Passion

BOWKYLION เล่าหมดเปลือก
ถึงพลังลบ-แรงบวก ที่สร้างให้เธอเป็นเธอในวันนี้

กฤษณา คชธรรมรัตน์ 11 Mar 2024
Views: 551

Summary

• คนไทยครึ่งประเทศเริ่มรู้จักเธอจากผลงานสุดประทับใจใน The Voice Thailand Season 4

• เธอกวาดรางวัลสำคัญทางดนตรีมากมาย รวมถึงหนึ่งในที่สุดของวงการดนตรี อย่างสีสัน อะวอร์ดส์

• รูปของเธอปรากฎบนบิลบอร์ดยักษ์ใจกลางไทม์สแควร์ นิวยอร์ก ในฐานะศิลปินหญิงจากโปรเจกต์ Spotify EQUAL

• เธอร้องเพลงประกอบภาพยนตร์ ซีรีส์ และโฆษณามาแล้วมากกว่า 16 เพลง

• ดิสนีย์ค่ายการ์ตูนระดับโลกเลือกเธอมาพากย์เสียงเป็นเงือกน้อยแอเรียล ใน The Little Mermaid

ภาพของ โบกี้ ไลอ้อน – พิชญ์สินี วีระสุทธิมาศ ที่คุ้นตาของทุกคนคือ ยืนถือไมค์ ท่ามกลางสปอตไลต์เจิดจ้าบนเวที ที่มีผู้ชมนับร้อย นับพัน นับหมื่น กำลังเฝ้ามองเธอส่งพลังเสียงผ่านบรรดาเพลงฮิตด้วยความตื่นเต้น

แต่ใน The Power Band Music Camp ที่ผ่านมาเป็นโอกาสสุดพิเศษ ที่เราได้เห็นนักร้องคิวแน่นที่สุดคนหนึ่งในประเทศ จับไมค์ในฐานะผู้บรรยายรุ่นพี่ถ่ายทอดประสบการณ์ ทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลังการทำงานเพลงของเธอ แบบเจาะลึก สู่รุ่นน้อง…สิทธิเฉพาะวงดนตรีที่ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศเท่านั้น ที่จะได้โอกาส “ติวเข้ม” ในแคมป์ดนตรีที่จะสร้างประสบการณ์ที่โลกออนไลน์ให้ไม่ได้ สู่เส้นทางสายมืออาชีพ เช่นนั้น

ThaipowerCo มีโอกาสทั้งได้นั่งฟังและได้นั่งคุยกับที่สุดแห่งศิลปินหญิงคนนี้หลังคลาส เลยอยากเอามาฝากทุกคน…ก่อนที่เธอจะมีคอนเสิร์ตที่นิวยอร์กกับแอลเอ

TPco: ในฐานะศิษย์เก่ากลับมาโรงเรียนแล้วคิดถึงอะไรสุดคะ

BOWKYLION: จริงๆ คิดถึงทุกอย่าง รู้สึกว่าชีวิตหยุดอยู่วัยนี้ตลอด ชอบฝันถึง รู้สึกว่าอยากกลับมาเรียน (ต่อโทเหรอคะ?) อยากต่ออยู่ค่ะ ถ้ามีเวลา ยังไงก็อยากต่อค่ะ

 

“ไม่ว่าอาชีพอะไรก็ตาม ขออย่างเดียวแค่มีความรักอย่างซื่อสัตย์และจริงใจกับเขาที่สุด

แล้วสุดท้ายแพสชันมันจะไม่หยุดเคลื่อนที่ไปกับตัวคุณ”

พิชญ์สินี วีระสุทธิมาศ

ศิลปิน “BOWKYLION”

 

TPco: คิดว่าเส้นทางระหว่างการเป็นนักเรียนมาเป็นนักร้อง โบกี้ภูมิใจอะไรมากที่สุด

BOWKYLION: ภูมิใจในความคิดสร้างสรรค์ของตัวเองค่ะ เป็นคนที่มีสิ่งที่พรั่งพรูขึ้นมาได้เรื่อยๆ

 

TPco: ได้ยินจากในคลาส โบกี้ใช้ “คำลบ” ในการแต่งเพลง เราหยิบคำลบมาขับเคลื่อนชีวิตด้วยไหม

