Playground

ทอผ้าเบญจวิถี ณ โรงฝ้ายทอมือบ้านนางาม
ภูมิปัญญาล้ำค่า ที่ฝังรากแห่งบ้านผือ อุดรฯ

วรากร เพชรเยียน 28 May 2026
Views: 521

Summary

กลุ่มผ้าฝ้ายทอมือย้อมสีธรรมชาติบ้านนางาม จังหวัดอุดรธานี ต้นทางของอาภรณ์ที่งดงามจากสองแบรนด์แม่ – ลูก Hattra และ Bluetale โรงทอและศูนย์เรียนรู้รวมแม่กี่ชาวบ้านในชุมชนผู้มากฝีมือไว้ในที่เดียวกับผลงานทอแสนประณีต ผ้าทอย้อมสีธรรมชาติที่งดงามโดยไม่ต้องพยายาม

ภาพจาก FB: Hattra ผ้าไทย และ FB: Bluetale

ความงดงามอย่างหนึ่งของอาภรณ์พื้นเมืองด้วยแล้วแต่มีเสน่ห์ล้ำลึกมาตั้งแต่เรื่องราวของผ้าทอจากแต่ละพื้นที่ที่โดดเด่นไม่ซ้ำใคร ความรู้ความเชี่ยวชาญของครูช่าง แม่กี่ที่ได้รับภูมิปัญญาซึ่งถูกส่งต่อมาจากรุ่นสู่รุ่นจนกระทั่งพัฒนามาจนถึงปัจจุบัน และแม้ผ้าทอมือจะมีความคับคล้ายกันไปบ้าง และบ้างก็ใช้เทคนิคการทอเดียวกัน ผืนผ้าที่ได้ก็จะสะท้อนเรื่องราวที่แตกต่างกัน

ผ้าทอเบญจวิถี จากกลุ่มผ้าฝ้ายทอมือย้อมสีธรรมชาติบ้านนางาม อำเภอบ้านผือ จังหวัดอุดรธานี คือหนึ่งในหัตถกรรมท้องถิ่นที่ทรงคุณค่าที่สืบสานต่อมาจนถึงวันนี้ และเป็นต้นทางของเสื้อผ้าที่สวยงามของแบรนด์แม่ – ลูก ที่คุณแม่อุไรเริ่มต้นสร้างงานร่วมกับชุมชนเข้มแข็ง อย่าง Hattra (หัตตรา) และลูกชายนำมาสานต่อ – ต่อยอดนำผ้าหัตถกรรมงานฝีมือนั้นไปออกแบบตัดเย็บเป็นเสื้อผ้าดีไซน์ทันสมัยเพื่อคนรุ่นใหม่ที่อยากใช้ผ้าไทยได้ในชีวิตประจำวัน อย่าง Bluetale (บลูเทล) 

ทั้งหัตตราและบลูเทลแม้จะแตกต่างกันด้วยดีไซน์ แต่มีเนื้อในที่ล้ำค่าคือการสืบสานงานผ้าทอชุมชนบ้านนางาม และจากการพูดคุยกับ คุณบอย – วรรธนะ สัจจะไพบูลย์ เจ้าของแบรนด์ Bluetale คลิกอ่านเรื่องราวของเขาได้ที่นี่ ก็ทำให้เราได้รู้ว่า ผ้าเบญจวิถีและลายทอต่าง ๆ รวมถึงการย้อมผ้าด้วยสีธรรมชาติของชุมชนนางามนี้มีเรื่องราวมากกว่าที่คิด และส่งต่อความภูมิใจให้กับแม่กี่ทอผ้ามายาวนานกว่า 26 ปี

ภาพจาก FB: Hattra ผ้าไทย

 

เปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโรงทอทองคำ

ย้อนกลับไปในปีพ.ศ. 2542 ผู้ที่เป็นจุดเริ่มต้นก่อตั้งโรงทอคือ คุณแม่ของคุณบอย หรือคุณอุไร สัจจะไพบูลย์ ปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานกลุ่มผ้าฝ้ายทอมือย้อมสีธรรมชาติบ้านนางาม โดยมีแรงบันดาลใจมาจากฉลองพระองค์ผ้าไทยของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 

