Playground

THE POWER BAND MUSIC CAMP 2026
จากการค้นหาตัวตน สู่การสร้าง (เสียงของ) ตัวเองบนเวที

กฤษณา คชธรรมรัตน์ 18 Sep 2026
Views: 519

Summary

“แคมป์ดนตรี” ที่สร้างประสบการณ์ที่โลกออนไลน์ให้ไม่ได้ ไม่ได้มุ่งเป้าหมายเพียงให้ผู้เข้าแคมป์เดินหน้าไปสู่ “แชมป์” แต่ยังมองไกล เน้นพัฒนาศักยภาพทางดนตรีให้พวกเขาเดินทางเข้าสู่เส้นทางสายมืออาชีพอย่างมีคุณภาพโดยแท้จริง… 3 วันเต็มอิ่มสำหรับทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ปิดท้ายแบบประทับใจด้วยมินิคอนเสิร์ตจากต้นแบบแห่งแรงบันดาลใจอีกหนึ่งศิลปินอย่าง WIM

ไม่ว่าจะชนะหรือไม่ ทุกวงดนตรีที่ได้ร่วมเวิร์กชอปในกิจกรรมสุดพิเศษ เฉพาะสมาชิก 16 วงที่ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศ THE POWER BAND 2026 SEASON 6 ได้ “ติวเข้ม” โดย “คนดนตรี” มากประสบการณ์ ทั้งศิลปินเบื้องหน้าหรือนักดนตรีและบุคลากร “ตัวจริง” ผู้อยู่เบื้องหลังจำนวนมากมาย นอกเหนือจากนั้นยังเน้นสร้าง “คอมมิวนิตี” ดนตรี ผูกมิตรภาพระหว่างวง…ระหว่างคนรักดนตรีด้วยกันในต่างเจเนอเรชันที่จะเติบโตไปอยู่ในโลกดนตรีใบเดียวกันต่อไป

ถ้าพูดถึงการเป็นศิลปิน หลายคนอาจนึกถึงเรื่องการร้องเพลงหรือการเล่นดนตรี แต่จริงๆ แล้วกว่าจะขึ้นไปแสดงผลงานบนเวทีหนึ่งอย่างมีคุณภาพ ยังมีอีกหลายเรื่องที่ต้องเรียนรู้ ทั้งการรู้จักตัวเอง การทำงานร่วมกับคนอื่น รวมถึงการหาวิธีสื่อสารเพลงของเราออกไปให้คนฟังรู้สึกไปด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสร้างคอมมิวนิตีคนดนตรี

THE POWER BAND MUSIC CAMP 2026 กิจกรรมสำคัญเฉพาะสำหรับสมาชิกวงที่ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศ ส่วนหนึ่งใน โครงการ THE POWER BAND 2026 SEASON 6 เวทีดนตรีคุณภาพระดับประเทศ ที่จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 โดย คิง เพาเวอร์ ไทย เพาเวอร์ พลังคนไทย ร่วมกับ วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล พร้อมพันธมิตรค่ายเพลงชั้นนำ ทั้ง Muzik Move, Smallroom, LOVEiS Entertainment, What the Duck, XOXO Entertainment, YUPP! Entertainment, Universal Music Thailand รวมถึงพันธมิตรอุตสาหกรรมดนตรีอย่าง Singha Corporation, T-POP STAGE, The Guitar Mag และ Yamaha Music Thailand จึงไม่ได้มีแค่การเตรียมตัวเพื่อการแข่งขัน สำหรับวงที่ผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายของ THE POWER BAND 2026 SEASON  6 แต่คือโอกาสที่จะได้ใช้เวลา 3 วันเต็ม เมื่อ 11-13 กันยายน 2569 ณ วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล ในการเรียนรู้เรื่องต่างๆ จากศิลปิน นักดนตรี และคนทำงานในวงการดนตรีแบบใกล้ชิด ตั้งแต่การค้นหาตัวตน การพัฒนาทักษะ การแต่งเพลง ไปจนถึงการทำงานหลังเวที และการนำสิ่งที่เรียนรู้มาลองใช้กับการทำงานจริงได้ต่อไป

