แค่นั้นก็ดีใจแล้วค่ะ แล้วก็ยิ่งได้ขึ้นมาที่ 3 นี่คือดีใจร้องห่มร้องไห้กันเลยค่ะ” นิดาเล่าด้วยน้ำเสียงตื้นตัน ย้อนอ่านบทสัมภาษณ์ครูเอ้ ผู้คุมวง คลิกที่นี่

ครูเอ้ สยุมภู ผู้คุมวง กับวง Snap6
ปั้นสองเพลงแข่ง
ให้เป็นหมัดฮุกกระแทกใจผู้ชม
โชว์ของ Snap6 โดดเด่นมากในพาร์ต Performance เกิดจากการผสมผสานไอเดียระหว่างสมาชิกในวงร่วมกับครูเอ้นั้น 3D เล่าถึงการทำงาน “ถ้าเป็นท่าหรือว่าแบบ ฟีลของการจัดวางตัวเพลง ครูเอ้ก็รีอะเรนจ์ให้ แล้วคอนเซปต์ของเพลงมันเป็นไง คือทุกๆ คนก็ช่วยกันคิดว่า จะมีท่าตรงไหนบ้าง อยากมีโซโล หรืออะไรท่อนไหนบ้าง ก็เป็นแบบโปรเจกต์วงครับ ก็มีช่วยกันคิดครับ” นิดาเสริมตามว่าครูเอ้เปิดกว้างและรับฟังไอเดียของเด็กๆ เสมอ

ด้านการตีความเพลง “แค่เธอยิ้ม” ของวง ETC. ให้มีความแตกต่างและโดดเด่น ชวนอ่านบทสัมภาษณ์วง ETC. คลิกที่นี่ นิดาเผยเคล็ดลับว่าวงเลือกดึงคาแรกเตอร์ความสนุกสนาน และความสดใสของแต่ละคนให้ออกมาผ่านการเพอร์ฟอร์ม “หนูคิดว่าเราใช้ขาไมค์ค่ะ แล้วก็เราแอดเรื่องเต้นไปด้วย เพราะว่าพี่ ETC. เขาก็ไม่ได้เต้น แต่ว่าเราก็เลือกเพลงนี้ เพราะค่อนข้างตรงกับสไตล์วงเรา และเพลงเขาใส่มาเต็มทุกอย่างแล้ว เราเลยไม่ได้เปลี่ยนอะไรมากในเพลงนี้ แต่ว่าในเพลงที่สอง “ลืมไปแล้วว่าลืมยังไง” (เจฟ ซาเตอร์) เราเปลี่ยนจนแทบจะจำไม่ได้เลยค่ะ (หัวเราะ) จากเพลงช้าก็กลายเป็นเพลงเร็ว แล้วก็จะเป็นพวกยูนิตีการขยับพร้อมกัน โชว์ความพร้อมเพรียงของวง” ชวนอ่านบทสัมภาษณ์ เจฟ ซาเตอร์ คลิกที่นี่
“เพลงของเราเป็นโซล-ฟังก์ แล้วโซล-ฟังก์ส่วนมากจะเป็นเหมือนแก๊งเพื่อนๆ ที่เขาชวนทุกคนมาปาร์ตีกัน” นิตตาบอกสไตล์
เพลงสรุปภาพรวมให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น “จากเพลงช้าเป็นเพลงเร็วทั้งเพลง แล้วก็เพิ่มส่วนโชว์ของดนตรี โชว์สัดส่วนของยูนิซันให้มันชัดขึ้นโดยที่แบบ..อ่ะ ลืมไปเลยว่าลืมยังไง”



รวมพลังทีมเวิร์ก
เจาะเทคนิคซ้อมสไตล์ Snap6
การสร้างสรรค์โชว์ให้ออกมาสมบูรณ์แบบ เกิดจากการหมั่นฝึกซ้อมอย่างตั้งใจของสมาชิกแต่ละคน จนกลายเป็นทีมเวิร์กที่แข็งแกร่ง เด็กๆ ทั้ง 7 มีเทคนิคซ้อมกันแบบไหนมาดูกัน
• นิดา และ เติมเต็ม (ร้องนำ) ทั้งคู่แกะเพลงตามเดโมที่ครูเอ้ส่งให้ โดยนิดามีโอกาสเรียนเทคนิคการร้องและการแสดงเสริมจากครูออย (อมรภัทร เสริมทรัพย์ วง ASIA7) เพื่อดึงความเป็นอาร์ทิสต์ออกมา ขณะที่เติมเต็มใช้การแกะเดโมพร้อมกับติวเข้มกับครูเอ้ ทั้งคู่ช่วยกันครีเอตการประสานเสียงแล้วนำมาเสนอให้ครูเอ้ช่วยสกรีนความสมบูรณ์ ชวนอ่านเรื่องราวดีๆ เกี่ยวกับแคมป์ดนตรีของซีซันก่อน คลิกได้ที่นี่ (Link Playground MUSIC CAMP 2025 https://www.thaipower.co/playground-the-power-band-music-camp-2025/
• กล้า (แซกโซโฟน) แกะโน้ตตามเดโมที่ครูเอ้ส่งให้ คิดไลน์อิมโพรไวส์ ก่อนจะนำมาให้ครูช่วยตรวจความเหมาะสม