คุณแม่เกิดในครอบครัวคนจีน เขาก็จะสนับสนุนให้ลูก ๆ เรียนในด้านบัญชีอะไรแบบนี้ แต่คุณแม่อยากทำเรื่องนี้มาตั้งแต่เด็กและซึมซับมาจากการดูข่าวพระราชสำนัก คุณแม่จะเห็นสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ฉลองพระองค์ผ้าไหม ผ้าไทยสวย ๆ จึงเป็นแรงบันดาลใจให้อยากทำสิ่งเหล่านี้

แม้ว่าจะมีแรงบันดาลใจและความหลงใหลเป็นสารตั้งต้น แต่วิกฤตเศรษฐกิจต้มยำกุ้งคือปัจจัยหลักที่ทำให้ก่อตั้งโรงทอขึ้นมาอย่างเป็นรูปธรรมไปพร้อมกับเกิดแบรนด์หัตตรา (Hattra) ขึ้น โดยมีชาวบ้านในชุมชนที่มีวิถีชีวิตทอผ้าใช้สำหรับนุ่งห่มเองเป็นกำลังหลัก

ภาพจาก FB: Hattra ผ้าไทย

ที่บ้านนางาม ชาวบ้านในชุมชนเป็นชาวไทพวน หมู่บ้านตั้งอยู่ในบริเวณตีนเขาก็ต้องทอผ้าเพื่อนุ่งห่มเอง และมีวิถีชีวิตเชื่อมโยงกับการทอผ้า ไม่ว่าจะเป็นงานบวช งานประเพณีสำคัญ ทอผ้าให้ลูกหลานหรือใช้ในงานแต่งงาน

หนึ่งในเหตุผลที่ทำให้ชาวบ้านเข้ามาร่วมกับโรงทอ คือประสบการณ์โดนโกงค่าแรงที่ชาวบ้านไม่ได้รับอย่างเป็นธรรม อีกทั้งในสมัยก่อนที่จะก่อตั้งโรงทอยังไม่มีการต่อยอดออกแบบลายผ้าอย่างจริงจัง ผ้าที่ชาวบ้านทอได้จึงขายได้บ้างไม่ได้บ้าง และไม่มีความรู้เรื่องการทำธุรกิจที่จะกระจายผลงานออกสู่สายตาลูกค้า

กลุ่มผ้าฝ้ายทอมือย้อมสีธรรมชาติบ้านนางามจึงเกิดขึ้นโดยมีคุณแม่อุไรเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง ออกแบบลวดลายผ้าและต่อยอดผลงานออกสู่ตลาดผ่านการตัดเย็บเป็นอาภรณ์ที่งดงามภายใต้แบรนด์หัตตราเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน

ผลงานผ้าไทยของ Hattra

ภาพจาก FB: Hattra ผ้าไทย

 

ผ้าเบญจวิถี ภูมิปัญญาของชุมชนบ้านนางาม

ผ้าเบญจวิถี คือลายผ้าเอกลักษณ์ของกลุ่มผ้าฝ้ายทอมือย้อมสีธรรมชาติบ้านนางามที่หาที่ไหนก็ไม่เหมือน เรียกว่าสะท้อนถึงเอกลักษณ์ของกลุ่มชาติพันธุ์ และมีคุณค่าทางวัฒนธรรม ซึ่งโรงทอได้จดลิขสิทธิ์ทางปัญญา เป็นลวดลายที่สะท้อนความเชื่อและวิถีชีวิตของชุมชนบ้านนางาม ความพิเศษของผ้าเบญจวิถี คือการรวบรวม 5 เทคนิคการทอผ้าและย้อมผ้าไว้ในผ้าหนึ่งผืน