BOWKYLION: โบรู้สึกว่าความสุขมันเป็นสิ่งที่เราอยากมีอยู่แล้ว พอเรามีเราก็ได้มีไปแล้วโดยไม่ต้องเสียอะไร แต่การมีพลังลบ มันเสียเวลามากที่ต้องมานั่งคิดเรื่องลบๆ หรือรู้สึกแบบลบๆ เลยรู้สึกว่าสิ่งนี้นำมา    รีไซเคิลได้ค่ะ อาจไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยพลังลบอย่างเดียว แต่ว่าขับเคลื่อนชีวิตด้วยความรู้สึก แล้วก็คัดกรองมาใช้ให้มีประโยชน์ค่ะ

 

TPco: อะไรเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ของการเป็นนักร้องที่โด่งดังสำหรับโบกี้?

BOWKYLION: ได้ทำในสิ่งที่รักค่ะ โดยสิ่งนี้เป็นอาชีพ เป็นงานอดิเรก รวมถึงเป็นรายได้เลี้ยงตัวเองและครอบครัวค่ะ

TPco: ตั้งแต่เป็นเด็กจนถึงตอนนี้เราเปลี่ยนไปยังไง หรือเติบโตยังไง?

BOWKYLION: เปลี่ยนไปตลอดเวลาในทุกวัน เดี๋ยวดีบ้าง เดี๋ยวไม่ดีบ้าง แต่แค่ว่ายังมีความคิดกับตัวเองตลอดว่าอยากเป็นตัวเองที่ดีขึ้น หรือจะเป็นตัวเองที่ดีที่สุดค่ะ

 

TPco: คิดถึงอะไร สิ่งที่ทำได้ที่เรายังไม่มีชื่อเสียงที่สุดคะ

BOWKYLION: ไปเดินเล่น ช็อปปิง กินข้าวตอนกลางคืนค่ะ

 

TPco: ถ้าตอนนี้ไปได้ อยากไปไหน

BOWKYLION: ตอนนี้ถ้าไปก็ไปได้ แต่ด้วยสุขภาพด้วย ตอนนี้ก็ยังไปได้อยู่แต่ว่าก็ไม่ได้บ่อยเท่าเดิม

 

TPco: โบกี้อยากทำอะไรอีก

BOWKYLION: อยากทำอะไรเหรอ อยากไปต่างประเทศมั้ง โบไม่แน่ใจว่าอยากไปทำอะไรแต่โบอาจจะได้ รีแลกซ์กับชีวิตตัวเองมากขึ้นค่ะ เพราะตอนนี้ไม่มีเวลาว่างเลยค่ะ

 

TPco: คนเราอยู่ได้ยังไงไม่มีวันหยุด

BOWKYLION: หนูไม่ค่อยได้ตื่น เพราะว่ามันไม่ค่อยได้นอน ดูใช้ชีวิตดีค่ะ นี่แหละชีวิต ไม่เคยงอแงจะหยุด มีแต่งอแงว่าจะทำ จนทางทีมงานนี้ไม่ไหวกัน (เพราะ?) มันจะได้ไม่มีเวลาคิดอะไร ไม่ชอบตัวเองตอนที่ไม่มีประโยชน์อะไรอะค่ะ ซึ่งตอนนี้ก็มีประโยชน์เกิ๊น

จริงๆ ชอบอยู่นิ่งๆ แต่ว่าจิตของเราไม่เคยหยุดนิ่งเลยสักวินาทีเดียว ก็เลยรู้สึกว่าอะไรที่มันยังพรั่งพรูอยู่      ก็ยังใช้ได้อยู่ค่ะ อาชีพในฝันก็คืออยู่บ้านเฉยๆ แล้วก็มีเงิน ก็เลยทำงานไปก่อน หนูอาจจะอยู่บ้านแล้วทำงานเบื้องหลังให้ศิลปินได้มองดูเขามีความสำเร็จ ตอนนี้ก็เป็น ‘ตัวเงินตัวทอง’ ไปก่อน สร้างรายได้

 

TPco: แพลนในหัวคือยังไงคะ เป็นเจ้าของค่าย? พัฒนาศิลปิน?