3 วันเต็มอิ่มที่แคมป์ดนตรีที่จะสร้างประสบการณ์ที่โลกออนไลน์ให้ไม่ได้
• DAY 1: พื้นฐานแน่น…เริ่มต้นจากการค้นหาตัวเอง
• DAY 2: ลงรายละเอียดของดนตรียิ่งขึ้น ทั้งในเรื่องของการเขียนเพลง การเตรียมความพร้อมสำหรับขึ้นเวทีแสดง และแยกพัฒนาสกิลของทั้งนักร้องและนักดนตรีแบบแยกพาร์ต รวมไปถึงครูผู้คุมวงและผู้ปกครอง
DAY 3: การทำงานจริงของศิลปินร่วมกับวง เพื่อเป็นตัวอย่างในการทำงานทั้งเบื้องหลังและเบื้องหน้า รวมทั้งเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกคนในการเฟ้นหา สุดยอดวงมัธยมฯ ตัวจริง จากเวทีจริง โอกาสเดียว วัดกันทั้งประเทศ ภายใต้คอนเซปต์ “Infinite Music Possibilities พลังดนตรี เป็นไปได้ ไม่สิ้นสุด” เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนมีพื้นที่ในการแสดงพลังแห่งความเป็นไปได้ ฝึกฝนทักษะด้านดนตรี นำความรู้ ประสบการณ์ที่ได้รับไปต่อยอดในอนาคต

 

DAY 1: นับหนึ่งก่อนถึงความเป็นศิลปิน
วันแรกเริ่มจากเรื่องพื้นฐานที่สุด แต่ก็เป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดเรื่องหนึ่ง นั่นคือ การรู้จักตัวเอง

ในคลาส Artist Development น้องๆ ได้ฟังประสบการณ์จาก ดิม Tattoo Colour และ รัฐ Tattoo Colour ทั้งเรื่องการค้นหาเอกลักษณ์ของตัวเอง และการพัฒนาศักยภาพในฐานะศิลปิน เพราะการทำเพลงหรือขึ้นเวที ไม่ได้มีคำตอบเดียวว่าอะไร “ถูก” หรือ “ดี” ที่สุด แต่ละคนต้องค่อยๆ ค้นหาให้เจอว่าอะไรคือสิ่งที่เหมาะกับตัวเอง อ่านเรื่องราวดีๆ ของวง Tattoo Colour คลิกได้ที่นี่

รัฐ Tattoo Colour มองว่า สิ่งที่ทำให้เวทีประกวดของ THE POWER BAND แตกต่างจากการประกวดดนตรีทั่วไป คือการมี Music Camp และการเปิดพื้นที่ให้เด็กๆ ได้เข้ามาเรียนรู้ “นอกจากการประกวดดนตรีแล้ว โครงการยังจัดให้มีการเข้าแคมป์ มีการให้ความรู้ ผมว่ามันได้ประโยชน์หลายด้านมากเลย”

ส่วน ดิม Tattoo Colour มองว่าเวทีนี้ยังเป็นโอกาสให้น้องๆ ได้แสดงออก ได้เจอเพื่อน และได้สัมผัสการทำงานกับทีม Production ในระดับมืออาชีพ “เป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้เด็กได้มีเวทีได้แสดงออก ได้ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ซึ่งเป็นประโยชน์จริงๆ แล้วยังได้มาเจอเพื่อนฝูง ได้มาเจอประสบการณ์ใหม่ๆ กับ Production แบบที่ระดับมืออาชีพเขาใช้กัน”

ต่อด้วย Music Arranging โดย อาจารย์ดิว (ภูวิช ทวาสินชนเดช) เกือบสองชั่วโมงที่ได้ความรู้พร้อมตัวช่วยในการปฏิบัติจริง ก่อนเข้าสู่ช่วง Band Coaching เป็นเวลาที่แต่ละวงได้ขึ้นแสดง Live Performance และรับคำแนะนำจากโค้ชทั้ง 6 คนอย่างใกล้ชิด ได้แก่ Jpap, Pae Sax, Tik Playground สามกรรมการตัดสินในสนามแข่งรอบรองชนะเลิศในปีนี้ และสนามรอบโซนนิงในปีที่ผ่านๆ มา ร่วมด้วย Billy Akin, Eio ศิลปินวง The Richman Toy และเพิ่มเติมวิทยากรของ MUSIC CAMP 2026 อย่าง Pat Klear ศิลปินวง Klear  อ่านบรรยากาศความเข้มข้นของวันแข่งรอบรองชนะเลิศ คลิกที่นี่ และ อ่านเรื่องราวการพูดคุยของกรรมการทั้งสาม คลิกได้ที่นี่

