Summary
เอ่ยถึง “อิ้วเมี่ยน” มักนึกภาพสาวไทยภูเขาสวมชุดดำที่มีเฟอร์ไหมพรมสีแดงสดพับรอบคอเสื้อ สวมเครื่องประดับเงินเต็มตัว…อลังการ เราจะไปพูดคุยกับบุคคลที่ทำเครื่องเงินสัญชาติไทยเหล่านั้นให้โลกหันมามองผ่านผลงานของ ดอยซิลเวอร์ เครื่องเงินน่าน ที่เป็นมาอย่างยาวนานและทุกวันนี้ผลงานของเขาไม่ได้อยู่แค่บนดอย!!!
ภาพโดย ณรงค์ ศิริกาญจนพงศ์
“ตอนนี้ราคาเงินเป็นอย่างไรบ้าง” ที่ตั้งใจถามถึงประเด็นนี้เพราะคาดเดาว่ามูลค่าของ “เงิน” ที่เป็นแท่งหรือเครื่องประดับน่าจะราคาสูงขึ้น
“ปีนี้ราคาเงินเทียบเปอร์เซ็นต์แล้วขึ้นสูงกว่าทองอีกนะ” คุณหลี – ชัยพฤกษ์ รุ่งรชตะวาณิช แห่งแบรนด์ Doi Silver จังหวัดน่านเอ่ยยิ้มๆ “เงินมีราคาขึ้นไปเกิน 200 เปอร์เซ็นต์แล้ว 2 – 3 ปีก่อน เงินแท่งกิโลละ 3 หมื่นกว่าบาท แต่ต้นปี 2569 ราคาเงินเคยแตะแสนไปแล้ว” คำตอบน่าตื่นเต้นเกินคาด! เครื่องเงินที่หลายคนมีอยู่ที่บ้าน มูลค่าของเขาเพิ่มขึ้นแล้วนะ ถ้าเคยซื้อแหวนเงินมาวงละ 500 บาท ช่วงนี้ราคาไม่ต่ำกว่า 1,000 บาท แน่นอน
“แต่ไม่ว่ายังไง เราก็ยังต้องเดินต่อไปครับ” หัวเรือใหญ่ Doi Silver ยืนยัน แม้แบรนด์เครื่องประดับหลายเจ้าพากันถอดใจไปแล้วก็ตาม
“เราต้องก้าวไปข้างหน้าอย่าหยุดนิ่ง
ถ้าเมื่อไรที่เราหยุดเดิน
นั่นคือคนอื่นเขาแซงเราไปแล้ว”
ชัยพฤกษ์ รุ่งรชตะวาณิช
ทายาทรุ่นที่ 4 แบรนด์ Doi Silver
ขอบคุณภาพจากคุณชัยพฤกษ์ DOI SILVER
อิ้วเมี่ยน…คนมี ‘เงิน’
ครอบครัว Doi Silver สืบเชื้อสายมาจากชาติพันธุ์ “อิ้วเมี่ยน” หรือหลายคนอาจคุ้นกับคำว่า “เย้า” เป็นกลุ่มคนที่มักอยู่บนภูเขาสูงกระจายตัวจากประเทศจีนลงมาจนถึงทางภาคเหนือของไทย “เรามีภาษาพูดเป็นของตัวเองนะครับ แต่ว่าตัวหนังสือที่เขียนเราใช้อักษรจีน ส่วนมากทำการเกษตรและงานฝีมือ” คุณหลีทายาทรุ่นที่ 4 เล่าให้ฟัง “บ้านเรามาอยู่ที่ อ.ปัว ตั้งแต่รุ่นคุณทวด ซึ่งตั้งแต่อยู่ที่จีนปู่ทวดก็เป็นช่างเงินอยู่แล้ว พออพยพมาที่นี่ก็ทำเครื่องเงินต่อ”
“ชาวอิ้วเมี่ยนจะชอบเครื่องเงินรูปแบบดั้งเดิม
คนไทยจะชอบสไตล์หวานๆ หรือมีลายไทย
ถ้าต่างชาติจะดีไซน์เรียบหรูไปเลย”
ภาพโดย ณรงค์ ศิริกาญจนพงศ์
อิ้วเมี่ยนมีความศรัทธาที่มั่นคง เขานำลัทธิเต๋ามาผสมผสานกับความเชื่อต่อผีบรรพบุรุษจึงมีพิธีกรรมและความเชื่อที่เป็นเอกลักษณ์ของชนเผ่าเขาเองหลายอย่าง “เราผูกพันกับเงินตั้งแต่เกิดไปจนถึงวันสุดท้ายของชีวิต เกิดปุ๊บ ก็มีการนำกำไลข้อเท้าเงินหรือหมวกที่มีตุ้งติ้งเงินมารับขวัญทารก ตอนเด็กๆ ถ้าไม่สบาย เขาจะเอาไข่ต้ม เงิน และสมุนไพรห่อด้วยผ้าแล้วนำมาถูหลัง “ ทั้งเป็นการสะเดาะเคราะห์และรักษาไปในตัว เพราะถ้าเนื้อเงินกลายเป็นสีดำ นั่นคือเงินได้ดูดสารพิษจากร่างกายเด็กแล้ว