BOWKYLION: ทุกอย่างเลยค่ะ ทำเพลง พัฒนาคนที่มีความฝันแล้วก็ขับเคลื่อนค่ะ

 

TPco: มีคุณสมบัติของศิลปินในดวงใจไหม ว่าศิลปินอย่างนี้ฉันอยากจะปั้น

BOWKYLION: คุณสมบัติเดียวคือหนูจะต้องเป็นแฟนคลับเขา มีอยู่สองคนค่ะ เซ็นที่ค่ายแล้วก็มีอยู่อีกคนหนึ่งที่ยังไม่ได้เปิดตัว ก็กำลังเริ่ม

 

TPco: หลายคนเล่าว่าค่ายเพลง ณ วันนี้หลายๆ ค่าย เขาไม่ได้มาเลือกออดิชันนะ เขาเข้าไปส่องเอง

BOWKYLION: เขาดูหมดเลย เขาถามแม้กระทั่งว่ารู้จักคนนี้ไหม คนนั้นปกติเวลาทำงานเขาใส่เสื้อเข้ากางเกงหรือใส่นอกกางเกง ใส่ถุงเท้าไหม คือเขาดูไลฟ์สไตล์ ศึกษาไลฟ์สไตล์ของทุกคน เพื่ออยากจะรู้ว่าเขามีวิถีชีวิตยังไง แล้วจะทำงานได้ไหม

 

TPco: จากนักร้องกลางคืนก่อนก้าวสู่ศิลปินขวัญใจประชาชน

BOWKYLION: ความเป็นศิลปินเชื่อว่าถ้ามันยังไม่ถูกจำกัดความใช้เป็นอาชีพ ทุกคนก็มีคุณสมบัตินี้อยู่ในตัว ทุกคนที่มีความคิดสร้างสรรค์ หรือมีศิลปะ ไม่ว่าจะเป็นศิลปะแขนงไหนก็ตาม โบเชื่อว่าความเป็นศิลปินอยู่ในตัวทุกคนอยู่แล้ว แต่ความเป็นศิลปินเมื่อมาเป็นอาชีพ มันอาจจะเป็นดาบสองคม คือเราอยู่ในสังคมที่ได้รับแรงกระแทกมากกว่าคนอื่น ในขณะเดียวกันก็อาจจะเป็นสังคมที่ได้รับเกียรติ

 

TPco: ความเหมือนที่แตกต่าง

BOWKYLION: สำหรับโบมันไม่มีความแตกต่างกันเลย แค่คำจำกัดความมันคือศิลปินต้องเป็นคนดัง หรือต้องเป็นคนที่เป็นคนในวงการเท่านั้น ซึ่งจริงๆ โบคิดว่าทุกคนมีความเป็นศิลปินอยู่ในตัว เหมือนทุกคนมีเซลล์มะเร็งอยู่ในตัว แค่จะมีปัจจัยอะไรที่กระตุ้นให้มันเติบโตกลายเป็นโรคมะเร็ง เหมือนกันนะโบเชื่อว่าคนที่มีจิตใจรักอะไรสักอย่างที่เกี่ยวกับศิลปะหรือแม้กระทั่งดนตรีก็ตาม มันคือคนที่สามารถมีความเป็นศิลปินอยู่ในตัวอยู่แล้ว

แต่ว่าการที่จะดึงความเป็นศิลปินออกมาสู่สายตาคนภายนอก มันอยู่ทั้งที่สกิล ศักยภาพ รวมถึงความพยายาม การฝึกซ้อม รวมถึงมีคาแรกเตอร์ สำหรับโบคาแรกเตอร์น่าจะเป็นจุดแตกต่างระหว่างการเป็นศิลปินกับการเป็นนักดนตรี คิดว่าการที่เราจะให้ความแตกต่างจริงๆ และชัดเจน ต้องมีคาแรกเตอร์หรือมีเสน่ห์เฉพาะตัวที่มันโดดเด่นออกมา รวมถึงสกิลที่มันอาจจะเป็นเอกลักษณ์ของเขา

