Product

สมุนไพรทุ่งทรายทอง
ผ่อนคลาย สบายใจ จากสมุนไพรท้องถิ่น

ภัทรามน ผุดเพชรแก้ว 29 Mar 2023
Views: 726

ผู้ชื่นชอบความผ่อนคลายสบายตัวแบบการไปนวดที่ร้านนวดแผนไทยหรือสปา และผู้ที่ปวดหลังปวดไหล่จากการทำงานจะต้องกดไลค์ให้กับผลิตภัณฑ์ชิ้นนี้ เพราะจากลูกประคบลูกกลมๆ ที่เรารู้จักคุ้นเคย ทางแบรนด์สมุนไพรทุ่งทรายทองได้พัฒนาลูกประคบมาเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ใช้งานง่ายขึ้นอย่าง “แผ่นสมุนไพรประคบร้อน”

โดยคุณจารุวัฒน์ เกิดแก้วณรงค์ ผู้สืบทอดและดูแลแบรนด์สมุนไพรทุ่งทรายทอง ซึ่งใช้สมุนไพรในท้องถิ่นมาบำบัดรักษาอาการปวดเมื่อยต่างๆ จากสูตรสมุนไพรโบราณของคุณลุงคุณป้า จนมาเป็นแบรนด์สมุนไพรทุ่งทรายทอง ที่อยากให้ทุกคนรู้จักในวันนี้

“ที่มาของชื่อสมุนไพรทุ่งทรายทองก็มาจากการรวมกลุ่มของชาวบ้านทุ่งทราย เลยตั้งชื่อง่ายๆ ว่า ‘ทุ่งทรายทอง’ ชาวบ้านทุ่งทรายจะได้มีเงินมีทองใช้” นี่คือที่มาของชื่อแบรนด์ที่คุณจารุวัฒน์ บอกเล่า

จุดเริ่มต้นของกลุ่มชาวบ้านทุ่งทราย ต.หนองพยอม อ.ตะพานหิน จ.พิจิตร นั้นเริ่มมาตั้งแต่ปี 2543 โดยผู้นำชาวบ้าน อย่างคุณลุงสมนึก จันทร์จร กับ คุณป้าพนารัตน์ กิตติกูล ที่เริ่มต้นรวมกลุ่มและทำผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรขายมาก่อน เช่น ลูกประคบ สมุนไพรอบตัว ผงขัดผิวสมุนไพร สปาเปลือกข้าวโพดใส่สมุนไพร เป็นต้น ก่อนจะพัฒนาเป็นแผ่นสมุนไพรประคบร้อน เพื่อให้ใช้ได้ง่าย และตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าคนรุ่นใหม่มากขึ้น

 

เผยแพร่สมุนไพรและผ้าไทยของชุมชน

พื้นที่บ้านทุ่งทรายนั้นตั้งอยู่ใกล้กับเขาพนมกาว พื้นที่ป่าไม้อันอุดมสมบูรณ์และเต็มไปด้วยพืชสมุนไพรมากมาย ในสมัยก่อนเวลาที่มีคนในหมู่บ้านเจ็บไข้ได้ป่วย คุณลุงสมนึกก็จะให้คุณพ่อ ซึ่งท่านเป็นหมองูรักษาโดยการใช้สมุนไพรพื้นบ้านที่หาได้ในท้องถิ่น จึงมีสูตรสมุนไพรที่ใช้รักษาอาการต่างๆ อยู่หลายสูตร รวมถึงสมุนไพรที่ใช้บำบัดรักษาอาการปวดเมื่อย ฟกช้ำดำเขียว ครั่นเนื้อครั่นตัว หรือโรคผิวหนัง ได้แก่ ไพร ตะไคร้ มะกรูด ขมิ้นชัน ขมิ้นอ้อย และอบเชย

