SIAM1928
ศิลปะที่ใช้กลิ่นระบายลงบนอากาศ

SIAM1928

ศิลปะที่ใช้กลิ่นระบายลงบนอากาศ

เรื่อง ม.ล.จินดาภรณ์ ชยางกูร / ภาพ SIAM1928

 

เมื่อให้จำกัดความถึง ‘กลิ่น’ ในความเข้าใจทั่วไป ‘มันช่วยให้หวนระลึกถึงความทรงจำ’ แต่สำหรับ สยาม1928 และคุณตั้ว – ณัท เวชชศาสตร์ แล้วกลิ่นเป็นมากกว่านั้น “มันบอกเล่าประสบการณ์ที่เราได้ไปสัมผัสและติดอยู่ข้างในใจ ผมอยากจะเล่ามันออกไปด้วยกลิ่นน้ำหอม” นอกจากจะเป็นเจ้าของแบรนด์แล้ว คุณตั้วยังอยู่ในกระบวนการผลิตทุกขั้นตอน

จาก “น้ำปรุง” โบราณของไทยถูกอัพเลเวลให้กลายเป็นน้ำหอมที่มีภาพลักษณ์สากล ส่วนอัตลักษณ์ที่ดีและมีทีเด็ดเป็นการหยิบเอาของไทยมาผ่านศาสตร์และศิลป์ของการปรุงกลิ่น ไม่ว่าจะเป็นใบเนียมหอม พิมเสนเกร็ด กระดังงา กล้วยไม้ ดอกบัวหรือแม้แต่ดอกมะลิ มาปรุงให้เป็น “น้ำหอม” ที่กลิ่นหอมพร้อมบอกเล่าเรื่องราวไม่เหมือนใคร มอบประสบการณ์น่าประทับใจให้กับผู้ใช้กลิ่นหอมของสยาม 1928 อย่างกลิ่น Chanalaj (จันนาลัจ) ที่ได้แรงบันดาลใจจากคืนจันทร์เพ็ญ ใช้กลิ่นจากเกรปฟรุตกับส้มแมนดาริน เติมพิมเสนเกร็ดและใบเนียมหอม นอกจากนั้นยังมีกลิ่น Rajvika (รัสวิกา) ใช้กลิ่นของโอริสกับพริกไทยสีชมพูได้แรงบันดาลใจจากเหล่ากินรี กลิ่น Tipakorn (ทิพากร) เป็นกลิ่นคอลแลปส์กันระหว่างกลิ่นอายของญี่ปุ่น (ใช้ส้มยูสุ,มัทฉะ) และกลิ่นหอมแบบไทยๆ อย่างกฤษณาดำ โดยได้แรงบันดาลใจจากซามูไรญี่ปุ่นเติมเรื่องราวไทยๆ ลงไปอย่างซามูไรแห่งสยาม เช่น ออกญาเสนาภิมุข เป็นต้น

 

Tribute to the Progenitor

แรกเริ่มเดิมทีแบรนด์มีเจ้าของที่ทำงานในสายโปรดักชัน จนกระทั่งถึงจุดหนึ่งก็เห็นว่าตัวเองจะทำสิ่งนี้ไปอีกนานแค่ไหน เลยเป็นโอกาสให้ค้นหาอะไรที่แปลกใหม่ออกไปและลองกับสิ่งนั้นสักตั้ง “ครอบครัวผมทำน้ำอบปรุงเจ้าคุณครับ ทำมานานแล้ว” ซึ่งแม้จะไม่อยู่ในสายตาแต่แรก นอกจากความผูกพันแล้ว ความทึ่งใน ‘ความหอม’ และน้ำปรุงแบบโบราณเกิดขึ้นจากการศึกษาลึกลงไปในสิ่งที่บรรพบุรุษทำมาแสนนานแล้ว เขาตัดสินใจเปลี่ยนสายงานมาช่วยธุรกิจของครอบครัว พร้อมกับความสงสัยว่าทำไมน้ำหอมไทย ถึงทำให้คนรู้สึกกลัว “คำว่าน้ำอบ น้ำปรุง และความเชื่อมโยงไปถึงความตาย ผีสาง มันไม่น่าเบื่อไปเหรอ?” สำหรับคุณตั้วแล้วกลิ่นที่แสนจะไทยนี้ไม่เคยนำไปสู่การพบเจอกับความน่ากลัวเลยสักครั้ง

