Passion

ฟุ บลูมูน กับโลกฟุตบอล
ที่เลือกเล่าในแบบของตัวเอง

ศุภางค์ภัค เศารยะพงศ์ 18 May 2026
Views: 504

Summary

ฟุ บลูมูน เริ่มต้นจากเพื่อนชวนให้สนใจฟุตบอล ก่อนจะพัฒนาเป็นความหลงใหลและศึกษาเกมลูกหนังอย่างลงลึก เป็น Cityzens แถวหน้า และต่อยอดความชอบสู่การทำคอนเทนต์ฟุตบอลบน TikTok วิเคราะห์เกมด้วยมุมมองเฉพาะตัว ผสานน้ำเสียงและสไตล์การเล่ามีเอกลักษณ์ พร้อมมุ่งสร้างคอมมิวนิตีแฟนบอล เรือใบสีฟ้าให้เติบโตทั้งในโลกออนไลน์และออฟไลน์

ขอบคุณภาพจาก “ฟุ บลูมูน”

การขับเคี่ยวแชมป์พรีเมียร์ลีก 2025/26 ถือเป็นอีกหนึ่งฤดูกาลที่เข้มข้นที่สุดในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แฟนบอลของ อาร์เซนอล และแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ต่างลุ้นกันแบบนัดต่อนัด และไม่ว่าสุดท้ายแล้วถ้วยแชมป์ลีกสูงสุดของอังกฤษจะตกเป็นของทีมใด สิ่งที่ฤดูกาลนี้สะท้อนออกมาไม่เพียงเป็นการต่อสู้ด้านผลการแข่งขัน แต่ยังสะท้อนวิวัฒนาการของเกม ทั้งในเชิงแทกติก โครงสร้างทีม และการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคฟุตบอลสมัยใหม่ที่ซับซ้อนและแข่งขันสูงขึ้นกว่าเดิม

ในอีกมิติหนึ่ง วงการฟุตบอลยังถูกขับเคลื่อนด้วยการเติบโตของอินฟลูฯ ยุค Social-First ที่เข้ามามีบทบาทสำคัญในฐานะ ผู้เล่าเรื่องฟุตบอลไม่ใช่แค่ผู้รายงานข่าว แต่เป็นคนที่ถ่ายทอดอารมณ์ มุมมอง และประสบการณ์ร่วมกับแฟนบอล จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมการเชียร์ในโลกออนไลน์

ขอบคุณภาพจาก “ฟุ บลูมูน”

ฤดูกาล 2025/26 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อยู่บนเส้นทางลุ้นแชมป์อย่างเข้มข้น Thaipower.co เลยอยากพาทุกคนไปรู้จักชีวิต ความคิด และความหลงใหลในกีฬาฟุตบอลของ FC แมนซิตี้ ยืนหนึ่งอย่าง พิเชฐ คูวาโนะ หรือ ฟุ บลูมูน เจ้าของเพจ Bluemoon บนเฟซบุ๊ก, ช่อง ฟุบลูมูนบน TikTok และ bluemoon_uq ทาง IG 

เขาเป็นแฟนพันธุ์แท้ทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ผู้พัฒนาตัวเองจากการทำคอนเทนต์เล็กๆ สู่การเป็น KOL ที่มีผู้ติดตามถึงหลักล้าน ผ่านเอกลักษณ์การเล่าเรื่องหลังเกมและมุมมองที่ชัดเจนเฉพาะตัว 

 

แพสชันหลักของผมคือความรักในฟุตบอล
มันเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ทุกอย่างไปต่อได้ง่าย
โชคดีที่จังหวะชีวิตพามาอยู่กับทีมแมนซิตี้พอดี
เป้าหมายของผมชัดเจนมาก คือถ้าพูดถึงแมนซิตี้
อยากให้คนนึกถึง ฟุ บลูมูน เป็นชื่อแรกให้ได้”

