ASAP
เมล็ดพันธุ์ในโลกของคนดนตรี

ASAP

เมล็ดพันธุ์ในโลกของคนดนตรี

เรื่อง ณัฐวิมล เศารยะพงศ์ / ภาพ Expert Kits

 

บนสังเวียนการต่อสู้ของเหล่านักรบทางดนตรีที่มารวมตัวกันล่าฝัน ASAP หรือที่อ่านออกเสียงว่า เอ-แซ้ป เป็นอีกหนึ่งวงดนตรีจากโรงเรียนเตรียมอุดมดนตรี วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล ที่แบกความฝันของพวกเขาขึ้นไปประลองชัย บนเวที THE POWER BAND การประกวดดนตรีสากลสมัยนิยมผสมเครื่องเป่า ประจำปี 2564 จัดโดย วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับ คิง เพาเวอร์ ไทย เพาเวอร์ พลังคนไทย

พวกเขาเป็นเสมือนเมล็ดพันธุ์ดนตรี ที่เติบโตอยู่ในสายอาชีพดนตรีโดยตรง จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่อยากจะแสวงหาประสบการณ์การเล่นดนตรี จากเวทีประกวดต่างๆ เหมือนเด็กวัยรุ่นทั่วไป เพื่อเติมสีสันและเป้าหมายให้กับชีวิต และด้วยความมุ่งมั่นหมั่นฝึกฝนที่มาพร้อมต้นทุนทางดนตรีที่ดี ทำให้ ASAP รวมกันสร้างโชว์ที่เต็มไปด้วยพลังจนเข้าตากรรมการ และสามารถคว้ารางวัลรองชนะเลิศควบรางวัลเรียบเรียงดนตรียอดเยี่ยม ประเภท Class F ระดับมัธยมศึกษา บนเวทีประกวด THE POWER BAND มาครองได้ในที่สุด

จากความสำเร็จที่ได้รับ ทำให้เราไม่พลาดที่จะพาไปล้วงลึกในเส้นทางประกวดของ ASAP พร้อมการจุดแรงบันดาลใจดีๆ ผ่านตัวแทนสมาชิกวง 3 คน คือ ภูมิ-ณัฐภัทร พรหมสว่าง(โปรดิวเซอร์), มิกซ์-ศุภวิชญ์ วรรณเชษฐ์ (อัลโต แซกโซโฟน, นักร้องแร็ป) และ มะปราง-ณภัทร เรืองไวทย (นักร้องนำ) แต่ก่อนจะไปทำความรู้จักกันให้มากกว่านี้ เรื่องราวเบื้องต้นของ ASAP เริ่มกันตรงที่…

ชื่อวง  ASAP นั้นย่อมาจากคำว่า As Soon As Possible ! เป็นคำพูดติดปากของอาจารย์ชาวอังกฤษ มักใช้เรียกนักเรียนที่ชอบทำผิดระเบียบให้เข้าพบ ไม่ผิดไปจากนี้ – เหล่าสมาชิก ASAP ชอบโดนเรียกกันประจำ! แต่ความหมายอีกนัยหนึ่งของชื่อ มันคือการสื่อให้เห็นถึงคาแรคเตอร์ซนๆ ของชาววงนั่นเอง แต่เหนืออื่นใด กับชัยชนะที่ได้มาบนเวที THE POWER BAND จะเกิดขึ้นไม่ได้ หากพวกเขาขาดผู้คุมวงที่ดีอย่างอาจารย์ ปิญชานันท์ ใจประสงค์ ผู้หนุนนำวงจนไปถึงฝั่งฝัน

🎵 “การประกวดครั้งนี้มีอะไรมากกว่านั้นนะคะ

มีมิตรภาพ แล้วเราได้พัฒนาตัวเองมากขึ้น

ได้มีความรู้มากขึ้น มันเป็นประสบการณ์ใหม่”🎵

– มะปราง วง ASAP (นักร้องนำ)

 

WE’RE TEAM!