สิ่งนี้ก็เลยกลายมาเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ สยาม1928 แบรนด์น้ำหอมใหม่ที่คุณตั้วปลุกปั้นมาเองกับมือ เลือกใช้ชื่อที่บอกเล่ากลับไปถึงจุดกำเนิด “1928 เป็นปีแรกที่คุณทวดเริ่มทำน้ำปรุง และในสมัยนั้นเมืองไทยยังถูกเรียกว่า สยาม” แต่มีเซนส์ของความทันสมัยและใส่เรื่องราวที่เขาอยากแบ่งปันในรูปแบบของกลิ่นลงไป

 

ทำความใจและใส่ความรู้ใหม่ๆ เพิ่มเติม

“เราใช้ความรู้พื้นฐานเดิมของครอบครัวมาลองทำก่อนในช่วงแรก ก็ดูมีความเป็นไปได้ มีคนสนใจ เลยไปเรียนเพิ่มเติมและศึกษาด้วยตัวเองด้วยครับ สักระยะหนึ่งก็ทำให้เราตกผลึกอะไรบางอย่างกับความตั้งใจของเรา” แพ็กเกจเดิมของแบรนด์ สยาม1928 นั้นไม่เหมือนกันกับปัจจุบันนี้ที่เป็นเซรามิก ซึ่งเป็นบรรจุภัณฑ์ของคอลเลกชันหลักของแบรนด์

ไอเดียการใช้ขวดเซรามิกนั้นมาจากการแก้ไขปัญหาการนำเข้าขวดแก้วจากต่างประเทศ และในไทยก็แทบไม่มีการผลิตขวดแก้วในลักษณะนี้ ก็เลยหันไปทดลองใช้เซรามิก ด้วยความร่วมมือกันกับมิตรสหาย ขึ้นแบบดีไซน์ของแบรนด์โดยเฉพาะ ซึ่งเรื่องราวในขวดนั้นก็มาจากความชอบล้วนๆ “ผมชอบมังงะ อะนิเมะของญี่ปุ่นครับ ชอบที่เขามักจะหยิบเอาประวัติศาสตร์หรือตำนานของชาติมาเล่า เราก็เลยหยิบเอาของไทยมาเล่าบ้าง” ขวดบรรจุน้ำปรุงของ สยาม1928 จึงสวยงาม มีเรื่องราว และไม่เหมือนใครเช่นนี้เอง

อย่างการหยิบเรื่องราวที่ได้แรงบันดาลใจจากวรรณคดีพระอภัยมณี สยาม1928 ก็เลือกหยิบเอา ‘ความเศร้าของนางเงือก’ มาเล่าเป็นเรื่องราว “เธอสูญเสียทั้งพ่อแม่ สามี และลูกที่เลี้ยงด้วยตัวเองไม่ได้เพราะตัวเองเป็นปลา แล้วนำไปสู่ความลึกลงไปในก้นทะเล และตัวละครนี้เชื่อมโยงกันได้ทั่วโลก หลายประเทศก็มีนางเงือกในฉบับของเขาเอง และผมก็อยากจะเล่าเรื่องของนางเงือกไทยด้วยกลิ่น Assan” …กลิ่นอัสสรรณออกแนว Oceanic จากดอกมะลิที่จะพาเราจินตนาการผ่านเงือกที่อยู่ว่ายน้ำอยู่กลางทะเลกับฝูงปลาในดอกไม้ทะเลกับปะการัง

 

กลิ่นของการกลั่นประสบการณ์ชีวิต

แต่ละกลิ่นหอมของน้ำปรุงจาก สยาม1928 มักมาจากเรื่องราวที่แตกต่าง อย่างเวลาที่คุณตั้วมีความสนใจในสิ่งไหน เขาคือคนที่เดินเข้าไปทดลองทำสิ่งนั้นด้วยตัวเองเสมอ เลยทำให้พูดได้เลยว่ามีประสบการณ์หลากหลาย เลยจุดประกายให้เป็นไลน์ของกลิ่น Voyager ขึ้นมาและบรรจุลงในขวดแก้วต่างออกไปจากไลน์สินค้าของ สยาม1928 ดั้งเดิม “เรานำประสบการณ์ของตัวเองมาเล่าในรูปแบบกลิ่นน้ำหอม และเพื่อสร้างความรู้สึกที่แยกออกมาจากเรื่องความไทย ให้รู้สึกถึงเรื่องราวของเรา”