ภาพโดยทีม Threegether

การได้แสดงต่อหน้าผู้มีประสบการณ์ในวงการมาช่วย Comment ทำให้พวกเขาได้เห็นทั้งจุดแข็งและจุดที่ยังต้องกลับไปปรับ เมื่อสิ่งที่คิดว่าดีตอนซ้อม ถูกมองและให้ความเห็นที่มีประโยชน์ในการปรับใช้จากอีกมุมหนึ่งบนเวทีจริง

สำหรับ Pat Klear ศิลปินวง Klear แสดงความเห็นน่าสนใจถึงการแข่งขันไม่ได้มีแค่เรื่องแพ้หรือชนะ แต่สิ่งที่อยากให้น้องๆ ได้กลับไปด้วยคือความรักและความสุขในการเรียนดนตรี

“จริงๆ แล้วสิ่งสำคัญที่สุดถ้ายังเด็ก ถ้าเรียนดนตรี มันคือความรักดนตรี แล้วก็ความสุขในการเรียนดนตรีค่ะ คือไม่ว่าเขาจะ…อนาคตเขาจะไปที่ไหนก็ตาม เขาอยู่ในวงการดนตรีไปอีกนานหรือเปล่าก็ไม่รู้ แต่ประโยชน์ของการเรียนดนตรีมันคือความสุข แล้วก็หัวใจของเขาที่มีความสุขในระหว่างที่ทำมัน”

“มาแคมป์ครั้งนี้ได้เรียนรู้จากพี่ๆ ที่มีประสบการณ์จริง ได้เห็นอะไรที่เราไม่เคยเห็น แล้วทำให้รู้ว่าเราไม่ต้องผิดพลาดด้วยตัวเอง เราสามารถเรียนรู้จากคนอื่นได้” เปียโน – วิชญาดา เหมือนอ้น นักร้องนำและคีย์บอร์ด วงปลายแถว มองว่าการมาที่แคมป์ดนตรีนี้ทำให้ได้เห็นวิธีคิดและประสบการณ์จากคนที่ทำงานมาก่อน และได้รู้ว่าบางเรื่องเราไม่จำเป็นต้องลองผิดลองถูกด้วยตัวเองเสมอไป

ปิดท้ายวันแรกด้วยคลาสติวนักร้องนำ สำหรับ Personality Development for Singer กับ “ครูหนิง” (ผศ.ดร.พันพัสสา ธูปเทียน) อาจารย์ประจำสาขาวิชาสื่อและการสื่อสาร วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล / ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาบุคคลิกภาพ ผู้อยู่เบื้องหลังภาพยนตร์ ละคร หลายเรื่อง ที่ชวนน้องๆ มองเรื่องการสื่อสารและบุคลิกของตัวเอง ซึ่งเป็นอีกส่วนหนึ่งของการทำงานในฐานะศิลปิน อ่านบทสัมภาษณ์ครูหนิง คลิกที่นี่

DAY 2: เพิ่มทักษะ เติมประสบการณ์ ก่อนขึ้นเวที

วันที่สองของแคมป์เป็นเรื่องของการลงในรายละเอียดของดนตรีมากขึ้น ทั้งการสร้างเพลง การเตรียมตัวก่อนขึ้นเวที และการพัฒนาทักษะเฉพาะของแต่ละคน รวมทั้งยังแยก “ติวเข้ม” สำหรับขยายศักยภาพทางดนตรีให้กับนักร้องและนักดนตรีในแต่ละพาร์ตด้วย

เริ่มวันกันด้วยคลาส Song Writing กับ อะตอม ชนกันต์ นักเขียนเพลงและศิลปินจาก White Music ที่พาน้องๆ ออกเดินทางไปทำความเข้าใจกว่าที่จะเกิดเพลงเพลงหนึ่งขึ้น…ตั้งแต่การหาแรงบันดาลใจ การเล่าเรื่อง การเขียนเนื้อร้อง เมโลดี และโครงสร้างเพลง