เพราะ ASAP เกิดขึ้นจากการรวมตัวของเหล่านักเรียนดนตรีแขนงต่างๆ สไตล์วงจึงเต็มไปด้วยการผสมผสานทุกเอกลักษณ์ทางดนตรีเข้ามา ภายใต้การทำงานของสมาชิกจำนวน 11 คน โดยแต่ละคนจะมีความแข็งแรงในพาร์ตการเล่นเครื่องดนตรีของตัวเอง เมื่อมารวมกันเป็นทีมบนเวทีประกวด ASAP คือทีมดนตรีที่แข็งแกร่ง

 

TP: แนวทางดนตรีของ ASAP เป็นอย่างไร?

มิกซ์: มันจะมีสไตล์ที่แปลกใหม่จากดนตรีปกติครับ

มะปราง:  ด้วยความที่เราเป็นเด็กดนตรีค่ะ เหมือนกับว่า เราทำอะไรกันมาเยอะ เราจะมีไอเดีย มีความรู้ทางดนตรี หรือถ้ามีความคิดแปลกๆ ขึ้นมา เราก็จะเอาทุกอย่างมารวมกันให้เป็นหนึ่งเดียว โดยที่มีคำถามว่า เราจะทำยังไงให้ความคิดพวกนี้มันรวมกันได้แล้วเป็นสิ่งที่ดีที่สุดค่ะ

ภูมิ:  สไตล์การเล่นของวงเรา น่าจะไม่มีคำจำกัดความนะครับ แต่เราขอเรียกว่าเป็น ‘ฟิวชัน’ แล้วกัน เดิมทีพวกเราก็เรียนดนตรีอยู่แล้ว แต่ละคนก็จะมาจากหลายๆ สาขา บางคนมาจากแจ๊ส บางคนมาจากคลาสสิคัล บางคนมาจากดนตรีไทย บางคนมาจากแขนงป๊อปอะไรอย่างนี้ เราก็เลยคิดว่าแนวดนตรีแบบไหน ที่เราจะสามารถดึงเอกลักษณ์ของเพื่อนๆ ในวงออกมาได้ เราก็นึกถึงดนตรีฟิวชัน เพราะมันสามารถนำดนตรีทุกอย่างมาผสม มามิกซ์ให้มันลงตัวจนออกมาเป็นแนวแบบนี้ครับ

🎵 “สไตล์การเล่นของวงเรา…นึกถึงดนตรีฟิวชัน

เพราะมันสามารถนำดนตรีทุกอย่างมาผสม

มามิกซ์ให้มันลงตัวจนออกมาเป็นแนวแบบนี้ครับ”

– ภูมิ วง ASAP (โปรดิวเซอร์)

 

TP: จุดเด่นที่สื่อความเป็น ASAP ทีเห็นได้ชัดละคะ?

ภูมิ:  “อยู่ที่การเรียบเรียงดนตรีครับ ในเมื่อเรามีคนมาจากหลายแขนงดนตรี เพราะฉะนั้นเราต้องทำแนวดนตรีที่มันไม่ได้สโคปจนเกินไปว่าเป็น แจ๊ส ป๊อป หรือ คลาสสิคัล มิวสิก การเรียบเรียงดนตรีของพวกเรามันก็จะมีเอกลักษณ์บางอย่าง เช่น จะเป็นเรื่องของจังหวะ ท่วงทำนอง หรือพวกเสียงประสาน ถ้าฟังก็จะรู้เลยว่านี่คือ ASAP”

 

ก้าวสู่เวทีแข่งขันที่ต้องขุดวิชาเรียนออกมาใช้อย่างเต็มที่ !