“ในผ้าหนึ่งผืนจะมีทั้งเทคนิคซ้อนเทคนิคในตัวผ้า ทั้งการย้อมสีธรรมชาติของเส้นใยฝ้ายและไหม การกล่อมลายหางกระรอกที่ใช้ฝ้ายสองสีมาตีรวมกันเป็นด้ายเส้นเดียว เมื่อนำไปทอจะขึ้นลายทำให้ผืนผ้ามีสีที่เด่น…โดดออกมาจากผ้าอื่น ๆ การทอง้างฉลุ การทอลายขิด และเทคนิคการทอผ้าลายขัดพื้นฐาน

นอกจากผ้าเบญจวิถีแล้ว ยังมีลายทออื่น ๆ อย่างทอลายขิดเอกลักษณ์ดั้งเดิมของอุดรธานี ที่โรงทอประยุกต์มาเป็นทอลายขิดสะกิดล้วงที่ทำให้ผ้าเกิดเป็นเท็กซ์เจอร์เป็นปุ่มปม เนื้อผ้าจึงลอยขึ้นมาดูมีมิติขึ้นมา เป็นเทคนิคที่เป็นเอกลักษณ์ของกลุ่ม และเป็นเอกลักษณ์ของเสื้อผ้าจากแบรนด์หัตตรา

ผ้าเบญจวิถี โดย Hattra

ภาพจาก FB: Hattra ผ้าไทย

จากเสื้อผ้าแนวผู้ใหญ่ของหัตตรา นำมาสู่แบรนด์ลูก อย่างบลูเทล (Bluetale) ที่ก่อตั้งขึ้นในปีพ.ศ. 2560 เป็นผลงานของคุณบอยที่ตั้งใจนำเสนอเสื้อผ้าสไตล์สตรีตแวร์ที่เรียบง่ายเหมาะกับคนรุ่นใหม่ มีจุดต่างตรงลวดลายผ้าที่ใช้ ด้วยการลดทอนรายละเอียดให้ใช้สวมใส่หรือแมตช์กับเสื้อผ้าอื่นได้ง่ายขึ้น

เทคนิคการทอของบลูเทลจะแตกต่างจากหัตตราที่มีความเป็นครูช่าง แต่ของบลูเทลจะมีความเรียบง่าย แต่ดูเท่มากขึ้น อย่างลายกล่อมหางกระรอกที่เป็นส่วนหนึ่งของผ้าเบญจวิถี เรานำมาทำให้ลายผ้าดูง่ายขึ้น แต่ยังคงเสน่ห์ของเทคนิคการทออยู่

ผลงานผ้าไทยของ Bluetale

ขอบคุณภาพจาก Bluetale

Go Green โรงทอที่เลือกสิ่งที่ดีสำหรับทุกคน

“เรามีไร่ฝ้ายที่ปลูกในหมู่บ้าน ซึ่งเราใช้ทั้งฝ้ายสีขาวและสีน้ำตาล จากนั้นนำฝ้ายที่ได้มาเข็นด้วยมือ แล้วเอามาใช้ในโรงทอ” 

แม้ว่าหลัก ๆ จะใช้ฝ้ายที่ปลูกเองในชุมชนแต่ก็ยังมีที่รับมาจากกลุ่มปลูกฝ้ายจากที่อื่นเพิ่มเติมด้วย โดยมีมาตรฐานการคัดเลือกเส้นใย โดยเลือกรับมาจากเกษตรกรที่ปลูกฝ้ายอินทรีย์และใช้สายพันธุ์เดียวกับที่ปลูก ซึ่งเป็นการกระจายรายได้ให้กับกลุ่มต่าง ๆ ไปพร้อมกันด้วย การก่อตั้งกลุ่มทอผ้ายังเปลี่ยนแปลงวิถีการผลิตผ้าทอของคนในชุมชนให้เป็นสินค้าที่ดีต่อทั้งผู้ผลิต ผู้บริโภคและดีต่อโลกด้วย