TPco: ชีวิตศิลปินของโบมีเรื่องอะไรแปลกๆ ที่อยากแชร์

BOWKYLION: จริงๆ เรื่องแปลกๆ ก็มีเยอะ เจอสถานการณ์มาค่อนข้างเยอะ สิ่งที่เราอาจจะเจอได้ทั่วไปเลยก็คือ การไม่ให้เกียรตินักดนตรี เช่น ร้องเพลงอยู่อาจจะมีคนโยนแก้วขึ้นมา มีคนโยนสิ่งของขึ้นมา คนบางกลุ่มอาจจะยังให้ค่าดนตรีว่าเป็นสิ่งที่ไม่ใช่อาชีพ บางคนอาจเจอเราแล้ว เฮ้ย เล่นเป็นเล่นให้ฟังหน่อย มันไม่ต่างอะไรกับการเฮ้ย พี่ผ่าตัดเป็น…ผ่าให้ดูซิ ซึ่งมันอาจจะมีตั้งแต่คำพูดเล็กๆ ไปจนถึงการกระทำใหญ่ๆ คิดว่าสิ่งพวกนี้ทุกคนอาจจะต้องเจอ ก็ต้องมีวุฒิภาวะ ซึ่งถามว่าโบมีไหม ก็ไม่ค่อยค่ะ

นอกจากนักดนตรีจะต้องฟังเสียงของตัวเองในเอียร์ (มอนิเตอร์) ต้องเล่นไปด้วย นักดนตรียังต้องฟังฟีดแบ็กของคนที่ฟังอยู่ บางทีถ้าเราเล่นสด เราอาจจะต้องฟังเสียงร้องของเพลงที่เข้าไปในหูเราด้วย เพราะฉะนั้นนักดนตรีไม่ใช่แค่นักดนตรีนะ แต่คือการเป็นผู้ฟังที่ดีด้วย แล้วมันยากมากที่เราจะเป็นนักดนตรี เป็นผู้ฟังที่ดี

 

TPco: เทคนิกการสร้างสรรค์เพลงฉบับโบกี้ ไลอ้อน

BOWKYLION: เวลาโบรู้สึกอะไร โบมักจะจดทุกอย่าง จดไปเรื่อยๆ เป็นพันๆ เป็นหมื่นๆ ความรู้สึก แล้วส่วนใหญ่ความรู้สึกที่จดมักจะเป็นความรู้สึกในด้านลบ เพราะเวลาเรามีความสุข เราเสพสิ่งนั้นอยู่ตรงหน้า จนเราไม่สามารถอธิบายความสุขเป็นตัวหนังสือได้ เช่น ตอนนี้มีความสุขที่ได้เจอทุกคนนะ แต่ก็ไม่ได้มีเวลามานั่งจดว่าวันนี้ฉันมีความสุขมาก

ดูเหมือนว่าทำไมเราเป็นคนเนกาทีฟจัง มาดูความรู้สึกต่างๆ ความรู้สึกพวกนี้มันเหมือนขยะเลยอะ เหมือนขยะเปียกที่เอาไปใช้งานต่อยังไง เรารู้สึกแย่ เรารู้สึกไม่ดี เรารู้สึกเสียใจ ท้อใจ เลยเลือกหยิบหลายๆ ความรู้สึกที่เคยเกิดขึ้น ที่เราจดไว้ เอาไปรีไซเคิลด้วยการใช้ในเพลง ซึ่งมันเหมือนการเอาความรู้สึกมา รีไซเคิล นำมาใช้ใหม่

ตัวเองก็ยอมเป็นหินประมาณร้อยกว่าชั้น ตั้งแต่ชั้นหยาบจนถึงชั้นละเอียดที่สุด เพื่อกรองน้ำที่ดีที่สุด ซึ่งทุกขั้นตอนในกระบวนการของการทำเพลงเริ่มมาจากความรู้สึก สมมติเรารู้สึกหิวข้าว เราก็เอามาเรียง เพลงก็จะมีโครงสร้าง เราจะทำยังไงให้เพลงหิวข้าวน่าสนใจ