หนึ่งในเรื่องที่อะตอมเน้นคือ อย่ารอให้รู้ทุกอย่างก่อนถึงจะเริ่มแต่งเพลง เพราะเพลงหนึ่งเพลงอาจเริ่มจากไอเดียเล็กๆ คำหนึ่งคำ หรือเมโลดีที่เกิดขึ้นมาแล้วค่อยนำไปต่อยอด

“มาแคมป์ครั้งนี้ได้เรียนรู้หลายๆ อย่างเกี่ยวกับการร้องเพลง แล้วก็หา Personality ตัวเองได้ เจอเพื่อนเยอะ ๆ หลายคน แล้วก็สนิทกันมากค่ะ พี่อะตอมสอนเรื่องการแต่งเพลง หนูเป็นนักร้อง หนูก็อยากแต่งเพลงเหมือนกันค่ะ ก็ช่วยได้เยอะเลยค่ะ” ปริม – กันติชา ประทีป ณ ถลาง นักร้องนำวง B5 ซึ่งสนใจเรื่องการแต่งเพลงอยู่แล้ว เล่าว่าคลาสนี้ช่วยต่อยอดสิ่งที่ตัวเองอยากทำ

จากเรื่องการสร้างเพลง มาถึงเรื่องการเตรียมตัวก่อนขึ้นเวที ในคลาส Sound Check & Stage Organization โดย Art Chakkrabong (อ.จักรพงษ์ บุญเชิด) อาจารย์พิเศษสาขาวิชาดนตรีสมัยนิยม วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล และ Concert Stage Manager / Show Director

น้องๆ ได้เรียนรู้เรื่องระบบเสียง การทำ Sound Check การบริหารเวลา Technical Rider, Stage Plan รวมถึงอุปกรณ์ต่างๆ ที่ต้องเตรียมให้พร้อม ตั้งแต่ไฟฟ้า แบตเตอรี ไมโครโฟน ไปจนถึงการสื่อสารกับทีมงานระหว่าง Sound Check หลายเรื่องเป็นสิ่งที่คนดูอาจไม่เคยเห็น แต่เมื่อขึ้นเวทีจริง ทุกอย่างต้องทำงานไปพร้อมกัน

ต่อจากนั้นเป็นช่วงเวลาสำหรับ Vocal & Instrumental Clinics ที่ให้น้องๆ แยกไปพัฒนาทักษะของตัวเอง ทั้ง Vocal, Guitar, Bass, Drums, Keyboard, Horns และ Saxophone โดยมีศิลปินและนักดนตรีมาร่วมสอนในแต่ละคลาส (*รายชื่อวิทยากรทั้งหมดอยู่ท้ายบทความ) ย้อนอ่านบรรยากาศแคมป์ดนตรีครั้งที่แล้ว คลิกที่นี่ 

“สายกีตาร์มันเปลี่ยนสายได้ แต่เสียงร้องมันคือสิ่งที่อยู่ในตัวเรา มันเปลี่ยนไม่ได้ เราก็เลยต้องรักษาให้มันดีๆ” มีมี่ – กฤตภัค พันธ์ครุฑ นักร้องนำวง W6 ได้ข้อคิดและเทคนิคเรื่องการดูแลเสียงจากคลาส Vocal ไปอย่างเต็มที่

ดีใจที่ได้มาร่วมเข้าแคมป์ เป็นครั้งแรกที่มาที่นี่ ได้เพื่อนใหม่เยอะเลยครับ”ตัส – ปัณณวิชญ์ ว่าบ้านพลับ มือคีย์บอร์ดวง JELLY DRY AGED ได้เรียนรู้เรื่องการวางคอร์ดและ Tension รวมถึงการเรียบเรียงเสียง เพื่อทำให้เพลงของวงมีรายละเอียดและมีมิติมากขึ้น แต่การร้องเพลงก็ไม่ได้มีแค่เรื่องเสียงหรือเทคนิค เพราะสิ่งสำคัญอีกอย่างคือการสื่อสารอารมณ์ของเพลง