พิเชฐ คูวาโนะ (“ฟุ บลูมูน”)
FC ทีม Manchester City / #เฟรนด์บอลเลสเตอร์

 

จากความไม่มั่นใจสู่รักแรกในฟุตบอล

ผมเป็นเด็กอ้วนมาตั้งแต่เด็กครับ ที่บ้านเลี้ยงดี กินเก่งเป็นพิเศษ พอถึงคาบเรียนพละก็จะไม่ค่อยชอบ เพราะรู้สึกว่ามันเป็นปมด้อย เวลามีกิจกรรมอะไร เรามักทำได้ไม่ดีเหมือนคนอื่น ครูให้ไปเตะฟุตบอลทีไร ผมก็ได้เป็นผู้รักษาประตูตลอดเพราะตัวอ้วน แล้วเวลาบอลอัดมามันเจ็บมาก จนช่วงหนึ่งกลายเป็นคนไม่ชอบฟุตบอลไปเลย ฟุ เล่าถึงวัยเด็กของเขา ก่อนที่ความชอบฟุตบอลจะกลับมาอีกครั้งจากแรงผลักดันของกลุ่มเพื่อนสมัยเรียนที่โรงเรียนปรีชานุศาสน์ จ.ชลบุรี ตอนอายุประมาณ 11 ปี ขณะเรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ช่วงนั้นเพื่อน ๆ ในห้อง ทั้งผู้ชายและผู้หญิง ต่างคลั่งไคล้ฟุตบอลกันมาก

ขอบคุณภาพจาก “ฟุ บลูมูน”

วันหนึ่งผมเดินลงมาจากบ้าน แล้วเห็นข่าวช่อง 3 รายงานว่าแมนซิตี้ชนะเชลซี 2-0 นั่นกลายเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เขาหันมาสนใจทีม เรือใบสีฟ้าอย่างจริงจัง ตอนแรกเราเพิ่งเริ่มเชียร์ ยังไม่เข้าใจอะไรเลย นักเตะคนนี้มาจากประเทศอะไร ถนัดเท้าข้างไหน นิสัยเป็นยังไง เวลาเล่นในสนามมีจุดเด่นอะไร พอไปคุยกับเพื่อนก็ไม่รู้เรื่อง โดนแซวว่าเชียร์ไม่จริง เลยกลายเป็นจุดที่ทำให้ผมเริ่มดูฟุตบอลแบบลึกขึ้นเรื่อย ๆ และจากความอยากคุยกับเพื่อนให้รู้เรื่อง กลายเป็นความสนใจที่ขยายไปไกลกว่าแค่ผลการแข่งขัน เขาเริ่มศึกษาทั้งเรื่องโครงสร้างสโมสร เจ้าของทีม ประธานสโมสร รวมถึงทิศทางของทีมในอนาค เขาเล่าให้เราฟังพร้อมหัวเราะว่า ตอนเลือกเชียร์ ก็ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าทีมที่เราเชียร์น่ะรวย

ขอบคุณภาพจาก “ฟุ บลูมูน”

 

จากพอร์ตฯ เข้ามหาวิทยาลัย สู่เส้นทาง KOL 

ช่วงจะเข้ามหาวิทยาลัย เป้าหมายแรกผมคืออยากเข้าคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ ผมเลยตั้งใจทำพอร์ตโฟลิโอเสนอผลงานเพื่อยื่นเข้ารอบแรก จะได้ไม่ต้องไปสอบแข่งขันกับคนอื่น 