หรืออย่างกลิ่น Mhee ก็ถ่ายทอดประสบการณ์ที่คุณตั้วได้ไปถ่ายทำสารคดีเกี่ยวกับหมีที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา อุปนิสัยที่สัตว์ชนิดนี้มักจะถูตัวไปกับต้นไม้เพื่อสร้างอาณาเขตหรือฉีกเปลือกไม้เพื่อหาอาหาร เลยทำให้เกิดการกระจายตัวของกลิ่นเปลือกไม้หรือรังผึ้งไปทั่วบริเวณ หรือ Rosen Bridge ก็มีที่มาจากหนังฮอลลีวูดเรื่อง Interstellar ที่มีฉากนักแสดงนำติดอยู่ในสะพานโรเซนเพื่อหาทางกลับโลก ซึ่งความยากของการจินตนาการถึงความรู้สึกในห้วงอวกาศนั้นก็บันดาลใจให้คุณตั้วหยิบเอาเรื่องของ    วัฏจักรของดวงดาว ไม่ว่าจะเป็นการก่อตัว ระเบิด และความตาย มาเล่าด้วยโน้ตแต่ละชั้นของกลิ่น เป็นต้น

“แน่นอนว่ากลิ่นให้ความหอม เราอยากให้คนได้เสพประสบการณ์ จะเห็นได้ว่าเราเล่าเรื่องด้วยเรื่องราวค่อนข้างเยอะ เพราะผมมองว่าในชีวิตของคนทุกคน ไม่มีใครจะได้สัมผัสทุกประสบการณ์บนโลกนี้ได้ครบถ้วน เลยอยากจะแบ่งปันให้คนได้สัมผัสเรื่องราวของผม มันคืองานศิลปะที่คุณสัมผัสได้และอยู่กับมันได้จริงๆ”

 

เฉพาะกลุ่มแต่เข้าถึงง่าย

แม้ว่าลูกค้าหลักของแบรนด์จะอยู่ในต่างประเทศ แต่คุณตั้วและแบรนด์ สยาม1928 เองก็มีความเชื่อว่ากำลังค่อยๆ เข้าถึงคนในประเทศได้มากขึ้น “ผมหนีมาจากวงการที่เต็มไปด้วยการแข่งขันและทำให้ถูกใจลูกค้าเท่านั้น เพื่อมาทำธุรกิจที่เราอยากจะสร้างความเป็นตัวเองเป็นจุดขาย ไม่ว่าใครจะได้สัมผัสมุมไหน ไม่ถูกใจกลิ่นนี้ในวันนี้ วันหน้าคุณอาจจะชอบกลิ่นของเราก็ได้”

ในช่วงเกือบสามปีที่ผ่านมา โรคระบาดจะทำให้ผู้คนไม่สามารถออกไปสัมผัสหลายๆ สิ่งได้โดยตรง ในทุกธุรกิจโดยเฉพาะเรื่องของกลิ่นก็เลยต้องพยายามปรับตัว สยาม1928 ก็เลือกใช้วิธีธรรมดาแต่ได้ผลดี “หลายคนพูดเหมือนกันว่าน้ำหอมแบรนด์ของเราค่อนข้าง niche เรียกว่าเฉพาะกลุ่ม ซึ่งต้องให้ได้ลองดมและอยู่กับมันสักพักถึงจะรู้ว่ารู้สึกอย่างไร” เลยทำให้ทางแบรนด์ผลิตกลิ่นน้ำหอมในขนาดทดลองเพื่อให้ลูกค้าได้ลองซื้อและใช้แต่ละกลิ่นสักพักก่อนจะตัดสินใจซื้อขนาดจริงไปใช้ในชีวิตประจำวัน

“คิง เพาเวอร์ เป็นอีกประตูที่ทำให้น้ำหอมของเรามีคนรู้จักมากขึ้น นักเดินทาง ชาวต่างชาติ หรือชาวไทยก็รู้จัก สยาม1928 ที่ คิง เพาเวอร์ ซื้อใช้เองหรือเป็นของฝากให้กับเพื่อนในต่างประเทศ” นี่อาจเป็นไอเดียที่ดีของการส่งออกความเป็นไทยในแบบที่โมเดิร์นขึ้นมาหลายสเต็ปของยุคปัจจุบันนี้

 