เราก็จับความรู้สึกที่ไม่มีประโยชน์ของเราเอามาใส่แล้วก็เพิ่มไดนามิกให้น่าสนใจขึ้นด้วยการเรียงรูปประโยค รวมถึงคอร์ด จริงๆ ก็ไม่ได้มีความเก่งเรื่องดนตรีอยู่แล้ว ก็เขียนในแบบของเรา แทบจะคิดสตอรีบอร์ดเองหมดร้อยเปอร์เซ็นต์ กลายเป็นว่าโบไม่ได้คิดแค่เพลง แต่คิดไปถึงภาพลักษณ์ตัวเองในการที่คนจะมองเห็นเรา ณ เพลงเพลงนั้น รวมถึงทั้งเพลง ทั้งภาพ ทั้งความรู้สึก และการสัมผัส

 

TPco: แนะนำน้องๆ ที่อยากเดินทางตามโบหน่อย ว่าทำเพลงจะเริ่มจากยังไงก่อนดี

BOWKYLION: โบรู้สึกว่าตัวเองเป็นตัวอย่างที่ดีของใครไม่ค่อยได้ เพราะมีอารมณ์ที่สวิงๆ ขึ้นๆ ลงๆ แต่โบมีความสม่ำเสมอ สิ่งมีชีวิตที่เป็นสิ่งมหัศจรรย์อย่างหนึ่งของโลกของไอน์สไตน์ ลำดับที่แปด มันคือ COMPOUND EFFECT หรือความสม่ำเสมอ เราต้องทำโดยที่ไม่หยุด วัตถุที่หยุดนิ่งมันมักจะหยุดนิ่งอยู่เสมอไป แต่วัตถุที่เคลื่อนที่มันมักจะเคลื่อนที่เรื่อยๆ ในระยะเวลาและความเร็วเท่าเดิม ถ้าไม่มีปัจจัยภายนอกมากระทบ ฉะนั้นโบแค่อยากให้ทุกคนเป็นวัตถุที่เคลื่อนที่

 

TPco: หมายความว่าถ้าเรามีความท้อ เราท้ออะไรก็ได้

BOWKYLION: ท้อแต่เรายังทำอยู่ ทำไปร้อยเพลงมันต้องมีอะไรเติบโตขึ้นบ้าง ต่อให้เราไม่รู้ตัวก็ตาม ตั้งแต่ที่โบอยู่จุดนี้มา โบไม่เคยหยุดทำเลย แล้วก็ไม่เคยขี้เกียจ อยากให้ทุกคนแค่ทำคือการลงมือทำ มันมีประโยชน์มาก ได้หาตัวเองว่าตัวเองเหมาะกับอะไร ชอบหรือถ้าไม่ชอบก็แค่ไม่ต้องทำแบบนั้นแล้ว อะไรที่กำลังดี เราก็แค่ยึดตรงนั้น แล้วมีมายด์เซตที่เติบโต สุดท้ายถ้าเรารักมันจริงๆ เราจะรอวันที่มันเป็นสิ่งที่ใช่และถูกต้องได้ แล้วเป็นตัวเองในเวอร์ชันดีที่สุดของคุณจริงๆ

 

TPco: เมื่อโบกี้ท้อแท้จะชาร์จพลังกลับมายังไง

BOWKYLION: ที่ขึ้นมาจากความรู้สึกในแง่ลบได้ก็ด้วยความจริงใจต่อตัวเองในอาชีพนี้ค่ะ ไม่ได้ตอบให้เท่นะ แต่โบโคตรจริงใจกับอาชีพนี้ ไม่เคยคิดทรยศแม้แต่วินาทีเดียว แม้กระทั่งเรื่องเล็กๆ อย่างการเลือกใช้คอร์ดที่ตรงกับอารมณ์ การเลือกอินโทรให้ตรงกับคอร์ด หรือการอะเรนจ์ที่ซาวนด์นี้ควรอยู่จุดนี้เพื่อให้ผู้ชมรู้สึกแบบนี้ หรือการศึกษาสิ่งที่เราไม่รู้เพิ่มเติม

เราอยากรู้ในแวดวงอุตสาหกรรมดนตรีทั้งไทยและก็ต่างประเทศ เพลงที่เขาดีมีคุณภาพและก็ดังด้วย เป็นเพลงที่เป็นตำนานด้วย เขาทำกันยังไง เหล่านี้คือสิ่งที่ทำให้เรารู้สึกว่าเราหยุดจริงใจไม่ได้แล้ว เรามักง่ายต่อสิ่งนี้ไม่ได้ โบว่ามันคือการรักสิ่งนี้จริงๆ นะ และพร้อมที่จะจริงใจกับมัน โดยที่เราอาจจะไม่ได้ต้องไปหวังถึงในจุดที่สูงที่สุด