ตอนนั้นก็คิดหนักเหมือนกันว่าจะทำยังไงให้พอร์ตของเราน่าสนใจ เพราะกิจกรรมที่มีส่วนใหญ่เป็นเรื่องทั่วไป เช่น เรียนรด. หรือเล่นกีฬาสี ผมรู้เลยว่าถ้าเทียบกับคนที่มีความสามารถพิเศษหรือกิจกรรมเด่น ๆ เราน่าจะแข่งยาก แล้วผมเป็นคนชอบใช้เหตุผล ชอบคุยฟุตบอลกับเพื่อนแบบดีเบตกันจริงจัง ไม่ใช่สายเกรียนหรือด่ากัน เลยลองเริ่มทำเพจฟุตบอลในเฟซบุ๊กก่อน พอเขียนไปเรื่อย ๆ ยิ่งรู้สึกว่าความคิดในหัวนั้นเยอะเกินกว่าตัวหนังสือจะสื่อได้ครบ บางทีแค่พิมพ์ตกหรือใช้คำต่างกัน น้ำเสียงและความหมายก็เปลี่ยนไปเลย ผมเลยคิดว่า ถ้าอยากสื่อสารให้คนเข้าใจจริง ๆ เราน่าจะต้องพูดออกมา ไม่ใช่แค่พิมพ์ข้อความ”

ประจวบกับเวลานั้น TikTok เพิ่งเริ่มได้รับความนิยม ครีเอเตอร์สายฟุตบอลยังมีไม่เยอะ ฟุ เลยลองทำดู คลิปแรกยังไม่ได้พูดถึงแมนซิตี้ แต่วิเคราะห์ถึงทีมลิเวอร์พูล ปรากฏว่าผลตอบรับดีเกินคาด ภายในประมาณปีเดียว ผู้ติดตามขึ้นไปมากกว่า 300,000 คน

ขอบคุณภาพจาก “ฟุ บลูมูน”

“ถือว่าเร็วมากสำหรับผม แต่ถึงผู้ติดตามจะเยอะ ผมกลับยังไม่มั่นใจตัวเอง เพราะโควตาเข้าคณะมีอยู่น้อยมาก สุดท้ายเลยตัดสินใจสมัครที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพฯ ซึ่งตอนนั้นเพิ่งเปิดสาขาวิชาการสื่อสารและสื่อใหม่ คณะนิเทศศาสตร์ (สาขาที่เน้นเรื่องการสร้างแบรนด์และงานสายอินฟลูเอนเซอร์โดยตรง)” แต่ปัจจุบัน ฟุ ได้หยุดพักการเรียนไว้ก่อน เนื่องจากลองโฟกัสกับอาชีพครีเอเตอร์ดูอย่างเต็มที่ “ผมรู้สึกว่าโชคดีมากที่ได้ทำในสิ่งที่รัก มันสามารถสร้างรายได้ที่มั่นคง เลี้ยงตัวเองได้ รวมถึงช่วยดูแลที่บ้านได้ด้วย แต่ผมยังเชื่อว่าสุดท้ายแล้ว ตัวเองจะกลับไปอยู่ในระบบการศึกษาอีกครั้งแน่นอน

 

ถ้าเปรียบกับนักฟุตบอล
ผมมองตัวเองเป็นเพียงดาวรุ่งที่กำลังอยู่ระหว่างการพัฒนา
ยังต้องเก็บประสบการณ์อีกเยอะ
และกำลังมุ่งไปสู่บทบาทศูนย์หน้าตัวจบสกอร์ในอนาคต”

 

จังหวะทองหลังเกมกับคอนเทนต์ฟุตบอลยุคใหม่

ถ้าลองคลิกชมช่องของ ฟุ บลูมูน ก็จะเห็นคอนเทนต์ของเขาคล้ายกับคาร์พูล (Carpool) เพราะส่วนใหญ่จะเห็นนั่งคุยอยู่ในรถ แต่จริง ๆ แล้ววิธีทำคอนเทนต์ของเขามีหลายสไตล์ แตกแขนงขึ้นมาตามการเติบโตของช่อง มีทั้งคอนเทนต์หลังเกม ข่าวฟุตบอล ไปจนถึงการเล่าเรื่องหรือเปิดให้คนเข้ามาถามคำถาม