“ตอนนี้สมุนไพรที่เราใช้ก็ยังคงเก็บจากในท้องถิ่น แต่ก็มีปลูกเพิ่มบ้าง รวมถึงรับซื้อมาจากจังหวัดต่างๆ ที่เขาปลูกสมุนไพรขายอยู่แล้ว เพราะเราปลูกเองก็ไม่พอใช้ ถือเป็นการกระจายรายได้ให้กับคนในท้องที่อื่นๆ ด้วย”

ทางสมุนไพรทุ่งทรายทองนอกจากจะเผยแพร่ให้คนได้รู้จักสมุนไพรที่มีสรรพคุณดีๆ แล้ว ยังส่งเสริมงานหัตถกรรมฝีมือของชาวบ้านในท้องถิ่นด้วย  “ตอนนี้เรามีผลิตภัณฑ์ 2 รูปแบบ คือแบบที่ 1 เป็นสีน้ำตาลที่ใช้ผ้าคอตตอนมาตัดเย็บ ส่วนแบบที่ 2 เป็นแบบลายผ้าไทย ซึ่งผ้านี้ก็เป็นผ้าทอมือท้องถิ่นที่มีลวดลายเป็นอัตลักษณ์ของจังหวัดพิจิตร เราเรียกว่า ลายผ้าป่าแดง เป็นการสนับสนุนแรงงานชาวบ้านด้วย ชาวบ้านจะทอผ้าส่งมา เราก็นำมาเย็บเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อเพิ่มมูลค่า”

 

ต่อยอด พัฒนา เพิ่มคุณค่าสมุนไพรไทย

คุณจารุวัฒน์ เป็นรุ่นที่ 2 ที่เข้ามาดูแลในเรื่องของการขายและการตลาดกับให้ทางกลุ่มชาวบ้าน และทำการประชาสัมพันธ์ให้ทั้งคนไทยและชาวต่างชาติได้รู้ว่าสุมนไพรของไทยเรามีคุณสมบัติที่ดีขนาดไหน ช่วงแรกเริ่มของกลุ่มยังเป็นการใช้สมุนไพรในรูปแบบเดิมๆ ต่อมาได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีรูปแบบที่ใช้ง่ายและเหมาะกับสรีระของผู้ใช้ด้วย

“ตอนนี้เรามีผลิตภัณฑ์หลายรูปแบบ เช่น แผ่นประคบเอว ประคบไหล่ หัวเข่า บ่าหลัง ถุงมือ รองเท้า และท้ายทอย ทั้งหมด 7 ส่วนในร่างกาย ที่เป็นบริเวณข้อต่อต่างๆ เพราะเวลาที่เราใช้ร่างกายเยอะๆ ตามข้อต่อจะรู้สึกปวดร้าวได้”

โดยผู้ที่ออกแบบผลิตภัณฑ์ในรูปแบบต่างๆ มาตั้งแต่แรกเริ่มเลยก็คือ คุณลุงสมนึกและคุณป้าพนารัตน์ ตัวแผ่นประคบร้อนนั้นมีรูปแบบนี้มา 10 กว่าปีแล้ว แล้วก็ค่อยๆ เพิ่มแบบสำหรับประคบร่างกายในส่วนต่างๆ ของร่างกายขึ้นเรื่อยๆ โดยแนวคิดและแรงบันดาลใจหลักๆ ในการออกแบบผลิตภัณฑ์ คือให้ใช้ง่าย สะดวก และประหยัดเวลา

“การจะใช้ลูกประคบนั้นเราอาจจะต้องไปร้านนวดหรือร้านสปา ให้ผู้เชี่ยวชาญที่มีความรู้เรื่องเส้นต่างๆ ในร่างกายประคบไล่เส้นให้ แต่สำหรับแผ่นประคบร้อนนี้ ถ้าเราปวดเอวเราก็ใช้ตัวแผ่นที่ประคบเอวรัดได้เลย ไม่ต้องรู้ว่าจะต้องประคบเส้นไหน” และสิ่งที่ทางกลุ่มสมุนไพรทุ่งทรายทองเน้นมากก็คือ ต้องใช้ประโยชน์จากสมุนไพรให้คุ้มค่าที่สุด ทำให้ใช้ได้ผลจริง

