Playground

พื้นที่ “เดาะบอล Challenge”
สร้างฮีโร่เด็ก

เพ็ญแข สร้อยทอง 11 Jan 2024
Views: 584

Summary

เพราะกีฬาและกิจกรรมทางกายเป็นสิ่งสำคัญสำหรับเด็กๆ ในการส่งเสริมสุขภาพร่างกายและจิตใจ พัฒนาสมองและความสามารถในการเรียนรู้ ทั้งยังเพิ่มความมั่นใจในตนเอง มีความรับผิดชอบ และสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้อื่น

เมื่อวันสำคัญของพวกเขา อย่าง “วันเด็ก” มาถึง จึงไม่มีอะไรจะดีไปกว่า การส่งเสริมให้เยาวชนมีส่วนร่วมในกิจกรรมซึ่งดีต่อสุขภาพผ่านการเดาะบอล ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญอย่างหนึ่งของกีฬาฟุตบอล และกิจกรรมเดาะบอลในวันเด็กยิ่งพิเศษขึ้นไปอีก เมื่อเยาวชนทั้งหลายได้ใช้ความสามารถพิเศษของพวกเขาเพื่อได้ความภูมิใจจากที่ได้ “ให้” กับคนอื่นๆ ต่อ

เช่นในวันเด็กของทุกปี จะมีนักเดาะบอลรุ่นเยาว์ทั่วประเทศได้เข้าร่วมทดสอบความสามารถกับกิจกรรม “Thai Power Challenge” โดย คิง เพาเวอร์ ไทย เพาเวอร์ พลังคนไทย ที่จัดขึ้นเป็นประจำในหลากหลายพื้นที่ทั่วประเทศ…ใครเดาะบอลติดต่อกันได้มากที่สุดจะกลายเป็น “ฮีโร่” ตัวน้อย รับรางวัลลูกฟุตบอลมาตรฐานสากลจำนวน 50 ลูก ไปแจกให้กับเพื่อนๆ ที่โรงเรียน

ความมุ่งมั่นและการฝึกอย่างจริงจังสำหรับภารกิจเดาะบอล คือพลังและเป็นตัวอย่างของความเป็นไปได้อย่างแท้จริง เช่นที่ .ช. ดนัยวัฒน์ พรทวีโภคทรัพย์ อายุ 10 ปี ที่เดาะบอลได้ 153 ครั้ง และ ด.ช.รัยฮาน ล่าหะหมัด อายุ 14 ปี ด.ญ.มัซซานีย์ ล่าหะหมัด น้องสาวอายุ 10 ปี ที่เดาะบอลได้ถึง 107 ครั้ง และ 95 ครั้งตามลำดับ

ฮีโร่เดาะบอล

ดช.ดนัยวัฒน์ อายุ 10 ปี เดาะบอลได้ 153 ครั้ง

และด.ช.รัยฮาน อายุ 14 ปี เดาะบอลได้ 107 ครั้ง

 

ณ ลานหน้าอาคารนิมิตบุตร กรุงเทพฯ

ในวันเด็กครั้งที่ผ่านมา ด.ช. ดนัยวัฒน์ พรทวีโภคทรัพย์ หรือ ทักษ์ อายุ 10 ปี นักเรียน Year 4 จากโรงเรียนนานาชาติเซนต์มาร์ค เป็นหนึ่งในผู้เข้าร่วมทดสอบความสามารถการเดาะบอล

วันนั้น “น้องทักษ์” เดาะบอลไปได้มากที่สุดถึง 153 ครั้ง

ก่อนหน้านั้น น้องทักษ์ฝึกเดาะบอลอยู่แล้วเกือบทุกวัน โดยฝึกเดาะขาเดียวแบบต่ำ แต่เมื่อถึงเวลาทดสอบจริง เขาเปลี่ยนมาใช้เทคนิคเดาะ 2 ขาสลับกันเพื่อความมั่นใจว่าบอลจะไม่ตกลงพื้น

ต้องมีเป้าหมาย! คือเคล็ดลับในการซ้อมของน้องทักษ์ “เช่นวันนี้เดาะได้ 5 ครั้ง พรุ่งนี้ต้องเดาะได้ 6 ครั้ง ถึงจะเลิกซ้อม เพิ่มขึ้น 1 ครั้งทุกวัน” ซึ่งจะช่วยให้เด็กสามารถปรับปรุงและพัฒนาทักษะได้อย่างต่อเนื่อง สร้างแรงบันดาลใจให้การฝึกซ้อมเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับน้องทักษ์ การเดาะบอลนั้นเป็นพื้นฐานที่ฝึกมาตั้งแต่เริ่มประสบการณ์ฟุตบอลเมื่อ 5 ขวบ น้องทักษ์หลงใหลในกีฬานี้ตั้งแต่นั้น เพราะให้เขาได้ใช้เวลาสนุกสนานกับเพื่อนๆ ปัจจุบันน้องทักษ์เรียนฟุตบอลที่ FC Bangkok ทุกอังคารกับพฤหัสบดีวันละชั่วโมงครึ่ง มีแข่งทุกวันเสาร์ โดยระหว่างสัปดาห์มีการฝึกซ้อมเองที่บ้าน