ชายหนุ่มมองว่าจุดแข็งสำคัญของคอนเทนต์ก็คือ จังหวะเวลาหลังจบเกมจัดเป็นช่วงไพร์มไทม์ ที่แฟนบอลอยากฟังความคิดเห็นทันที พอเกมจบ คนจะรู้เลยว่าเดี๋ยวผมจะออกมาพูดแล้ว เป็นงานของเราไปโดยธรรมชาติ บางครั้งต้องเดินทางหรือไปทำงานนอกสถานที่ ก็เลยใช้รถเป็นพื้นที่ในการเล่าเรื่อง สุดท้ายคนก็ดูเหมือนจะไม่ได้โฟกัสว่าผมอยู่ที่ไหน แต่สนใจสิ่งที่ผมพูดมากกว่า เขายอมรับว่าในช่วงแรกพยายามทำตัวเองให้คล้าย รีพอร์เตอร์หรือผู้ประกาศข่าวฟุตบอล เน้นรายงานข้อมูลแบบตรงไปตรงมา แม้ยอดรับชมจะดี แต่เจ้าตัวกลับรู้สึกว่าคนยังไม่รู้จักตัวตนที่แท้จริงของเขา

กับ โฟนตุง (พฤติชัย กุลประสูติ พิธีกร นักพากย์ฟุตบอล
และอินฟลูเอนเซอร์สายกีฬาฟุตบอล)

 

กับเพื่อนๆ พี่ๆ FC คนรักฟุตบอล

ขอบคุณภาพจาก “ฟุ บลูมูน”

ผมรู้สึกว่าเรามีความคิดเห็น มีจริต มีน้ำเสียงของตัวเองที่อยากสื่อออกไป บางคำมันเป็นคำของคนรุ่นเก่า แต่ผมเอามาปรับให้วัยรุ่นฟังแล้วเข้าใจได้ ช่วง 2-3 ปีหลังเลยเริ่มใส่ความคิดเห็นของตัวเองลงไปมากขึ้น กลายเป็นว่าคนชอบมาก

ฟุ มองว่า สิ่งสำคัญที่สุดในการทำคอนเทนต์คือการไม่หยุดพัฒนา และสิ่งที่ทำให้ตัวเองพัฒนาได้เร็ว คือการได้อยู่ในสภาพแวดล้อมของคนที่มีประสบการณ์มากกว่า ช่วยให้ได้เรียนรู้มุมมองใหม่ ๆ ตลอดเวลา เขาเชื่อว่าไม่มีแพลตฟอร์มไหนอยู่ตลอดไป “ไม่มีอะไรยั่งยืนครับ อย่างเฟซบุ๊ก วันหนึ่งก็อาจไม่ใช่แพลตฟอร์มหลักแล้ว ตอนผมไปอังกฤษหรือเยอรมนี คนแทบไม่เล่นกันแล้ว ที่ไทยอาจยังช้ากว่า แต่สุดท้ายพฤติกรรมคนก็จะเปลี่ยน ส่วน TikTok ฟุมองเป็นพื้นที่สำคัญของยุคนี้ โชคดีที่เขาเริ่มต้นเร็วในแพลตฟอร์มดังกล่าว ทำให้มีเวลาเรียนรู้ ทดลอง ค้นหาสไตล์ของตัวเอง