สร้างสรรค์สิ่งดีๆ ที่เหมาะกับทุกคน

ผู้ที่จะใช้แผ่นสมุนไพรประคบร้อนนี้ไม่ได้จำกัดหรือเหมาะกับผู้ที่มีอาการเจ็บป่วยหรือผู้สูงอายุเท่านั้น แต่เหมาะสำหรับเราทุกคน “ผู้ที่มีอาการปวดเมื่อยจากการทำงาน การออกกำลังกาย หรืออยากไปร้านนวดแต่ไม่มีเวลา ทำอย่างไรให้เราอยู่บ้านแล้วรู้สึกผ่อนคลายเหมือนไปสปา หรือไปร้านนวด นี่เป็นโจทย์ให้เราพัฒนาว่าทำอย่างไรให้ลูกประคบนั้นกลายมาเป็นแผ่นประคบที่ใช้ได้ง่ายขึ้น”

แล้วที่ว่าใช้ง่ายนั้นง่ายขนาดไหนกันล่ะ “ลูกประคบแบบเดิมเวลาจะใช้เราต้องเอาไปนึ่ง 15 นาที แล้วลูกประคบก็จะร้อนอยู่ 15 นาที จากนั้นก็ต้องเอาไปนึ่งใหม่ แต่แผ่นตัวนี้เราพัฒนาให้ใช้ได้กับไมโครเวฟ อุ่นแค่ 2 นาทีแล้วใช้ได้เลย ความร้อนก็อยู่ได้นานกว่า ประมาณครึ่งชั่วโมงถึง 40 นาที ลูกประคบลูกหนึ่งใช้ได้ 10 ครั้ง ก็ต้องทิ้งแล้วซื้อใหม่ แต่แผ่นนี้ใช้ได้ 1-2 ปี เราพยายามยืดอายุของสมุนไพรให้นานขึ้น” ได้เห็นถึงสรรพคุณของสมุนไพรและการใช้งานที่สะดวกขึ้น ชักเริ่มน่าสนใจขึ้นมาแล้วใช่ไหมคะ

 

เสาะหาโอกาสและตลาดใหม่ๆ

ตอนนี้ทางสมุนไพรทุ่งทรายทองมีหน้าร้านอยู่ 2 แห่งรวมทั้งช่องทางออนไลน์ อย่าง facebook ของทางแบรนด์เอง แต่วันหนึ่งก็ได้พบเจอโอกาสดีๆ เพิ่มขึ้น “พอดีเรามาเจอว่าทาง คิง เพาเวอร์ มีโครงการดีๆ อยู่ เราก็เลยไม่พลาดที่จะสมัครเข้ามาร่วมในโครงการ เลยมีโอกาสได้นำสินค้ามาวางจำหน่ายที่ คิง เพาเวอร์” ทางแบรนด์จึงมีโอกาสอยู่ในโครงการตลาดสินค้าพลังคนไทย ซึ่งเป็นพื้นที่ของนักช็อปชาวไทยและต่างชาติให้ความนิยม

นอกจากการออกบูทและมีหน้าร้านแล้ว สมุนไพรทุ่งทรายทองยังพยายามนำผลิตภัณฑ์เข้าสู่ตลาดออนไลน์ให้มากขึ้นอีก “ตอนนี้กระแสออนไลน์มาแรง จึงพยายามให้สินค้าของเราเข้าไปอยู่ในช่องทางออนไลน์มากขึ้น เพื่อที่จะได้กระจายสินค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศให้มากขึ้น ตอนนี้ลูกค้าหลักของเราเป็นชาวต่างชาติ 70% เราเลยมองในเรื่องของตลาดออนไลน์มากกว่า” และทางแบรนด์ก็พยายามนำสินค้าไปวางขายหรือออกบูทในห้างสรรพสินค้าที่มีชาวต่างชาติมาเที่ยว เพื่อเป็นการแนะนำและกระจายสินค้าให้ชาวต่างชาติได้รู้จักมากขึ้น