✔️ รักษาขนบแบบแผนบรรพชน
เข้าวัยหนุ่มสาวจะมีครอบครัวก็ต้องมีกำไลหมั้น เป็นเงินตันทั้งวง มีการแกะลวดลายตามแบบอิ้วเมี่ยน “เราอยู่บนดอย แรงบันดาลใจก็อยู่รอบๆ ตัวนั่นล่ะ เรานำสิ่งที่เห็นเป็นประจำมาทำลวดลาย ลายดอกแตงกวา ลายดอกหญ้า กระบี่กระบอง อะไรแบบนั้น อิ้วเมี่ยนไม่ค่อยมีลวดลายหวานๆ หรอก”

ขอบคุณภาพจากคุณชัยพฤกษ์ DOI SILVER
พอถึงวันแต่งงาน ค่าสินสอดจะมาเป็นเงินแท่ง!!! “แท่งหนึ่งหนักประมาณ 380 กรัม ให้กันเป็นสิบแท่งครับ” ในงานแต่งงานนอกจากสินสอดและชุดเจ้าสาวที่เครื่องเงินประดับเต็มตัว ผู้คนที่มาร่วมงานต่างนำชุดเก่งประจำตัวออกมาแต่งประชันกัน “ชุดของเย้ามีเครื่องประดับเยอะมาก มีกำไลคอ มีต่างหู แล้วก็มีแผงเงินทั้งหน้าและหลัง พร้อมเครื่องเงินห้อยเต็มตัวไปหมด เดินไปไหนเสียงดังกรุ๊งกริ๊งๆ ทั้งงาน เวลามีงานบุญอะไรแบบนี้ก็แต่งกันเต็มที่ เป็นการแสดงออกว่าครอบครัวเขาสมบูรณ์”
เมื่อมีผู้จากไปจะมีการทำตะปูเงินตอกฝาโลง บางครั้งตอกไปเป็นสิบตัว “ตอนทำพิธีเผาตะปูเงินก็จะหลอมละลาย แต่ถ้าเกิดว่ามีดอกไหนที่เผาแล้วไม่ไหม้ ไม่หลอมละลาย เราเชื่อกันว่าบรรพบุรุษของเราตั้งใจมอบตะปูดอกนั้นให้ลูกหลานเก็บรักษาไว้”
เครื่องเงินของชาวอิ้วเมี่ยน นอกจากจะมีราคาสูง (มากกก) ยังมีคุณค่าทางจิตใจสูงล้ำ…ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน
✔️ ซื่อสัตย์ต่อลูกค้า
คนรุ่นใหม่ ฝันไกลกว่าเดิม
ฝีมือการทำเครื่องเงินของตระกูลถ่ายทอดสู่คนรุ่นต่อๆ มา ถึงรุ่นคุณปู่ – จั่นต้อง รุ่งรชตะวาณิช ได้มีโอกาสเข้าเป็นสมาชิกศิลปาชีพ สวนจิตรลดา ได้เรียนรู้การทำเครื่องเงินรูปแบบใหม่ๆ แต่ยังคงใช้ลวดลายดั้งเดิมของเผ่า เป็นการเปิดหูเปิดตาให้เห็นความเป็นไปในโลกเครื่องประดับเกิดการขยับ


ขอบคุณภาพจากคุณชัยพฤกษ์ DOI SILVER
Suggestion
“ช่างเผ่าอื่นเขาไม่ได้ทำเฉพาะงานของชนเผ่านะ เขามีดีไซน์ที่มีความหวานมากขึ้น มีกำไล สร้อยคอ สร้อยแขน ที่ดูสวยงามมากขึ้น” แต่คุณปู่ก็ยังคงกลับมาทำงานแนวอนุรักษ์นิยมให้กับชาวอิ้วเมี่ยนต่อไป “พอถ่ายทอดวิชาลงมาถึงรุ่นคุณพ่อ (สมชาย รุ่งรชตะวาณิช) เริ่มปรับดีไซน์ จากแผงสร้อยระย้าของผู้หญิง พ่อถอดแบบออกมาเป็นสร้อยคอที่ใส่ง่ายขึ้น ตอนนั้นเนื้อเงินก็ไม่มี ทำเป็นสร้อยคอได้ไม่กี่เส้นแล้วนั่งรถเมล์ไปฝากขายที่เชียงใหม่” ในที่สุดก็เริ่มมีคนสนใจ ร้านค้าอยากให้พ่อสมชายทำไปขายเพิ่ม