น้องทักษ์ชอบเล่นฟุตบอลที่อะคาเดมี เพราะมีเพื่อนเล่นด้วย ในวันที่ต้องฝึกซ้อมเองก็มีบางเวลาที่น้องงอแงหรือไม่ตั้งใจซ้อมบ้าง พินิตธนา พรทวีโภคทรัพย์ (คุณพ่อ) ซึ่งดูแลตอนน้องทักษ์ฝึกซ้อมที่บ้านบอกว่า ต้องคอยกระตุ้น “เวลาน้องซ้อมแข่ง จะคอยสังเกตว่ามีตรงไหนต้องปรับปรุงจะให้เน้นฝึกเรื่องนั้นๆ”

ครอบครัวสนับสนุนให้น้องทักษ์เล่นฟุตบอล แต่ไม่ได้กดดันหรือให้บังคับให้เล่นให้เรียนหนักมากเกินไป นอกจากฟุตบอลแล้ว น้องทักษ์ยังว่ายน้ำ เล่นแบดมินตัน และชอบเล่นบาสเกตบอลกับเพื่อนที่โรงเรียนด้วย

เพราะเห็นว่ากีฬามีประโยชน์กับเด็กๆ ช่วยให้ร่างกายแข็งแรง “น้องตัวค่อนข้างสูงถ้าเทียบกับเพื่อนๆ ที่โรงเรียน และก็ช่วยให้น้องห่างจากเกมด้วย” คุณพ่อให้ข้อมูล

ฝันอยากเป็นนักบอลอาชีพ : ในสนาม…น้องทักษ์ชอบเล่นตำแหน่งปีก กองกลาง และกองหน้า ตอนซ้อมน้องมักขอโค้ชเล่นเป็นกองหน้า แต่เมื่อแข่งขัน ส่วนใหญ่จะถูกจับไปเล่นในตำแหน่งกองหลังซ้ายและขวา

น้องทักษ์ชอบมาราโดนามากเป็นพิเศษ โดยได้รู้จักนักกีฬาฟุตบอลระดับตำนานผู้นี้ผ่านคลิปวิดีโอเก่าๆ และติดตามดูทาง YouTube  น้องทักษ์ยังไม่ได้รับอนุญาตให้ดูการถ่ายทอดสดฟุตบอล เช่นลีกอาชีพในยุโรปซึ่งมักจะแข่งขันในช่วงเวลาค่อนข้างดึก เพราะโดยปกติแล้วน้องทักษ์จะเข้านอนก่อนเวลา 4 ทุ่ม

หนุ่มน้อยวัย 10 ขวบบอกกับที่บ้านว่าอยากเป็นนักฟุตบอลอาชีพ อาจเพราะเคยได้ยินพ่อคุยถึงนักฟุตบอลอาชีพที่ยุโรป น้องทักษ์เคยถามพ่อว่า ถ้า “เทิร์นโปร” ได้แล้วยังต้องเรียนหนังสืออยู่ไหม

“น้องน่าจะขี้เกียจเรียน…” คุณพ่อแซวลูกชาย

 

ไม่ว่าจะมีกีฬาเป็นอาชีพในอนาคตหรือไม่ แต่การส่งเสริมให้เด็กๆ ได้เล่นกีฬานอกจากทำให้ร่างกายแข็งแรงแล้วยังมีคุณค่าอื่นๆ อีกมากซึ่งส่งผลดีต่อการเรียนรู้การทำงานร่วมกับผู้อื่น การพัฒนาทักษะด้านสังคม การเรียนรู้ความรับผิดชอบ และการจัดการเวลา เพื่อต่อยอดให้เด็กเป็นผู้ใหญ่ที่มีพัฒนาการเต็มตัวในอนาคต

หลังได้รับการประกาศให้เป็นคนที่เดาะบอลได้มากที่สุดในกิจกรรม “Thai Power Challenge”  น้องทักษ์ภูมิใจและมีความสุขที่ทำได้สำเร็จ รางวัลที่ได้รับคือ ลูกฟุตบอล 50 ลูก ถูกนำไปมอบให้กับอะคาเดมี 2 แห่งที่น้องทักษ์เคยเรียนมาก่อน

