Playground

THE POWER BAND 3
สนามเจียงใหม่…ม่วนแต๊ ไม่แพ้ใคร

ทีม Writaholic 10 Jul 2023
Views: 1,351

Summary

THE POWER BAND 2023 Season 3 ผ่านมาครึ่งทางกับการสร้าง “ความเป็นไปได้”  IT’S POSSIBLE, MUSIC MAKES LIFE POSSIBLE “พลังแห่งดนตรี พลังแห่งทุกความเป็นไปได้” ซึ่งวงที่ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศจากสนามเชียงใหม่ CLASS A ได้แก่ วง LonelyPepperoni (โรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย เชียงใหม่) วง The Abstract (โรงเรียนบุญวาทย์วิทยาลัย ลำปาง) วง The Piclic Band (โรงเรียนวชิราลัย เชียงใหม่) CLASS B ได้แก่ วง Berzurk (เชียงใหม่) วง Ground Zero (ลำพูน) วง Un Toxic (ลำพูน)

ผ่านมาครึ่งทางแล้วกับการสร้าง “ความเป็นไปได้” ให้เกิดขึ้นด้วยดนตรี แบบ IT’S POSSIBLE, MUSIC MAKES LIFE POSSIBLE “พลังแห่งดนตรี พลังแห่งทุกความเป็นไปได้” บนเวทีประกวดดนตรีระดับประเทศ โดย คิง เพาเวอร์ ไทย เพาเวอร์ พลังคนไทย ผนึกกำลังกับวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล และ 6 ค่ายเพลงชั้นนำของไทย คนดูล้นฮอลล์…มินิคอนเสิร์ตศิลปินสุดฟิน!

รอบออดิชัน สนาม 3 ที่เชียงใหม่ยังคงเป็นสนามแข่งขันขับเคี่ยวอย่างสูสี ซึ่งทุกวงต่างปล่อยพลังทางดนตรี เพื่อเปิดประตูแห่งทุกความเป็นไปได้กันอย่างเต็มที่ หวังคว้าสิทธิ์เป็นหนึ่งในทีมที่จะได้มุ่งสู่รอบชิงชนะเลิศที่กรุงเทพฯ …เราถือโอกาสพาสำรวจไอเดียการเลือกและทำ “เพลง” จากต้นฉบับที่ถูกวงประกวดหยิบมาใช้บนเวที THE POWER BAND ของซีซันนี้ พร้อม “ซาวนด์เช็ก” แผนเตรียมไปรอบชิงชนะเลิศของพวกเขามาฝาก

หลังการแข่งขันอย่างเข้มข้นจนกรรมการทั้ง 3 ท่าน ทั้งอาจารย์แป๊ป – วิโรจน์ สถาปนาวัตร อาจารย์จากคณะดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล พี่ติ๊ก – กฤษติกร พรสาธิต ผู้บริหารค่ายเพลง Home Run Music และ พี่เป้ – ไพสิฐ คำกลั่น หรือ “Pae Sax” สมาชิกจากวง Mild ต่างก็ต้องปาดเหงื่อร่วมกันสำหรับการตัดสินของอีกการแข่งขันที่ไม่ง่ายเลย จนที่สุดแต่ละรุ่นการแข่งขันก็ได้วงชนะตัวแทนชาวเหนือไปทั้งหมด 6 วงที่มาจากเชียงใหม่ ลำปาง และลำพูน

 

วงที่ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศ
CLASS A จากสนามเชียงใหม่ ได้แก่ 

วง LonelyPepperoni (โรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย เชียงใหม่)

วง The Abstract (โรงเรียนบุญวาทย์วิทยาลัย ลำปาง)

วง The Piclic Band (โรงเรียนวชิราลัย เชียงใหม่)