ภาพจาก FB: Hattra ผ้าไทย

เมื่อก่อนชาวบ้านจะใช้สีเคมีในการย้อมผ้า กลิ่นของเคมีก็ส่งผลเสียต่อสุขภาพ ทำให้เขาเจ็บป่วย ปวดหัว แต่หลังจากเราปรับเปลี่ยนมาเป็นการใช้สีธรรมชาติก็ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อร่างกายของเขาและทำให้สุขภาพของแม่ ๆ ดีขึ้น

โดยใช้สีจากเปลือกไม้ที่อยู่หัวไร่ปลายนา อย่างเปลือกของต้นมะม่วงป่ามาย้อมสีเขียว ส่วนครั่ง เมื่อย้อมแล้วได้สีชมพู กะลามะพร้าว การย้อมครามหรือคำแสดที่ขึ้นอยู่บริเวณรอบหมู่บ้าน นอกจากนี้พืชผลที่ขึ้นตามฤดูกาลก็ถูกนำมาใช้เป็นวัตถุดิบย้อมสีด้วย อาทิ มังคุดที่ปลูกขึ้นในชุมชน

จากฝ้ายอินทรีย์และสีย้อมธรรมชาติ หัตตราและบลูเทลยังทำงานร่วมกันด้วยการหยิบเศษผ้าที่เหลือจากการตัดเย็บมาออกแบบและทอเป็นผ้าผืนใหม่ อย่างการนำลายขัดพื้นฐานมาสอดด้วยเส้นใยที่หลงเหลือจากการทอและตัดเย็บ ทำให้เกิดผ้าเท็กซ์เจอร์ใหม่ ๆ ขึ้น แล้วนำมาแปรรูปเป็นสินค้าเพิ่มมูลค่า ลดขยะที่อาจถูกนำไปเผาหรือฝังดินที่ทำให้เกิดมลพิษตามมา เป็นการร่วมมือกันของสองแบรนด์เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุดทั้งต่อผู้ทอผ้า ผู้บริโภค และต่อโลกของเรา

ภาพจาก FB: Hattra ผ้าไทย

 

ผ้าทอมือทรงเสน่ห์โดยไม่ต้องพยายาม 

ความสวยงามของเสื้อผ้าที่ใช้ผ้าทอมือ คือเรื่องราวและการลงมือลงแรงของผู้อยู่เบื้องหลังที่เริ่มต้นตั้งแต่เกษตรกรปลูกฝ้าย เข็นฝ้ายด้วยมือ แม่ ๆ ที่โรงทอ ผู้อยู่เบื้องหลังการย้อมสี การออกแบบ และการตัดเย็บ สิ่งเหล่านี้คือส่วนที่ทำให้ผ้าทอที่ผืนมีคุณค่า

ผ้าทอมันทำซ้ำไม่ได้เพราะทุกชิ้นเป็นงานทอมือทั้งหมด สำหรับผมมันเป็นความสวยงามโดยไม่ต้องปรุงแต่งอะไรมากมายและมีเสน่ห์ในตัวมันเอง ในมุมของการนำมาสวมใส่ ผ้าทอมือจะให้ความรู้สึกสบาย เนื้อผ้าระบายอากาศได้ดี เนื่องจากเราใช้กี่ไม้โบราณจึงทำให้มีช่องไฟระหว่างเนื้อผ้า เป็นอีกเสน่ห์ที่คนสวมใส่ผ้าทอมือเท่านั้นที่จะรู้สึกได้

กว่า 26 ปีที่ผ่านมากลุ่มผ้าฝ้ายทอมือย้อมสีธรรมชาติบ้านนางาม มีส่วนช่วยสร้างรายได้ให้กับคนในชุมชน และกระจายรายได้ออกสู่กลุ่มข้างนอกต่อ ๆ ไปด้วย อีกทั้งยังทำให้ชาวบ้านที่ทำงานร่วมกับโรงทำเกิดความภาคภูมิใจในผลงานของตัวเองผ่านเสื้อผ้าของทั้งแบรนด์หัตตราและบลูเทล