เมื่อความตั้งใจซ้อมได้ออกดอกผล การเดาะบอลก็ทำให้เด็กชายคนหนึ่งกลายเป็นฮีโร่น้อยและผู้ให้ได้

ห่างจากกรุงเทพฯ ไปราว 900 กม. ณ ฐานทัพเรือ ภาคที่ 2 สงขลา …

ในวันเด็กครั้งนั้น เยาวชนจำนวนมากเตรียมตัวอย่างดีเพื่อมาเดาะบอล รวมถึง ด.ช.รัยฮาน ล่าหะหมัด อายุ 14 ปี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนดีนูลอิสลาม ด้วย

วันนั้น รัยฮาน เดาะบอลได้ถึง 107 ครั้ง ขณะที่น้องสาว มัซซานีย์ วัย 10 ปี ซึ่งมาร่วมทดสอบความสามารถเดาะบอลด้วยเช่นกันทำได้ 95 ครั้ง

รัยฮานฝึกเดาะบอลมาตั้งแต่เริ่มเล่นฟุตบอลครั้งยังเล็ก โดยรัยฮานและน้องสาวมักได้ติดตามไปดูพ่อเล่นฟุตบอลมาตลอด เขาจึงสนุกและชื่นชอบกีฬาประเภทนี้

ด.ช.รัยฮาน และ ด.ญ.มัซซานีย์ ล่าหะหมัด น้องสาว

บริวัฒน์ ล่าหะหมัด (คุณพ่อ) ของเด็กทั้งสองคอยสนับสนุนลูกๆ อย่างเต็มที่ โดยได้นำความรู้จากการศึกษาสาขาพลศึกษา รวมทั้งประสบการณ์ของคนที่ชอบและเล่นฟุตบอลยาวนานมาช่วยฝึกซ้อมให้รัยฮานและน้อง “กีฬาคือยาวิเศษ ทำให้เด็กๆ ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์และอยู่ห่างจากอบายมุขต่างๆ”

นอกจากพ่อสอนและซ้อมให้ลูกที่บ้าน ครอบครัวยังส่งเด็กๆ ไปเรียนฟุตบอลที่ Family Academy จังหวัดสงขลา ซึ่งดูแลโดย โค้ชวิเชฎฐ์ คงมาก

ทุกจันทร์ถึงศุกร์ รัยฮานฝึกซ้อมฟุตบอลที่โรงเรียน และใช้บ่ายเสาร์-อาทิตย์ ครั้งละ  2-3 ชั่วโมงที่อะคาเดมี ทั้งยังมีลงแข่งขันในนามอะคาเดมี แม้ต้องเดินทางไปต่างจังหวัด ครอบครัวก็สนับสนุนเสมอ ช่วงปิดเทอม รัยฮานมีเวลาเล่นฟุตบอลมากขึ้น โดยพ่อได้สอนเสริมทักษะต่างๆ ให้ ทั้งยังให้กำลังใจ “พยายามบอกลูกตลอดว่าให้เล่นอย่างมีความสุข สนุกสนาน เฮฮา ไม่อยากให้เครียด เพราะถ้าสนุกก็จะพัฒนาได้เร็ว”

มีเป้าหมายคือนักกีฬาอาชีพ : เป้าหมายของรัยฮาน คือเส้นทางอาชีพในวงการฟุตบอล เขามุ่งมั่นทุกทางเพื่อให้บรรลุเป้าหมายนั้น พ่อของเขาให้กำลังใจด้วยการแบ่งปันเรื่องราวของนักฟุตบอลที่ประสบความสำเร็จ

“ถ้าอยากไปให้ถึงจุดนั้นต้องพยายามเต็มที่ ลูกฟุตบอลหนึ่งลูกให้อะไรกับเราได้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นเงินทอง ชื่อเสียง เขามีทุกอย่างเพราะฟุตบอล อยากได้ตรงนั้นมาเราต้องมุ่งมั่นฝึกฝน ตั้งใจทำให้เต็มที่ สักวันโอกาสนั้นจะมาหาเรา ต้องเตรียมตัวของเราให้พร้อม”…สำหรับโอกาสที่จะเข้ามา

รัยฮานเป็นนักฟุตบอลแนวรุกในตำแหน่งปีกซ้าย ปีกขวา และกองหน้า หนุ่มน้อยคนนี้มีเป็นนักฟุตบอล “สายสปีด” เคลื่อนไหวรวดเร็ว คล่องตัวสูง ควบคุมลูกฟุตบอลได้ดี เป็นนักกีฬาไซส์มินิที่ยึดแนวทางการเล่นของ “เมสซี่เจ” – ชนาธิป สรงกระสินธ์ เป็นแบบอย่าง และยังมีโรนัลโด้เป็นแรงบันดาลใจ เวลารัยฮานดีใจเมื่อทำประตูได้ เขามักจะเลียนแบบท่าทางการฉลองเอกลักษณ์ของซูเปอร์สตาร์ระดับโลกคนนี้