“หนูก็เลยนึกให้เพื่อนหนูเป็นคนคนนั้นค่ะ แล้วก็พูดความในใจที่เป็นเนื้อเพลงออกไป ก็แบบว่า…ร้องไห้เลย รู้ซึ้งแล้วว่า ถึงคนตรงหน้าเราจะไม่ใช่คนที่เรานึกถึงจริงๆ แต่ถ้าเราอิน มันก็คือได้อารมณ์นั้นได้เลย เอาไปใช้กับเพลงที่เราจะไปแข่งได้” เฟรช – วิชญาพร ชินภา นักร้องนำวง SERPENT เล่าถึงกิจกรรมในคลาส Vocal ที่ให้ลองพูดเนื้อเพลงกับเพื่อน โดยจินตนาการว่าคนตรงหน้าคือคนที่ตัวเองอยากพูดด้วย

นอกจากคลาสสำหรับน้องๆ แล้ว วันเดียวกันยังมี Band Directors Connect ซึ่งจัดขึ้นเป็นปีที่ 2 สำหรับครู ผู้ปกครอง และผู้ดูแลวงดนตรี อ.ดิว – ภูวิช ทวาสินชนเดช ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายวิชาการ วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล และ อ.เช่ – อัคราวิชญ์ พิริโยดม หัวหน้าสาขาวิชาดนตรีสมัยนิยม วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมพูดคุยในประเด็นต่างๆ ตั้งแต่เป้าหมายของการประกวด การบริหารเวลา การรับมือกับความผิดหวัง ไปจนถึงทิศทางของวงดนตรีระดับมัธยมฯ ในอีก 5 ปีข้างหน้า ซึ่งทำให้การเวิร์กชอปในครั้งนี้ครบถ้วนทุกมิติ ย้อนอ่านจุดเริ่มต้นของ THE POWER BAND MUSIC CAMP คลิกอ่านที่นี่

 

DAY 3: จากห้องเรียน สู่เวทีจริง
วันสุดท้าย น้องๆ ได้เห็นการทำงานของวงดนตรีจริงผ่านกิจกรรมกับศิลปิน WIM

เริ่มจาก Sound Check Demonstration ที่ทำให้เห็นตั้งแต่การเตรียมอุปกรณ์ การเช็กระบบเสียง ไปจนถึงการสื่อสารระหว่างศิลปินกับทีม Production ตามติดมาด้วย Ensemble Workshop ที่ WIM พูดถึงการทำงานเป็นวงจากประสบการณ์ของพวกเขา ตั้งแต่การตีความเพลง การซ้อม การแบ่งบทบาทของสมาชิก ไปจนถึงการออกแบบ Show บนเวที

สำหรับ WIM การทำวงที่ดีเริ่มจากการทำงานกับคนที่เข้าใจกัน และเปิดโอกาสให้ทุกคนได้เสนอไอเดียของตัวเอง ก่อนจะคุยกันว่าอะไรเหมาะกับเพลงและเหมาะกับวงที่สุด โดยอีกแนวคิดที่ WIM นำมาแชร์กับน้องๆ คือคำพูดของศิลปินตำนาน Quincy Jones เรื่องการเป็นคนที่ดีก่อนจะเป็นนักดนตรีที่ดี เพราะสุดท้ายแล้วการทำวงคือการทำงานร่วมกับคนอื่น

“ได้รับทัศนคติที่ดีมากครับ สิ่งที่แคมป์ดนตรีมอบให้มีประโยชน์จริงๆ”ฟา – ปองภพ ชูเลิศ มือกลองวง Tonedeaf มองว่าสิ่งที่ได้จากเวิร์กชอปที่แคมป์ดนตรีนี้ ยังได้เรื่อง Dynamics และการสื่อสารระหว่างสมาชิกในวง เขาอยากนำสิ่งที่เรียนรู้กลับไปใช้กับวง เพื่อทำให้การเล่นและการสื่อสารเพลงกับคนฟังชัดเจนขึ้น

ก่อนจบกิจกรรมแน่นๆ จากแคมป์ดนตรีทั้ง 3 วัน น้องๆ ได้ชม Mini Concert จาก WIM ซึ่งเป็นอีกช่วงที่ทำให้เห็นภาพการทำงานทั้งหมดที่ได้เรียนมาชัดเจนยิ่งขึ้น ตั้งแต่การเตรียมตัวก่อนขึ้นเวที ไปจนถึงการแสดงจริง