ด้วยลีลาการร้องเข้าฝักระดับน้องๆ ดีวาจากมะปรางนักร้องนำหญิงคนเดียวของวง รวมถึงท่วงทำนองจากสองบทเพลง ที่นำมาใช้ในการแข่งขัน คือ “รางวัลแด่คนช่างฝัน” (ศิลปิน/จรัล มโนเพ็ชร) และ ไม่มีเธอ ไม่ตาย (ศิลปิน/วิชญาณี เปียกลิ่น) ก็ถูกนำมาเรียบเรียงใหม่ในสไตล์ฟิวชันที่ฟังแล้วอิ่มหู นั่นคือสิ่งที่ ASAP เปิดศักยภาพทางดนตรีที่ร่ำเรียนมาให้ทุกคนได้เห็น

 

TP: กติกาการแข่งขันที่ต้องเอาเพลงต้นฉบับมาเรียบเรียงให้มีเครื่องดนตรีชนิดเครื่องเป่าผสม วงมีการวางแผนทำเพลงตรงนี้ยังไงบ้าง?

ภูมิ:  เพลงแรกที่เป็นเพลงบังคับ คือเพลงรางวัลแด่คนช่างฝันนะครับ แล้วเพลงที่สองที่เลือกมาคือเพลง ไม่มีเธอ ไม่ตาย ของคุณแก้ม วิชญาณี  ในส่วนของผมที่เป็นโปรดิวเซอร์ เพลงแรกผมตั้งใจที่จะอะเรนจ์หรือเรียบเรียงใหม่ให้มันโชว์เกี่ยวกับความเป็นแบนด์…ความเป็นดนตรีของวงครับ เพราะฉะนั้นเพลงที่สองเราเลือก เราอยากจะโชว์นักร้อง เลยคิดว่าถ้าใช้เพลงของ คุณแก้ม วิชญาณี น่าจะตอบโจทย์ ก็เอาเพลงนี้มารีอะเรนจ์ดนตรีใหม่ เพราะมันจะมีท่อนร้องที่โชว์สกิลเลย ด้วยเพลงนี้เราเริ่มอะเรนจ์ขึ้นมาจากการร้องก่อน ก็ต้องมาคิดว่า ทำยังไงให้นักร้องโชว์พลังการร้องให้ได้มากที่สุดครับ

มิกซ์:  “ผมมองว่า เรื่องของการอะเรนจ์ จริงๆ น่าจะเป็นเรื่องของภาพจำนะครับ ไม่ว่าจะเป็นทางด้านของซาวนด์ หรือการเพอร์ฟอร์มของพี่มะปรางนักร้องนำเอง ก็น่าจะทำให้ทุกคนจดจำได้ว่านี่คือ ASAP ครับ”

🎵 “จะได้เปรียบ ก็คงเป็นเรื่องความเข้าใจทางดนตรี ถ้าเป็นเรื่องประสบการณ์ จริงๆ เราก็ไม่ได้เป็นสายแข่ง แต่เป็นสายเพอร์ฟอร์แมนซ์มากกว่า

– มิกซ์ วง ASAP (อัลโต แซกโซโฟน, นักร้องแร็ป)

 

TP: คุณได้นำวิชาที่ร่ำเรียนมาส่งเสริมการทำเพลงประกวดมากน้อยแค่ไหน?

มะปราง:  หนูเรียนมาทั้งการร้องคลาสสิก ทั้งมิวสิคัล เธียเตอร์เลยค่ะ เพลงที่สอง ไม่มีเธอ ไม่ตาย เราใช้เทคนิคร้องคลาสสิกในท่อนเสียงสูง มันก็ทำให้ขึ้นง่ายค่ะ แล้วเรื่องอารมณ์เพลง เรื่องการแอ็กติ้งก็จะได้มาจากการเรียนเธียเตอร์ เวลาอยู่บนเวทีก็สามารถแอ็กติ้งกับคนดูได้เต็มที่

 

TP: การอยู่ในตำแหน่งนักร้องนำหญิงคนเดียวของวง ถือเป็นภาระหนักมั้ยคะ?