ที่ผ่านมา รัยฮานมักไปร่วมกิจกรรมฟุตบอลในงานวันเด็กเสมอ แต่เดาะฟุตบอลได้จำนวนมากครั้งที่สุดในกิจกรรม Thai Power Challenge ซึ่งจัดขึ้นที่ฐานทัพเรือ ภาคที่ 2 สงขลา เมื่อครั้งที่ผ่านมา

รางวัลที่ได้รับทำให้เห็นว่า “สิ่งที่ฝึกมาไม่ได้สูญเปล่า”

สำหรับนักฟุตบอล การเดาะบอลเป็นทักษะพื้นฐานที่ทุกคนได้ฝึกฝน “ถ้าเดาะบอลไม่ได้คุณก็คอนโทรลบอลไม่ได้” แม้เด็กๆ บางคนจะรู้สึกว่า การเดาะบอลนั้นน่าเบื่อและไม่สนุก

สำหรับรัยฮานแล้ว เขาฝึกเดาะบอลมาตลอดโดยเป็นส่วนหนึ่งของการซ้อมหรือเรียนฟุตบอล ทุกครั้ง หลังยืดเหยียดกล้ามเนื้อวอร์มร่างกายเสร็จแล้วจึงเดาะบอล โดยตั้งเป้าหมายและเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ

ทุกวันนี้รัยฮานฝึกเดาะลูกบอลโดยไม่ให้ตกพื้นได้ติดต่อกัน 200-300 ครั้งเป็นปกติ “ถึงจุดหนึ่งที่เขาชำนาญแล้ว เขามีความสุขสนุกกับการเดาะบอลก็จะใส่ลีลาอย่างที่เคยเห็นมาจากใน YouTube บ้าง”

รัยฮานสนุกสนานกับการทดสอบเดาะบอลในวันเด็ก เมื่อผลลัพธ์ที่ได้ออกมาดี เขาดีใจและมีความสุข หลังจากนั้นได้นำรางวัลลูกฟุตบอลขนาดมาตรฐาน 50 ลูกไปแจกจ่ายตามโรงเรียนละแวกบ้านที่ขาดแคลนอุปกรณ์กีฬ

“เด็กๆ เขาได้ฟุตบอลไปแล้วมีความสุข มีความมุ่งมั่นขึ้นมา เราเป็นผู้ให้ก็มีความสุข”

และแน่นอนว่า ถ้ามีกิจกรรมนี้เกิดขึ้นอีกในปีหน้า รัยฮานจะกลับมาพร้อมกับนักเดาะบอลหน้าใหม่ๆ อย่างเช่นเด็กๆ ที่ได้รับลูกฟุตบอลของรางวัลที่รัยฮานได้รับมาและแบ่งปัน

“มีเด็กหลายคนบอกว่าเขาจะฝึกเดาะบอลแล้วจะไปทดสอบบ้าง” คุณพ่อของน้องรัยฮานเล่า

ด้วยกิจกรรมทดสอบพื้นฐานฟุตบอลอย่างเช่น การเดาะบอล ทำให้เด็กหลายคนได้มีแรงบันดาลใจในการเรียนรู้ เล่นกีฬา และการเป็นผู้ให้

นี่อาจเป็นหนึ่งในเหตุการณ์สำคัญหรือเป็นอิทธิพลดีๆ ที่ติดตัวพวกเขาไปตลอดชีวิต

และไม่แน่ว่า เรื่องราวของเด็กๆ เหล่านี้อาจช่วยจุดประกายหรือส่งต่อพลังบวกไปให้คนอื่นได้ด้วย

 

17 สถานที่กับกิจกรรมเดาะบอล “Hero Challenge” วันเด็ก 2567 

Author

เพ็ญแข สร้อยทอง

Author

เชื่อในพลังของตัวอักษรและการเล่าเรื่องเพื่อสร้างแรงบันดาลใจ นอกเหนือจากบ้านแล้ว ใช้เวลาส่วนใหญ่ในร้านกาแฟ ชอบเที่ยว ชิมอาหาร อ่านหนังสือ ดูซีรีส์ ฟังเพลง แคคตัส และแมว

Author

บริษัท เอ็กเปิร์ดคิด จำกัด

Photographer

การรวมตัวของคนโปรดักชั่น ที่ยังเชื่อในพลังสร้างสรรค์ เราจึงคิดและผลิตงานศิลปะทุกรูปแบบ