 

มากกว่ารางวัล คือประสบการณ์ที่ได้กลับไป

ถ้ามองจากกิจกรรมตลอด 3 วัน THE POWER BAND MUSIC CAMP 2026 ไม่ได้มีแค่เรื่องการเตรียมตัวเพื่อการแข่งขัน แต่น้องๆ ยังได้เจอเพื่อนจากต่างวง ต่างโรงเรียน ได้พูดคุยกับศิลปิน และได้เห็นการทำงานของคนในวงการดนตรีอย่างใกล้ชิด

รู้สึกดีใจมากๆ ค่ะ ที่ได้มาแคมป์ดนตรี ได้รู้จักคนใหม่ๆ เพื่อนใหม่ๆ และยังได้รับความรู้เต็มไปหมดเลย ได้เห็นอะไรที่ไม่เคยเห็น และที่ดีที่สุดสำหรับหนูก็คงจะเป็นการที่ได้เจอกับพี่ๆ ศิลปิน หรือไม่ก็โพรดิวเซอร์ที่มาให้ความรู้พวกหนูค่ะ” ข้าวปลาย – ภัทรพร เทพสุรินทร์ นักร้องนำวง MNRM8 เล่าถึงประสบการณ์ที่ประทับใจ

“ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 ที่มาแคมป์ดนตรีครับ ผมสนุกมากเลย ได้มาเจอเพื่อนๆ กับพี่ๆ หลายคนครับ ได้ความรู้เพิ่มขึ้นไม่ว่าจะเป็นการแต่งเพลง หรือว่าเทคนิคในการแข่งครับ” สำหรับ โอสถ – กรฤทธิ์ วายุเวช มือกีตาร์วง B5 และอดีตสมาชิก วง OZONE ที่เคยมากิจกรรมกับแคมป์ดนตรีเมื่อ SEASON 5 การกลับมาในปีนี้ก็ยังเป็นโอกาสที่จะได้เจอเพื่อนและพี่ๆ ในวงการเพิ่ม รวมถึงได้ความรู้เพิ่มเติมอีกด้วย อ่านบทสัมภาษณ์วง OZONE ครั้งนั้น คลิกได้ที่นี่ 

เริ่มต้นกล่าวบนเวทีเมื่อเริ่มโครงการวันแรกโดย อ.ไข่ – ศรุติ วิจิตรเวชการ รองคณบดีฝ่ายพัฒนาวิชาชีพและกิจกรรม วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล อ่านบทสัมภาษณ์อ.ไข่ คลิกได้ที่นี่ จบกิจกรรมพร้อมได้รับมอบประกาศนียบัตรโดย อ.หลง – นพดล ถิรธราดล ที่ปรึกษาโครงการ THE POWER BAND และอาจารย์ประจำสาขาวิชาดนตรีแจ๊ส วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล อ่านบทสัมภาษณ์อ.หลง คลิกได้ที่นี่

และรู้ผลลำดับการแข่งขันในวันรอบชิงชนะเลิศระดับประเทศ รุ่นมัธยมศึกษา (High School Class) ในวันศุกร์ที่ 25 กันยายน 2569 ณ โรงละครอักษรา คิง เพาเวอร์ รางน้ำ สำหรับ THE POWER BAND 2026 SEASON 6 จากการจับฉลากที่แคมป์ดนตรี ดังนี้ วงขึ้นเวทีลำดับที่ 1-16 ได้แก่