การที่เขาได้รู้ว่าสินค้าที่ทำได้วางจำหน่าย ใน คิง เพาเวอร์ เป็นแรงผลักดันในการทำงานที่ดี กล้าที่จะทำอะไรใหม่ ๆ มากขึ้นโดยไม่ติดอยู่ในกรอบการทอแบบเดิม เขาไม่เคยเชื่อว่าของที่ทำจะขายได้ในระดับอินเตอร์ เพราะที่ผ่านมามันขายได้แค่ในหมู่บ้านหรือกับชาวบ้านทั่วไป

ภาพจาก FB: Hattra ผ้าไทย และ FB: Bluetale

วันนี้ความพยายามและฝีมือการทอของชาวบ้านส่งผลให้ผ้าทอจากกลุ่มผ้าฝ้ายทอมือย้อมสีธรรมชาติบ้านนางามได้รับรางวัลมากมาย อาทิ รางวัลนกยูงพระราชทาน รางวัลโรงทอผ้าระดับสีทอง Green Product ​เป็นสินค้า OTOP 5 ดาว OTOP Select และโรงทอยังได้รับการแต่งตั้งเป็นศูนย์เรียนรู้การทอผ้าด้วยสีธรรมชาติแหล่งที่ 7 ของประเทศไทย จากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อีกด้วย 

เป็นอีกหนึ่งกลุ่มทอผ้าที่สนับสนุนฝีมือของชาวบ้านอย่างแท้จริงและต้นทางของการต่อยอดสู่เสื้อผ้าที่งดงามของทั้งแบรนด์หัตตราและบลูเทลที่ชาวบ้านภูมิใจ และหากใครที่ชื่นชอบความสวยงาม ความละเอียดอ่อนของผ้าเบญจวิถีฉบับต้นตำรับ คุณรู้ว่าจะต้องปักหมุดหมายมาที่ไหน…

ภาพจาก FB: Hattra ผ้าไทย

 

กลุ่มผ้าฝ้ายทอมือย้อมสีธรรมชาติบ้านนางาม

ที่ตั้ง: อุดรธานี 

สนใจสินค้าพลังคนไทย สามารถสนับสนุนได้ที่ คิง เพาเวอร์ ทุกสาขา

 

ปักหมุดจุดเช็กอิน-แชะรูป-ท่องเที่ยวใกล้เคียง

• เชลลี่คาเฟ่ (Shelly Cafe) นั่งชิลล์ในบรรยากาศสบายๆ เก็บไวบ์ดีๆ ที่คาเฟ่ในอำเภอบ้านผือ พร้อมเสิร์ฟอาหารคาว หวาน เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่สาย Café Hopper ไม่ควรพลาด

• อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท ไปชื่นชมและเรียนรู้ประวัติศาสตร์ที่มรกดโลกทางวัฒนธรรมแห่งที่ 5 ของประเทศไทย กับสถาปัตยกรรมที่ธรรมชาติสรรค์สร้างขึ้นและภาพเขียนสมัยก่อนประวัติศาสตร์ที่กระจายอยู่ตามเพิงหินต่างๆ

วัดป่าบ้านค้อ มาสักการะพระบรมสารีริกธาตุธาตุที่บรรจุในผอบทองคำในเจดีย์องค์เล็กที่ตั้งอยู่ตรงกลางพระธาตุเจดีย์ เสริมความเป็นสิริมงคลชีวิตก่อนและชื่นชมภาพเขียนผนังด้านใน

Author

วรากร เพชรเยียน

Author

อดีตแอร์โฮสเตสผันตัวมาเป็นนักเขียน ผู้หลงใหลศิลปะและการเดินทาง นิยมการบอกรักประสบการณ์ผ่านตัวหนังสือ

Web Editor

ปิ่นอนงค์ วัชรปาณ

Web Editor

บรรณาธิการเว็บ Thaipower.co อดีตบรรณาธิการบางสำนัก นักข่าวและคอลัมนิสต์จำเป็น โกสต์ไรเตอร์...ผู้รักการเดินทาง หลงใหลกลิ่นกาแฟ และเป็นมูฟวีเลิฟเวอร์