มีกฎประจำใจไหม ที่ห้ามแตกแถวเลย

ฟุ บลูมูน: กฎข้อสำคัญที่สุดคือ ไม่เล่าทุกเรื่องให้ทุกคนฟัง ตอนที่เข้ามาเริ่มทำงานนี้ ผมยังเด็กมาก ประสบการณ์ชีวิตไม่เยอะ ยังแยกไม่ออกว่าอะไรควรเล่า อะไรไม่ควรเล่า สุดท้ายมันไม่ดีครับ ควรเลือกเล่าให้แค่บางคนที่ไว้ใจจริง ๆ แต่ในช่วงเวลานั้น มีพ่อวัลลภ ตรีฤกษ์งาม (อดีตรองประธานบริษัท ซูซูกิ ประเทศไทย) ผู้เป็นเหมือนพ่อคนที่ 2 ของผม ท่านคอยให้คำแนะนำผมทุกอย่างเลยครับ สอนผมว่าไม่จำเป็นต้องเล่าทุกเรื่องให้ทุกคนฟัง ส่วนอีกคนคือโฟนตุง (พฤติชัย กุลประสูติ พิธีกร นักพากย์ฟุตบอล และ KOL สายกีฬาฟุตบอล) ที่ผมไว้ใจ พูดคุยเรื่องชีวิตและงานได้สม่ำเสมอ

ภาพถ่ายกับวัลลภ ตรีฤกษ์งาม
(อดีตรองประธานบริษัท ซูซูกิ ประเทศไทย)

ขอบคุณภาพจาก “ฟุ บลูมูน”

และนอกจากคอนเทนต์ฟุตบอลในโลกออนไลน์ เขายังเริ่มสร้าง คอมมิวนิตีของแฟนบอลแมนเชสเตอร์ ซิตี้ขึ้นมาอย่างจริงจัง ผ่านกิจกรรมดูบอลร่วมกัน ชิมลางด้วยการจัดงานดูบอลกับแฟนแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ประมาณ 250 คน ได้การตอบรับที่ดีมาก “คนดูเต็มเร็วมาก มีคนทักเข้ามาเกือบ 400 คน พอขยับเพิ่มจำนวนเป็น 400 คนก็ยังเต็มอีก มันทำให้เห็นว่าคอมมิวนิตีแฟนแมนซิตี้ในไทยโตขึ้นเรื่อย ๆ โชคดีที่หลายคนไว้ใจให้ผมเป็นคนรวมพวกเขาเข้าด้วยกัน”

ขอบคุณภาพจาก “ฟุ บลูมูน”

 

เป็น KOL ยุคนี้ยากขึ้นไหม?

ฟุ บลูมูน: ผมมองเป็นเรื่องของมุมมองมากกว่า มันไม่ได้ง่ายสำหรับทุกคนครับ พื้นที่คอนเทนต์มีการแข่งขันสูงขึ้น สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มอาจจะยากมาก แต่สำหรับผมที่เริ่มจาก TikTok มาก่อน ก็อาจดูเหมือนง่ายขึ้น แต่จริง ๆ แล้วทุกอย่างต้องใช้ความพยายามเหมือนเดิม สิ่งที่สำคัญที่สุดยังคงเป็นคุณภาพและตัวตน

“ไม่น่าเชื่อนะครับว่าลูกบอลลูกเดียวจะทําให้เด็กอยากเป็น อยากทํา อยากฝึก
ถามว่าทําไมผมถึงรู้ เพราะผมเคยเป็นเด็กคนนั้น…
ดีใจที่น้อง ๆ ได้ลูกฟุตบอลมาตรฐานไปสานต่อความฝันครับ”

“ฟุตบอลให้ทุกอย่างกับผม…ให้อาชีพ ความมั่นคง ให้สังคม ให้ความฝัน ให้พลังและแรงบันดาลใจ ได้เจอคนดี ๆ ได้เรียนรู้จากคนเก่งอีกมากมาย สิ่งที่ผมทำอยู่และกำลังจะทำต่อ ๆ ไป มันเกี่ยวข้องกับฟุตบอลทั้งหมด” เขาจึงตั้งใจไปร่วมแจกฟุตบอลให้เด็ก ๆ ในโครงการล้านลูก ล้านพลัง สร้างฝันเด็กไทย โดย คิง เพาเวอร์ ไทย เพาเวอร์ พลังคนไทย ได้ร่วมถ่ายทอดคอลเลกชันพิเศษ Ghost in the Weave Collection 2025/2026 ที่เป็นฝีมือพลังคนไทยของชาวบ้านกลุ่มทอผ้าบ้านหนองน้ำใส จ.เลย ที่ได้อวดผลงานสู่สากลผ่าน FOXES FANSTORE สโมสรฟุตบอลเลสเตอร์ ซิตี้ หรือแม้แต่การเป็น #เฟรนด์บอลเลสเตอร์ ที่ได้เดินทางไปสัมผัสประสบการณ์ฟุตบอลกับสโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ที่อังกฤษ คลิกอ่านเรื่องราวน่าสนใจของคอลเลกชันนี้ได้ที่นี่ 