มะปราง: ไม่ยากค่ะ (หัวเราะ) เหมือนพวกเราคุยกันรู้เรื่องอยู่แล้ว ด้วยความที่เรียนดนตรีมาด้วยกัน พูดอะไรไปเพื่อนๆ ก็จะเข้าใจเราเลย เราคุยภาษาเดียวกันอยู่แล้ว แต่อาจจะมียากนิดหนึ่งเพราะเป็นผู้ชายทั้งหมด แล้วหนูเป็นผู้หญิงคนเดียวในวง มันก็เลยต้องเออๆ ตามกันไปอะไรอย่างนี้ค่ะ (หัวเราะ)”

มิกซ์:  มะปรางเขาก็ไม่ได้เชิงหญิงจ๋าขนาดนั้นครับ (หัวเราะ) ก็มีความลุยๆ บ้าง

 

กว่าจะขึ้นรูปทรงให้เป็นวงดนตรีที่สมบูรณ์แบบไม่ใช่เรื่องง่าย

การจะพากันเดินไปสู่ความสำเร็จคงเป็นไปได้ยาก หากสมาชิกวงแต่ละคนต่างคนต่างเดิน ฉะนั้นการเป็นทีมเวิร์กที่ดีในฉบับ ASAP อยู่ที่การสร้างความกลมกลืนให้เกิดขึ้นในแต่ละตำแหน่งการเล่น แล้วปั้นให้วงเป็นเสมือนมวลพลังทางดนตรีลูกใหญ่เพื่อพุ่งไปชนเป้าหมายข้างหน้า

 

TP: อุปสรรคของการทำงานแบบทีมอยู่จุดไหนเยอะที่สุด?

มิกซ์: นัดซ้อมให้ไม่สาย น่าจะมีแค่เรื่องเดียวนี่แหละครับ (หัวเราะ)

ภูมิ:  ใช่ครับ เพราะแต่ละคนก็มาจากต่างที่ด้วย ทำให้เวลาการมาถึงของแต่ละคนไม่เท่ากัน

 

TP: แต่เหมือนทุกอย่างดูง่ายขึ้น เมื่อวงมีโปรดิวเซอร์เอง?

ภูมิ:  ต้องบอกก่อนว่าเรามีอาจารย์ผู้คุมวง เป็นคนมอบหมายให้ผมมาทำหน้าที่โปรดิวเซอร์ร่วมกับอาจารย์นะครับ โดยเรามีความคิดเหมือนกันในการทำดนตรีประกวด ไม่ใช่ทำดนตรีโชว์ เพราะฉะนั้นเราก็จะต้องดึงศักยภาพในสิ่งที่เราเรียนทุกวันอยู่แล้วให้มันสูงขึ้น เพื่อสำหรับใช้ในการประกวด จากนั้นเราก็ยึดแนวคิดนั้นแล้วก็ทำการอะเรนจ์ดนตรีออกมาครับ

 

เมื่อต้องแบกสถานะวงเจ้าบ้านขึ้นเวทีประกวด กับบางสิ่งที่ได้มามากกว่าประสบการณ์ชีวิต

เมื่อเวทีประกวดดนตรี เป็นเสมือนสนามประลองสอบให้กับประสบการณ์ชีวิต คนที่รักในการเล่นดนตรีส่วนใหญ่จึงมีความฝันไม่ต่างกัน ในการแสวงหาเวทีที่สามารถต่อเติมความฝันของพวกเขาให้งอกเงย แต่ความตามหาความฝัน พร้อมกับแบกหน้าตาของสถาบันไว้กลายๆ ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย

 

TP: ในฐานะเป็นวงเจ้าบ้าน มีความกดดันกับการแข่งขันครั้งนี้มากน้อยแค่ไหนคะ?