Snap6 ในรอบ Semi-final ซีซันที่ 6
• นิตตา (คีย์บอร์ด) ดูแลพาร์ต Bass Section เพื่อซัปพอร์ตเสียงเครื่องเป่า คุม Ambient Sound โดยมีครูบอย ไมโคร ช่วยติวเรื่องการดีไซน์ซาวนด์โดยเฉพาะ
• ซัน (กลอง) ถึงจะมองตัวเองว่ามีทักษะสู้มือกลองวงอื่นไม่ได้ แต่ซันก็มุ่งทำหน้าที่ของตัวเองให้เต็มร้อย คุมจังหวะของวงให้แน่น ตีสแนร์ให้ชัด และคอนโทรลภาพรวมพาร์ตจังหวะให้อยู่หมัด
• 3D (เบส) ฝึกฝนด้วยตัวเองผ่าน YouTube โดยเฉพาะเทคนิคการ “สแลปเบส” ที่ชื่นชอบ ให้กลายมาเป็นเอกลักษณ์และจุดเด่นสำคัญให้เข้ากับแนวเพลงของวง
• เพลง (กีตาร์) แกะโน้ตจากเดโมที่ครูเอ้อะเรนจ์มา โดยมีสถาบันกิตติกีตาร์กัน ช่วยทุ่นเวลาเรื่องคอร์ด พร้อมปรับเปลี่ยนท่วงทำนองให้ฟังสบายหูและเสริมกรูฟ (Groove) ให้กลมกลืนกับเครื่องดนตรีอื่นๆ

Thaipower.co: อะไรคือสิ่งที่ทำให้ Snap6 เชื่อมโยงกัน?
ธีดี: ความไม่ปกติครับ (เฮกันลั่น)
นิดา: พวกหนูรู้ว่าเวลาไหนเราจะต้องจริงจัง เวลาไหนเราเล่นได้ ทุกคนตั้งใจซ้อมค่ะ เวลามีการบ้านทุกคนก็ไปทำการบ้านมา เวลาที่เจอกันก็ทำได้หมดแล้วค่ะ
Thaipower.co: พลังดนตรีไม่มีที่สิ้นสุด กับรอยยิ้มที่พา Snap6 ก้าวข้ามทุกขีดจำกัด…
เมื่อถามถึงพลังทางดนตรี สมาชิกแต่ละคนต่างถ่ายทอดแพสชันในแบบของตัวเอง
นิดาเปิดหัวใจสำคัญว่า “เราไม่ได้ไปแข่ง แต่ตั้งใจไปมอบความสุขให้คนดู และเล่นให้สนุกที่สุดเท่าที่จะทำได้ หนูเชื่อว่าคนดูจะรับรู้ได้” ในขณะที่ 3D มองว่าแพสชันคือแรงขับเคลื่อนที่มาจากใจรักล้วนๆ “อย่างผมที่ฝึกด้วยตัวเอง เปิด YouTube ทั้งวันแล้วก็เล่นตลอด” ส่วนซันนอกจากความสนุกที่ได้เล่นดนตรีกับเพื่อนๆ การได้ส่งต่อความรู้สึกดีๆ ไปถึงคนฟังถือเป็นความสุขที่แท้จริงของเขา ขณะที่นิตตาได้พลังดีๆ จากการค้นพบตัวตนผ่านการเล่นคีย์บอร์ดเสมอ ทำความรู้จักทั้ง 16 วงเก่งที่เข้ารอบชิงฯ ของซีซันที่ 6 คลิกที่นี่
ด้านเติมเต็ม เปรียบดนตรีคืออิสระไร้กรอบจำกัด “หนูรู้สึกว่าพลังการดนตรีคือความไม่มีลิมิต มันไม่มีผิดมันไม่มีถูก เราสามารถจะเล่นอะไรก็ได้ จะ Express ความเป็นตัวเราได้ที่สุด มันเป็นอะไรก็ได้เลยค่ะที่เราอยากให้มันเป็น” กล้า น้องเล็กของวง จะสรุปสั้นๆ จนพี่ๆ เฮลั่นด้วยความเอ็นดูว่า “พลังดนตรีเป็นไปได้ไม่สิ้นสุดครับ”
ปิดท้ายด้วยมุมมองที่สะท้อนพลังบวกของเพลง “การใช้รอยยิ้มคือพลังที่ดีที่สุด มันจะพาเราไปในที่ที่เราไม่เคยไปได้ดีที่สุดค่ะ”

ชมลีลาผลงานของ Snap6 บนเวทีรอบตัดสิน
THE POWER BAND 2026 SEASON 6
ที่ทำให้คนดูลุกเต้นไปด้วย