“แม้จะผ่านเวลามาเป็นพันปี
คนก็ยังสรรหาเครื่องประดับที่เหมาะกับเขา
มันเป็นเรื่องอารมณ์และความรู้สึก”
“จากพ่อทำคนเดียวก็ใช้คุณแม่ช่วย ผมยังเด็กก็ต้องช่วยพวกบีบห่วง เรียงห่วง แม่ก็นำไปถักเป็นสร้อย คือทำมาตั้งแต่เด็กๆ แล้วนะครับ


ขอบคุณภาพจากคุณชัยพฤกษ์ DOI SILVER
อีกไม่นานต่อจากนั้นก็เริ่มขยับมาลองเปิดร้านเองกันบ้าง ที่สวนลุมไนท์บาร์ซาร์ กรุงเทพฯ ตอนนั้นคุณหลีอายุเพียง 15 -16 ปี แต่ได้พบลูกค้าตัวจริง ได้เห็นว่าคนอื่นเขาขายกันอย่างไร “สมัยนั้นคุณพ่อเริ่มปรับให้งานมีความหวานมากขึ้นแล้วนะ” ใช่…เคยบอกไว้ว่าอิ้วเมี่ยนไม่ค่อยมีลวดลายหวานๆ “มันขายดีนะ คุณพ่ออาจจะมองว่าโอเคแล้ว แต่ผมก็ยังเห็นว่าเรายังขาดดีไซน์ ขาดความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ เราทำแค่ไม่กี่แบบเอง เป็นการถอดแบบบางส่วนของลายโบราณมาเป็นชิ้นงานเท่านั้นเอง ผมอยากไปให้ไกลกว่านั้น”
อยากทำราคาให้ดีขึ้น – ไม่อยากผ่านคนกลาง – อยากส่งออกเอง
✔️ พร้อมเรียนรู้สิ่งใหม่ตลอดเวลา
เย้า – ไทย – โลก
คุณหลีไปเรียนมหาวิทยาลัยในด้านบริหารธุรกิจ เริ่มเดินเข้าหาภาครัฐเพื่อไปฝึกฝนเรื่องการดีไซน์ เรียนรู้เรื่องกลยุทธการค้าเพิ่ม “เมื่อก่อนเราไม่เคยถามลูกค้าว่าเขาอยากได้อะไร เราทำแบบที่เราคิดว่าสวยและเราชอบ แล้วไปนำเสนอขาย ผมต้องหันมารีเสิร์ชความต้องการของลูกค้า มาปรับทิศทางตัวเองในสากลมากขึ้น เพราะผมตั้งเป้าหมายไปแล้วว่า…จะส่งออกสินค้าให้ได้”


ขอบคุณภาพจากคุณชัยพฤกษ์ DOI SILVER
ผลงานหลักที่เป็นชิ้นเอกของอิ้วเมี่ยน คือ “สร้อยกระดูกงู” เป็นการนำเงินมารีดเส้น ทำเป็นห่วง แล้วถักทอให้ออกมาเป็นสร้อยลายเหมือนกระดูกของงู เดิมทีสร้อยกระดูกงูจะเป็นเส้นไม่ใหญ่และเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยม “เราปรับดีไซน์ให้มันเส้นใหญ่ขึ้น แล้วปรับรูปทรงให้เป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าบ้าง ให้แบนข้างหนึ่งอีกข้างหนึ่งนูนบ้าง เพื่อที่เวลาใส่ด้านแบนจะแนบไปกับข้อมือ แล้วก็ข้างบนที่นูนก็โชว์ลายสร้อยในตัว”
นั่นคือสร้อยที่ส่งออกไปขายยังต่างประเทศได้จริง เป็นดีไซน์ที่ผ่านการรีเสิร์ชจากลูกค้าต่างชาติโดยตรง “งานลวดลายดั้งเดิมแบบอิ้วเมี่ยนยังคงต้องทำให้กับคนในเผ่า สำหรับคนไทยทั่วไปจะชอบงานดีไซน์หวานๆ เป็นดอกไม้ เป็นลายไทย ลายเครือเถาพิกุล ลายกนก แต่ตลาดสากลเขาไม่ได้ชอบลวดลายของชนเผ่าใดเผ่าหนึ่ง ไม่เข้าใจความหมายของลายไทย”