สิ่งหนึ่งที่ทางแบรนด์ภาคภูมิใจก็คือ จากจุดเริ่มต้นที่มีสมาชิกกลุ่มเพียงแค่ 20 กว่าคน ตอนนี้กลุ่มได้เติบโตและมีสมาชิกเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนเป็นวิสาหกิจชุมชนที่เป็นการรวมตัวกันของชาวบ้านและนำรายได้เข้าชุมชน รวมถึงได้สืบทอดเจตนารมณ์ของคุณลุงคุณพ่อในเรื่องของสูตรสมุนไพรที่มีสรรพคุณในการรักษาและบำบัดอาการต่างๆ และความสุขที่สุดก็คือ เห็นลูกค้าใช้สินค้าแล้วหายปวดหายเมื่อย มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงสมบูรณ์ดี

“ตอนนี้ก็ภูมิใจนะที่เรายังคงสืบทอดสูตรสมุนไพรที่เป็นสูตรโบราณเอาไว้ไม่ให้มันหายไปตามกาลเวลา และเราอยากให้คนรุ่นใหม่ลองเปิดใจใช้สมุนไพรไทยกันเยอะๆ เรายังสมุนไพรดีๆ อีกมากในประเทศไทย”

 

สมุนไพรทุ่งทรายทอง (THUNG SAI THONG)

ที่ตั้ง: 477 หมู่ 9 ตำบลหนองพยอม อำเภอตะพานหิน จังหวัดพิจิตร 66110

 

 

ข้อมูลสินค้าเพิ่มเติมที่ตลาดพลังคนไทย

คลิก: TUNG SAI THONG THAI HERB 

 

สนใจสินค้าพลังคนไทย สามารถหาสนับสนุนได้ที่คิง เพาเวอร์ทุกสาขา

 

ปักหมุดจุดเช็คอิน – แชะรูป – ท่องเที่ยวใกล้เคียง

•บึงสีไฟ แหล่งน้ำใหญ่อันดับ 3 ของไทย เป็นจุดพักผ่อนหย่อนใจที่สงบเงียบและเป็นธรรมชาติ โดยรอบมีสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ ที่มีพรรณไม้หลากหลายและมีสถานแสดงพันธุ์ปลาเฉลิมพระเกียรติ วิวยามพระอาทิตย์ตกในบึงสีไฟสวยงามไม่เป็นสองรองใคร

•ย่านตลาดเก่าวังกรด ตลาดเก่าแก่ริมแม่น้ำน่านระยะทางยาวกว่า 6 กิโลเมตร เป็นชุมชนชาวจีนที่มาตั้งรกรากและทำการค้ามายาวนาน บอกเล่าเรื่องราวในอดีตอันรุ่งเรืองและประวัติศาสตร์ของชุมชนผ่านสถาปัตยกรรมห้องแถวไม้ มีศาลเจ้าพ่อวังกลมที่ขึ้นชื่อเรื่องของความศักดิ์สิทธิ์

•วัดโพธิ์ประทับช้า วัดและโบราณสถานอายุเก่าแก่กว่า 300 ปี เป็นที่ประสูติของพระเจ้าสรรเพชญ์ที่ 8 (พระเจ้าเสือ) แห่งราชวงศ์บ้านพลูหลวงอีกด้วย ภายในวัดมีพระปรางค์ พระอุโบสถ มณฑป และเจดีย์คู่ ล้อมรอบด้วยคูน้ำ ด้านนอกมีต้นตะเคียนโบราณอายุกว่า 260 ปี ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานสำคัญของจังหวัดพิจิตร

Author

ภัทรามน ผุดเพชรแก้ว

Author

นักเล่าเรื่อง ผู้มีหนังสือและการเดินทางเป็นดั่งลมหายใจ นิยมชมชอบท้องฟ้า กาแฟ และแมว