1.วง MNRM8 – รร.นครพนมวิทยาคม จ.นครพนม
2.วง Whisky Story – รร.ดนตรี กิตติ กีต้าร์ปืน กรุงเทพฯ
3.วง SERPENT – รร.บ้านดุงวิทยา จ.อุดรธานี
4.วงปลายแถว – รร.หนองเสือวิทยาคม จ.ปทุมธานี
5.วง Break through the Ceiling (BTC) – สังกัดอิสระ กรุงเทพฯ
6.วง B5 – สังกัดอิสระ จ.ภูเก็ต
7.วง SVT Band – รร.ศรีสุวิช จ.ชลบุรี
8.วง Tonedeaf – สังกัดอิสระ กรุงเทพฯ
9.วง SKYRISE – รร.ศรีสะเกษวิทยาลัย จ.ศรีสะเกษ
10.วง DS.RU.BAND – รร.สาธิตมหาวิทยาลัยรามคำแหง (ฝ่ายมัธยม) กรุงเทพฯ
11. วง Snap6 – สังกัดอิสระ กรุงเทพฯ
12.วง KN Band (กาญจนานุเคราะห์) – รร.กาญจนานุเคราะห์ จ.กาญจนบุรี
13.วงเตรียมอุดมศึกษา – รร.เตรียมอุดมศึกษา กรุงเทพฯ
14.วง W6 Band – Harrow International School Bangkok กรุงเทพฯ
อ่านเรื่องราวของพวกเขาทั้ง 16 วง คลิกที่นี่

สุดท้ายแล้ว ผลการแข่งขันอาจบอกได้ว่าใครเป็นผู้ชนะ แต่สิ่งที่แต่ละวงได้จากการมาร่วม THE POWER BAND MUSIC CAMP ยังมีอีกหลายอย่างที่ไม่ได้อยู่เพียงในเรื่องของคะแนน ความรู้จากคนทำงานจริง ประสบการณ์ที่ได้ลองทำด้วยตัวเอง เพื่อนใหม่ที่ได้รู้จัก และ Connection ที่อาจกลายเป็นโอกาสใหม่ๆ ในอนาคตต่างหากที่พวกเขาได้รับเป็น “รางวัล” กันไปเรียบร้อยแล้ว

เพราะสำหรับบางคน แคมป์ดนตรีนี้อาจเป็นหนึ่งในเหตุผลที่อยากเข้ามาสัมผัสเวทีและโอกาสจาก THE POWER BAND ตั้งแต่แรก และเมื่อได้มาอยู่ตรงนี้ สิ่งที่ได้กลับไปอาจมากกว่าการเตรียมตัวเพื่อขึ้นเวทีในรอบสุดท้าย

 

*รายชื่อวิทยากรใน THE POWER BAND MUSIC CAMP 2026 ได้แก่

• Artist Development: Dim Tattoo Colour, Ruzzy Tattoo Colour
• Music Arranging: Dew Phoowich
• Band Coaching:  Group A coached by Pat Klear, Pae Sax, Jpap Group B coached by Tik Playground, Billy Akin, Eio The Richman Toy
• Personality Development for Singer: Kru Ning Bhanbhassa
• Song Writing: Atom Chanakan
• Sound Check and Stage Organization: Art Chakkrabong
• Seminar: Band Directors Connect Moderated by Dew Phoowich
• Instrumental Clinic: : Vocal Clinic by Nok Phrimaphaa ชวนอ่านเรื่องของ นก พริมาภา คลิกที่นี่  Guitar Clinic by Ngaw Arnut Bass Clinic by May Patcharapong, Keyboard Clinic by Manyx Boy, Drum Set Clinic by Mong Kridsana, Horns Clinic by Katejazs, Dr.Zern, Pohpeya /
• Ensemble Workshop + Mini Concert: ศิลปิน WIM

Author

กฤษณา คชธรรมรัตน์

Author

นักเขียนที่ให้ความสนใจกับทุกเรื่องบนโลก อย่างละนิดอย่างละหน่อย บ่อยครั้งจึงวาร์ปไปเขียนเรื่องโน้นเรื่องนี้อย่างสนุกสนาน

Web Editor

ปิ่นอนงค์ วัชรปาณ

Web Editor

บรรณาธิการเว็บ Thaipower.co อดีตบรรณาธิการบางสำนัก นักข่าวและคอลัมนิสต์จำเป็น โกสต์ไรเตอร์...ผู้รักการเดินทาง หลงใหลกลิ่นกาแฟ และเป็นมูฟวีเลิฟเวอร์

Author

อำพน จันทร์ศิริศรี

Photographer

ช่างภาพอิสระมากว่า 30 ปี...ที่คร่ำหวอดกับการถ่ายภาพรายการทีวีต่างๆ เช่น The Voice, The Rapper, The Stars Idol เป็นต้น และถ่ายภาพคอนเสิร์ตต่างๆ