แข่งด้วยเพลง 4EVE แบบมี 4EVE นั่งฟัง

แต่ละวงต่างทำการแสดงได้อย่างเข้มข้นน่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นวง The Piclic Band จากโรงเรียนวชิราลัย “ร็อกพริกขี้หนู” ที่เคยคว้ารองชนะเลิศอันดับ 1 จากซีซันที่ 2 มาแล้ว พวกเธอสร้างเซอร์ไพรส์ด้วยการเลือกเพลงป็อปสดใสของวง 4EVE มาแสดงควบ 2 เพลงเพราะมีความหมายกับวงและยังมีความเชื่อมโยงกันได้ด้วย ทั้ง “สิ่งเล็กน้อย” กับ “วันแรกของวันที่เหลือ” ในแบบของวงเลยถูกหยิบมาแต่งตัวใหม่ให้กลายเป็นเร็อกหนักแน่น

“ความที่เราเป็นร็อกมาตลอด และเพลงสิ่งเล็กน้อยยังตรงธีม ‘ความเป็นไปได้’ ของการประกวดปีนี้กับเรื่องความสำเร็จด้วย ชื่อเพลงสิ่งเล็กน้อยแต่เป็นสิ่งยิ่งใหญ่สำหรับพวกเรา อีกทั้งอยากสื่อถึงความสำเร็จที่เราได้มาจากปีที่แล้วด้วย”

ไม่ใช่แค่ผู้ชมที่ร้องว้าว แต่ อ๊ะอาย หนึ่งในสมาชิกของ 4EVE ที่มาเตรียมซ้อมขึ้นเวทีมินิคอนเสิร์ต จึงได้ชมการแสดงประกวดของพวกเธออยู่ข้างเวทีด้วย อดตื่นเต้นไม่ได้เมื่อได้ดูเยาวชนคัฟเวอร์เพลงของพวกเธอ “รู้สึกว่าเขาเท่และเก่งมาก” อ๊ะอายชื่นชมน้องๆ “เราเห็นความตั้งใจและความมุ่งมั่นของเขามากๆ ค่ะ ที่สำคัญเพลงที่เขาเลือกมา ดูยากจะเอามาทำเป็นเวอร์ชันแบนด์ ซึ่งเขาเก่งกันมาก”

 

คว้าตั๋วเข้ารอบชิงกันต่อ

ด้วยอีกเพลงของ 4EVE และ Hers

ก่อนที่เสียงเฮของความยินดีสำหรับ 2 ตำแหน่งชนะในเวลาต่อมาจะเป็นของวง Lonely Pepperoni จากโรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัยแล้วหนึ่ง ที่ได้ Popular Vote ด้วย แค่สมาชิกขึ้นไปยืนบนเวที ยังไม่ได้เริ่มก็เรียกเสียงฮือฮาด้วยจำนวนสมาชิกเซ็กชันเครื่องเป่าที่มากถึง 6 คน เพลง ข้อยกเว้น ของ 4EVE โดยการตีความของวงนี้น่าสนใจด้วยการใส่สไตล์ Funk ลงไปในเพลง

“ผลงานวันนี้ทำออกมาแล้วคิดว่าได้อย่างใจและเราอินมา ต้องซ้อมกันอย่างมาก เพราะมีโอกาสแค่ครั้งเดียวเลยต้องเป๊ะที่สุด คำชมจากกรรมการที่เกินความคาดหมาย ทำให้เราแปลกใจมาก เพราะคิดว่าเราควรทำให้ได้ดีกว่านั้นอีก” ในรอบชิงชนะเลิศวงตั้งใจจะเน้นความเป็น Soul Funk ของวงให้ชัดกว่านี้…ความเห็นกรรมการที่ได้รับครั้งนี้ช่วยให้วงได้นำไปปรับอัพเลเวทสกิลของตัวเอง “และยังใส่ใจกับการการแสดงให้ดูเป็นธรรมชาติมากที่สุดอีก” เรียกว่าพวกเขาสร้างบาลานซ์ของส่วนผสมทุกอย่างที่มีได้อย่างลงตัว