กับคอลเลกชันพิเศษ Ghost in the Weave Collection 2025/2026
คลิกเพื่อชม video เกี่ยวกับคอลเลกชันพิเศษ Ghost in the Weave Collection 2025/2026ได้ที่นี่

กิจกรรมที่ได้มีส่วนร่วม เจ้าตัวมีโมเมนต์ประทับใจที่สุด คือกิจกรรมลงพื้นที่แจกฟุตบอลให้เด็ก ๆ ซึ่งสะท้อนภาพวัยเด็กของเขาเองอย่างชัดเจน ผมเองก็เคยเป็นเด็กที่ไม่มีลูกบอลเล่นเหมือนกัน การได้เห็นน้อง ๆ ดีใจเวลาได้ลูกฟุตบอล เขาไม่สนใจอะไรแล้ว วิ่งไปเตะกันเลยทันที ไปเล่นกันเต็มที่ มันเหมือนเราได้ย้อนกลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง ผมก็เคยเป็นเด็กที่เล่นบอลกับเพื่อน ตอนนั้นแค่มีลูกบอลลูกเดียวก็เหมือนสวรรค์แล้ว เขาย้อนความทรงจำว่า ในช่วงประถมศึกษา มักจะใช้ของรอบตัวมาใช้แทนลูกบอลจริงอย่าง ฝาขวดน้ำ และนำขวดน้ำมาทำเป็นประตู เล่นกันตามประสาเด็ก ๆ ใต้ถุนอาคารเรียน

เส้นทางของ ฟุ บลูมูน สะท้อนโมเดลความสำเร็จของ KOL ยุคใหม่ ซึ่งชี้ให้เห็นว่า คอนเทนต์ฟุตบอลยุคใหม่ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลเพียงอย่างเดียว แต่ขับเคลื่อนด้วยตัวตนอันมีเอกลักษณ์ จังหวะเวลา และความจริงใจในการสื่อสารกับผู้ติดตามของเขา ขณะเดียวกันยังเติบโตควบคู่กับการสร้างคอมมิวนิตีแฟนบอล ที่เปลี่ยนจากผู้ชมออนไลน์ไปสู่การรวมตัวกันในชีวิต

ขอบคุณภาพจาก “ฟุ บลูมูน”

 

ติดตามผลงานของ “ฟุ บลูมูน” ได้ทางช่องทางต่อไปนี้ 

FACEBOOK:  Bluemoon

TIKTOK: ฟุบลูมูน

INSTAGRAM: bluemoon_uq

YOUTUBE: Bluemoon

Author

ศุภางค์ภัค เศารยะพงศ์

Author

สนุกกับการพูดคุยกับผู้คน และวิเคราะห์ในสิ่งที่พวกเขาบอกเล่า เมื่อลงมือเขียนก็อยากถ่ายทอดให้ทุกอย่างออกมาอย่างวิจิตร

Web Editor

ปิ่นอนงค์ วัชรปาณ

Web Editor

บรรณาธิการเว็บ Thaipower.co อดีตบรรณาธิการบางสำนัก นักข่าวและคอลัมนิสต์จำเป็น โกสต์ไรเตอร์...ผู้รักการเดินทาง หลงใหลกลิ่นกาแฟ และเป็นมูฟวีเลิฟเวอร์