มะปราง:  กดดันมากค่ะ (หัวเราะ) ด้วยความที่เวลาซ้อมก็น้อย แล้วก็แบกรับความเป็น เตรียมอุดมดนตรี วิทยาลัยดุริยางคศิลป์อยู่เนี่ยค่ะ (หัวเราะ) พอเรามีเวลาน้อย เราก็เลยพยายามจะทำอะไรที่ดี แต่ก็ไม่ทำยากเสียจน โอ้โห.. คนเข้าไม่ถึง ซึ่งเพลงก็จะมีการนำมาอะเรนจ์อะไรใหม่ด้วย ก็จะมีความกดดันนิดหนึ่ง (หัวเราะ)

 

TP: คิดว่าวงของเราได้เปรียบกว่าคนอื่นไหม ในแง่ที่เราเป็นนักเรียนดนตรี?

มะปราง:  ก็น่าจะมีนิดหนึ่งนะคะ (หัวเราะ) แต่หนูว่าคนที่มาในวันนี้ เขาก็อาจจะมีมากกว่าเราด้วยซ้ำ  แพสชันเขาอาจจะยิ่งกว่าเรา เพราะด้วยความที่บางคนก็อยู่ต่างจังหวัดหรือโรงเรียนต่างๆ แต่ถึงเราจะเป็นนักเรียนดนตรี เราก็ยังมีแพสชันอยู่ เราก็เริ่มมาจากศูนย์เหมือนคนอื่นแล้วค่อยพัฒนาเป็นสิบ ยี่สิบ หนูว่ามันอยู่ที่เราพยายามฝึกฝนตัวเองให้ดีขึ้นเรื่อยๆ มากกว่าค่ะ

ภูมิ:  ต้องบอกว่าพวกเวทีประกวด การแข่งขันก็เป็นเรื่องใหม่สำหรับโรงเรียนเราเหมือนกันครับ

มิกซ์: ถ้าเกิดจะได้เปรียบ ก็คงเป็นเรื่องความเข้าใจทางดนตรี ถ้าเป็นเรื่องประสบการณ์ ความเจนสนามนะครับ จริงๆ เราก็ไม่ได้เป็นสายแข่ง แต่เป็นสายเพอร์ฟอร์แมนซ์มากกว่าครับ

 

TP: ได้รับอะไรกลับมาอีกไหม นอกจากประสบการณ์บนเวทีแข่งขัน?

มะปราง: หนูคิดว่าการประกวดครั้งนี้มันมีอะไรมากกว่านั้นนะคะ มีมิตรภาพ แล้วเหมือนเราได้พัฒนาตัวเองมากขึ้น ยิ่งพอได้มาทำงานกับเพื่อนก็เหมือนได้เรียนรู้ ได้ซึมซับเข้าไป ได้มีความรู้มากขึ้น มันเป็นประสบการณ์ใหม่ หนูชอบค่ะ

มิกซ์:  ผมเริ่มปลีกตัวจากนักดนตรีมาเป็นแร็ปเปอร์ ช่วงประมาณปลายๆ ม.6 ครับ เอาจริงๆ ผมก็แอบท้อเพราะผมเห็นเพื่อนเล่นแจ๊สเก่งมากเลย แต่ละคนค่อนข้างที่จะมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง ทั้งที่ผมก็เริ่มมาพร้อมเพื่อน แต่ผมไปช้ากว่าคนอื่น ผมก็เลยหาทาง อะ มาแร็ปนี่แหละ ผมก็เลยลองไปแข่งรายการโน้นรายการนี้มาบ้าง ซึ่งมันก็ให้ประสบการณ์ในมุมที่ผมเริ่มเขียนในสิ่งอยากจะพูด ในสิ่งที่เราไม่สามารถพูดออกมาได้จากปากเปล่าได้ นั่นทำให้ได้เพื่อนใหม่เยอะเลยครับ”

 

TP: ถ้าพูดถึงวง ASAP อยากให้ทุกคนเห็นอะไรในนั้น?