งานดีไซน์เรียบหรูดูเท่ของ Doi Silver เปิดทางไปได้สวยในหลายประเทศ
✔️ ก้าวไปข้างหน้าอย่าหยุดเดิน
ขอเดินสายเท่
กับ คิง เพาเวอร์ คุณหลีมองขาดตั้งแต่แรกว่านี่คือตลาดต่างชาติ
“ผลงานของ ดอยซิลเวอร์ ที่มาขายใน คิง เพาเวอร์ ค่อนข้างมาโทนเรียบหรู สร้อยคอ สร้อยข้อมือ ต่างหู กำไล ยังเน้นเป็นสร้อยกระดูกงู แต่อาจมีฝังพลอยให้มีสีสันและสวยงามมากขึ้น” ความแตกต่างซึ่งเห็นได้ชัด คือเครื่องประดับเงินแบรนด์ไทยส่วนใหญ่นิยมเดินทางสายหวาน แต่ความเรียบ เท่ แนวที่ผู้ชายสวมใส่ได้ เป็นเหมือน DNA ของ Doi Silver ดึงดูดสายตาได้ไม่น้อย
“เครื่องประดับเป็นเรื่องของอารมณ์และความรู้สึก ยังไงๆ คนก็ต้องตามหาสไตล์ที่เขาชอบ” ความแตกต่างอย่างเป็นตัวเองคงเข้าไปแตะความรู้สึกลึกๆ ของคนที่พบเห็นได้แน่ๆ


ภาพโดย พีระรัตน์ ธรรมจง
เมื่อไรที่เราหยุดเดิน…
กว่าจะมายืนจุดนี้ได้ผ่านการถ่ายทอดฝีมืองานช่างเงินแบบอิ้วเมี่ยนมาถึง 4 เจนเนอเรชัน ผ่านการพัฒนา เรียนรู้ และปรับตัว จากดีไซน์แบบดั้งเดิมมาสู่การมองทิศทางของโลกก่อนลงมือรังสรรค์ผลงาน
“หลักการของบ้านเราสอนกันมาตลอดเลย คือ ยึดมั่นความซื่อสัตย์ ซื่อสัตย์ต่อลูกค้าเลือกสรรสิ่งที่ดีมีคุณภาพที่สุดให้กับเขา อย่างช่วงนี้ราคาของเงินพุ่งสูง เครื่องประดับที่ลูกค้าจะจับต้องได้ อาจไม่ใช่ชิ้นงานที่หนาๆ หนักๆ เหมือนสมัยก่อน เราคงต้องลดให้ชิ้นงานเบาลง แต่ดีไซน์ยังต้องใส่ใจเท่าเดิม”
ชวนอ่านอีกเรื่องราวคนเก่งจังหวัดน่าน กับแบรนด์ฝ้ายเงินฝ้ายทอง คลิกที่นี่

ขอบคุณภาพจาก คุณชัยพฤกษ์ DOI SILVER
หรืออีกกลุ่มหนึ่งที่คุณหลีให้ความสำคัญ คือ สะสมเครื่องเงินเป็นเหมือนงานศิลปะ จะมีงานเครื่องเงินที่ชิ้นใหญ่และทุ่มพลังฝีมือลงไปเยอะๆ เช่น กระเป๋าเงินที่ลวดลายวิจิตร แจกันเงินสวยๆ
“ผมมองว่าเราต้องก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดนิ่ง ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เราก็ต้องเดินต่อไป เพราะถ้าเมื่อไรที่เราหยุดเดิน นั่นคือคนอื่นเขาแซงเราไปแล้ว”
ภาพโดย ณรงค์ ศิริกาญจนพงศ์
เริ่มสตาร์ทจากบนดอย…จะเดินไปรอบโลกเลยใช่ไหม
ชัยพฤกษ์ รุ่งรชตะวาณิช
เคล็ดลับช่างเงินอิ้วเมี่ยน…สู่สากล
✔️ รักษาขนบแบบแผนบรรพชน
✔️ ซื่อสัตย์ต่อลูกค้า
✔️ พร้อมเรียนรู้สิ่งใหม่ตลอดเวลา
✔️ ก้าวไปข้างหน้าอย่าหยุดเดิน
สนใจสินค้าพลังคนไทย สามารถสนับสนุนได้ที่คิง เพาเวอร์ทุกสาขา