 

TPco: “ดีที่สุด” คือจุดที่ต้องปักหมุด

BOWKYLION: โบไม่เคยคิดว่าเราต้องประสบความสำเร็จ ร้อยล้านหรืออะไรก็ตาม คิดแค่ว่าเพลงที่เราทำอยู่นี้ต่อไปจากนี้มันจะดีที่สุดได้ยังไง ดีที่สุดในความคิดของตัวเราเองนะ มันอาจหมายถึงการเป็นดนตรีที่ดีที่ได้ใช้ความรู้ที่เรียนมาทั้งหมดแบบคุ้มค่า สามารถประยุกต์ใช้ได้โดยที่เรารู้สึกว่าคุ้มค่าเทอม

รวมถึงการส่งอารมณ์ที่ดีในเนื้อเพลงการเรียบเรียง แม้กระทั่งสีสัน ภาพลักษณ์ หรืออะไรก็ตามที่ตัวเองจะสรรค์สร้างมา คิดแค่ว่าจะจริงใจที่สุด ความดังหรือความประสบความสำเร็จมันเป็นผลพลอยได้ ตอนนั้นคิดอย่างนั้นจริงๆ

 

TPco: แพสชันของโบกี้ไลอ้อน

BOWKYLION: โบมีมายด์เซตที่ไม่ใช่บอกว่าคนที่เก่งมันก็จะเก่ง คนไม่เก่งก็จะไม่เก่ง แค่รู้สึกว่าอยากพัฒนาตัวเองเพื่อตัวเอง เพื่อลูกค้า เพื่อผู้ชม แม้กระทั่งตอนนี้ที่มาเป็นศิลปินกลายเป็นว่ามันไม่ใช่แค่เพื่อตัวเองแต่เพื่อคนในวงเพื่อแบ็กอัป

ตอนนี้คิดแม้กระทั่งว่าเราร้องเพลงเดิมทุกวันเป็นหมื่นๆ ครั้งเรายังเบื่อเลย แล้วคนข้างเรามันเบื่อไหมนะ นักดนตรีเล่นคอร์ดเดิมคีย์เดิมน่าจะเบื่อ เราก็จะอะเรนจ์ให้หลากหลายขึ้น นักดนตรีเขายังมีเอฟเฟกต์ใหม่ๆ มือกีตาร์เขามีคอร์ดใหม่ๆ เรารู้สึกว่าเราก็ต้องหาแนวทางใหม่ๆ หาวิธีการร้องใหม่ๆ ทุกอย่างมันเป็นเรื่องเดียวกันหมดเลย ไม่ว่าการทำเพลงเล่นสด หรืออาชีพอะไรก็ตาม ขออย่างเดียวแค่มีความรักอย่างซื่อสัตย์และจริงใจกับเขาที่สุดแล้ว สุดท้ายแพสชันมันจะไม่หยุดเคลื่อนที่ไปกับตัวคุณ

 

อยากสัมผัสประสบการณ์จากศิลปินแถวหน้าแบบนี้ ขอแนะนำให้รีบรวมตัวแล้วสมัครเข้าแข่งขัน THE POWER BAND 2024 SEASON 4 จัดโดย คิง เพาเวอร์ ไทย เพาเวอร์ พลังคนไทย ร่วมกับ วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล แล้วคุณจะได้รู้ว่าความพิเศษสุดนี้มีไว้ให้ผู้เข้ารอบเท่านั้น

Author

กฤษณา คชธรรมรัตน์

Author

นักเขียนที่ให้ความสนใจกับทุกเรื่องบนโลก อย่างละนิดอย่างละหน่อย บ่อยครั้งจึงวาร์ปไปเขียนเรื่องโน้นเรื่องนี้อย่างสนุกสนาน

Author

บริษัท เอ็กเปิร์ดคิด จำกัด

Photographer

การรวมตัวของคนโปรดักชั่น ที่ยังเชื่อในพลังสร้างสรรค์ เราจึงคิดและผลิตงานศิลปะทุกรูปแบบ