มิกซ์:  “ความรักและความสามัคคีของพวกเราครับ แล้วก็ความแปลกใหม่ในทางดนตรีในการแข่งขันครับ”

มะปราง:  พวกเรามีไอเดียที่มันแปลกใหม่ขึ้น อย่างการอะเรนจ์เพลง ก็จะอะเรนจ์ที่ไม่เหมือนเดิม ไม่ค่อยมีคนทำกัน แปลกๆ อะไรอย่างนี้ค่ะ

ภูมิ: ในมุมของผมนะครับ สมมติถ้ามีโอกาสที่ศิลปินได้มาดูเทปของพวกเรานะครับ อยากจะบอกว่าเยาวชนสมัยนี้กำลังตามรอยพวกคุณอยู่ ช่วยสนับสนุนและอยากให้ติดตามดูเยาวชนไทยต่อไปครับ ว่าพวกเรากำลังพยายามที่จะเป็นศิลปินรุ่นใหม่อยู่ครับ

 

ดนตรีที่มาพร้อมพลังพิเศษ… หลายคนใช้ดนตรีผ่อนคลายอารมณ์ บางคนใช้ดนตรีบำบัดชีวิต และคนอีกไม่น้อยใช้ดนตรีแสดงพลังของตัวเองออกมา ก็เพราะดนตรีคือท่วงทำนองแห่งความสุนทรีย์ที่สามารถต่อเติมความฝันให้กับชีวิตของเราได้

ไม่แน่ว่าในอนาคต ภูมิอาจจะได้เป็นโปรดิวเซอร์อย่างที่เขาฝัน มะปรางอาจไปเป็นนักร้องที่มีชื่อเสียง พร้อมสถานะครูสอนร้องเพลงให้กับเด็กๆ สมความตั้งใจ หรือมิกซ์จะพาฝันตัวเองไปสู่การเป็นนักสร้างหุ่นยนต์ได้สำเร็จ สุดท้ายแล้วหนุ่มสาวทั้งสามทิ้งท้ายกับเราว่า พวกเขาจะยังใช้ดนตรีนำทางชีวิตเสมอ…

 

ส่งต่อพลังสู่เส้นชัยในแบบ ASAP

🎵 พยายามฝึกฝนตัวเองในด้านดนตรีที่ถนัดอยู่เสมอ

🎵 พัฒนาตัวเองไปเรื่อยๆ เพราะสุดท้ายเราจะเป็นคนที่เก่งและดีสำหรับตัวเองและผู้อื่น

🎵 ถ้าชีวิตมีความฝัน จงอย่าหยุดฝัน

 

🎵 ตามติดผลงานเพลง “ไม่มีเธอ ไม่ตาย” (แก้ม วิชญาณี) ในฉบับของวง ASAP จากขอบเวที THE POWER BAND โดยเฉพาะ ได้แล้วที่ YouTube : Kingpower Thaipower พลังคนไทย 🎵

 

ณัฐวิมล เศารยะพงศ์
Author

นักเขียนที่นอกจากจะทำตัวเป็นทาสแมวตัวยง ยังชอบเอาเวลาว่างจากการเขียนงานไปเสาะหาเรื่องกิน เรื่องเที่ยว แล้วทำให้เป็นเรื่องเดียวกัน

บริษัท เอ็กเปิร์ดคิด จำกัด
Photographer

การรวมตัวของคนโปรดักชั่น ที่ยังเชื่อในพลังสร้างสรรค์ เราจึงคิดและผลิตงานศิลปะทุกรูปแบบ

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรังปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลวส่วนบบุคลเกี่ยวกับตัวคุณเพื่อเราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมกับความสนใจของคุณ ถ้าหากคุณไม่ยินยอมเราจะไม่สามารถนำเสนอเนื้อหาและโฆษณาได้ไม่ตรงกับความสนใจของคุณ

บันทึก