อีกหนึ่งที่ว่างเป็นของวง The Abstract จากโรงเรียนบุญวาทย์วิทยาลัย ที่สร้างสรรค์เพลงฉบับตัวเองได้อย่างโดนใจทุกคน กับเพลง “ยังคงคอย” ของ Hers ที่พวกเขาเลือก “ต้นฉบับเพลงนี้ค่อนข้างสดใส เราก็ตีความเพลงจากต้นฉบับไปในแบบดราม่านิดๆ ให้เพลงยิ่งลึกขึ้น เพราะเราอยากเห็นเพลงนี้ในอีกมัลติเวิร์สหนึ่ง ส่วนอีกเพลง ‘ตกหลุมรักรอบที่ล้าน’ ของ Kinkaworn เป็นเพลงสดใส แต่เราเพิ่มให้เป็นเพลงที่ค่อนข้างโชว์ในด้านดนตรี”

 

วงที่ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศ
CLASS B จากสนามเชียงใหม่ ได้แก่

วง Berzurk (เชียงใหม่)

วง Ground Zero (ลำพูน)

วง Un Toxic (ลำพูน)

ช่วงบ่ายลุ้นหนักจนวินาทีสุดท้าย

ลุ้นกันต่อกับวงของ Class B บอกเลยว่าลุ้นจนวินาทีสุดท้าย เพราะทุกวงต่างปล่อยอาวุธเฉือนกันไปมา จนในที่สุดก็ได้ 3 สุดยอดทีมเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศโดยให้ วง Berzerk นำร่องไปก่อนด้วยลีลาการร้องและเล่นดุดันสะใจ…ถูกใจคณะกรรมการเหลือเกิน พี่ติ๊กยังชื่นชมว่า “เป็นวงดนตรี 3 ชิ้นที่เข้มข้น และเป็นมืออาชีพอย่างแข็งแกร่ง แค่เสียงซาวนด์เช็กก็แสดงศักยภาพแล้ว”

ตามมาด้วย วง Ground Zero เจ้าของเสียงร้องสุดเท่ เลือกหยิบเพลง Galaxy ของ D Gerard มาใช้เพราะนอกจากจะมีความหมายไปด้วยกันกับชื่อวงแล้ว “เพลงยังดูฝันๆ ดีด้วย” วงบอก

พวกเขาเล่นของยากด้วยการนำเพลง ลงใจ ของศิลปินหญิงแถวหน้าแห่งยุคอย่าง Bowkylion มาประกวด “เลือกเพราะความหมายของเพลงเลย คือเพราะพวกเราไม่ค่อยมั่นใจ ไม่กล้ามาแข่งกับใคร แต่ฟังเพลงนี้ไปนานๆ รู้สึกว่าความหมายของเพลงคือคนที่ทุ่มให้ความรัก เราเลยอยากทุ่มเทกับดนตรีบ้าง” ในเพลงเวอร์ชันของวงไม่ได้ถูกปรับมาก แค่ให้คอร์ดดูเข้มแข็ง…เป็นผู้ชายมากขึ้น เพราะเพลงเดิมคอร์ดจะให้ความรู้สึกหวานๆ แบบผู้หญิง

พวกเขาเตรียมนำความเห็นของกรรมการไปใช้ในรอบต่อไป…ให้วงพร้อมยิ่งขึ้น “เราคงยังเป็นแบบที่เราเป็น ยังจะแต่งเพลงเอง แต่คงต้องซ้อมให้ดีกว่านี้ โดยตั้งใจว่าจะให้อารมณ์ออกมาเป็นการเล่นคอนเสิร์ตของตัวเองมากกว่าเป็นการเล่นเพื่อการประกวด”

ประสบการณ์พิเศษของ “ที่นั่งสุดท้าย”

ซึ่งเป็นของ วง Un Toxic กับดนตรีหนักแน่น ขึ้นรับรางวัลพร้อมน้ำตาแห่งความยินดี “เราคิดว่าไหนๆ จะทำแล้วก็ทำให้มันดีไปเลยครั้งเดียว” พวกเขาตั้งใจทำให้เพลงสนุกส่งต่อให้คนดูมีความสุข “ถ้าทำได้ก็ถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว ส่วนโชว์ในวันนี้ มันดี มันสุด และทุกคนเต็มที่ เราได้เห็นสายตาของคนที่ไม่รู้จักเรามาก่อน ยิ้มและปรบมือไปกับเรา เป็นความรู้สึกที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน

ไม่เคยคิดฝันว่าจะเจอแบบนี้ เหมือนเราเป็นศิลปินคนหนึ่งและเขาตั้งใจมาดูเรา มันทำให้ความรู้สึกตื่นเต้นกลับมาอีกครั้ง พวกเราไม่ได้ประกวดมานานแล้ว เหมือนเป็นการเติมไฟให้กับพวกเราด้วย”

การแสดงตลอดวันอันยาวนาน ปิดท้ายวันแบบฟินๆ ด้วยมินิคอนเสิร์ตจากเหล่าศิลปินชื่อดังเรียกเสียงกรี๊ดลั่นฮอลล์ โดยทั้ง 2  สาวเสียงใสๆ  Bell Warisara และ Bean Napason แล้ว ยังตามติดมาด้วยศิลปินหน้าใหม่น่าจับตาอย่าง วง FLIRT ก่อนที่ส่งต่อให้คิวของ Serious Bacon วงแอมบาสเดอร์ของโครงกานี้ร

สุดท้ายจึงเป็นการต้อนรับ 7 สาว 4EVE ที่ทุกคนรอคอย ขนทั้งเพลงดัง เพลงปัง และเพลงใหม่ล่าสุด มาสร้างความสุข ความสนุก ให้กระหึ่มเมืองเชียงใหม่ ที่สำคัญนี่ยังเป็นการต้อนรับกลับบ้านสุดอบอุ่นให้กับ 2 สมาชิก 4EVE อย่างฝ้ายและโจริญอีกด้วย “ดีใจมากๆ ที่ได้มาวันนี้ และก็รู้สึกว่าเป็นโอกาสที่ดีมากๆ ค่ะ เหมือนเรายกโอกาสมาให้เขาถึงที่นี่…ได้รู้ว่าเด็กต่างจังหวัดก็มีของเหมือนกัน เพราะหนูกับฝ้ายก็เคยเล่นดนตรีเป็นวงมาก่อนเหมือนกัน”

เพลงที่วงประกวดหยิบมาใช้ในสนามนี้ ยังมีเพลงของอีกหลากหลายศิลปิน ไม่ว่าจะเป็นเพลงของ วง Tattoo Colour เพลงของ Slapkiss ของ bamm ของ Mirrr ของ MEAN เป็นต้น

บอกเลย! เวทีนี้ชัยชนะสำหรับพอๆ กับโอกาส เพราะยังไม่ทันถึงสนามแข่งขันสุดท้าย ก็มีวงเข้าประกวดที่ได้รับคำชมที่แปลได้ว่า “มีแววจะได้เป็นศิลปิน” บ้างแล้ว ใครไม่อยากพลาดโอกาสสำคัญและยังอยากตามไปสนุกสุดฟินอย่างต่อเนื่อง บุ๊กวันไว้ให้ดี แล้วไปเจอกันอีกทีที่สนามสงขลาได้เลย

สำหรับใครที่สนใจยังสามารถลงสมัครสนามที่ 5 นครปฐม ได้แล้วจนถึง 4 สิงหาคม 2566 ติดตามรายละเอียดการรับสมัครได้ที่ www.music.mahidol.ac.th/thepowerband / Facebook: The Power Band 

 

Author

ทีม Writaholic

Author

ทีมมดแห่งวงการนักเขียนและคนทำ content จากแวดวงคนทำมีเดียและหนังสือ มารวมตัวกันแบบตั้งใจบ้างโดยบังเอิญบ้าง รู้แต่ว่า “ขยันเขียน” และ ช่าง “หาเรื่อง”

Author

บริษัท เอ็กเปิร์ดคิด จำกัด

Photographer

การรวมตัวของคนโปรดักชั่น ที่ยังเชื่อในพลังสร้างสรรค์ เราจึงคิดและผลิตงานศิลปะทุกรูปแบบ