คุณอาจเซอร์ไพรส์ กลิ่นที่คิดว่าไม่ใช่ แต่กลับหลงรักมัน

ในฐานะของเจ้าของแบรนด์น้ำหอมและศิลปินผู้สร้างสรรค์กลิ่น คุณตั้วแนะนำว่าให้ใช้เวลากับแต่ละกลิ่นเป็นระยะเวลาอย่างน้อยหนึ่งอาทิตย์ อาจซื้อแบบทดลอง ขนาดเล็กหรือขนาดจริงก็ได้ มาใช้ดูก่อน ฉีดทุกวันและสังเกตอารมณ์ความรู้สึกของสัมผัสจากกลิ่นนี้ว่าคุณชอบมันไหม อาจพบว่าชอบหรือไม่ ก็ค่อยตัดสินใจว่าจะใช้ต่อ ซื้อขวดใหม่หรือยกให้คนอื่น

“ผมเชื่อว่าคนส่วนใหญ่ซื้อน้ำหอมด้วยความชอบ เพียงแต่ว่ากลิ่นบนโลกนี้มันหลากหลาย ไม่จำเป็นต้องใช้แค่กลิ่นเดียวหรือแนวเดียว แต่ละกลิ่นสามารถใช้ในโอกาสที่แตกต่างกันได้ กลิ่นนี้ใช้ในโอกาสพิเศษ กลิ่นนี้ใช้ตอนกลางคืน กลิ่นนี้ใช้ตอนเดินทาง กลิ่นมันช่วยเปลี่ยนอารมณ์ได้จริงๆ นะครับ หลายคนใช้น้ำหอมกลิ่นเดิมซ้ำๆ แล้วจมูกชินกลิ่น ฉีดแค่ไหนก็ไม่ค่อยได้กลิ่นอีกแล้ว แต่คนรอบตัวได้กลิ่นชัดเลย ผมเลยอยากเชียร์ให้สลับใช้เพื่อทำให้รู้สึกว่าทุกกลิ่นที่เลือกมามันพิเศษ”

และอีกสิ่งที่ สยาม1928 ทำให้เห็นชัดมากเลย คือเรื่องราวของแต่ละกลิ่นที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นมานั้นช่วยสร้าง ‘ความรู้สึก’ ได้ดีกว่า “ทำให้ชีวิตไม่น่าเบื่อ เมื่อได้สร้างจินตนาการในโลกของเราเอง”

และหากถามว่า สยาม1928 นั้นเท่ากับอะไร คุณตั้วตอบได้สั้นๆ แต่ชัดเจนเห็นเป็นภาพในทันทีว่า “ศิลปะครับ”

นับว่าถ่ายทอดเรื่องราวผ่านกลิ่น สร้างความไม่เหมือนใครด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัวจริงๆ นี่อาจเป็นสิ่งที่ทำให้ความเป็นแบรนด์แข็งแรงขึ้นมาได้โดยที่ไม่จำเป็นต้องเปรียบเทียบว่าดีกว่าใคร หรือไม่ต้องพยายามทำให้ถูกใจจนสูญเสียตัวเองไปอย่างน่าเสียดาย

 

สยาม1928 (SIAM1928)

ที่ตั้ง : 13 ซอยโชคชัย 4 ซอย 84 แยก 2-12 ถนนโชคชัย 4 แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร

 

Website : SIAM1928

 

Facebook : SIAM1928

 

สนใจสินค้าพลังคนไทย

คลิก : SIAM1928

 

ปักหมุดจุดเช็กอิน–แชะรูป–ท่องเที่ยวใกล้เคียง

• สวนเบญจกิติ ปรับปรุงใหม่แล้วเหมาะกับสายโซเชียลหรือสายรักสุขภาพมาก ไม่ว่าจะไปนั่งหรือเดินเล่น ถ่ายรูป ออกกำลังกาย มีทางให้ปั่นจักรยาน มีที่จอดรถ ถ้าเดินมาบนสะพานสีเขียวจากสวนลุมพินีอยู่ในระยะทางแค่ 1.3 กิโลเมตรเท่านั้น

• หอสมุดวังท่าพระ มหาวิทยาลัยศิลปากร คนรักหนังสือมาทางนี้ หอสมุดโฉมใหม่ที่เพิ่งปรับปรุงหลังเปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2518 แหล่งเรียนรู้ทางด้านศิลปะ การออกแบบ และโบราณคดีชั้นนำ มีหนังสือหายากหรือหมวดอื่นๆ น่าสนใจมาจัดแสดงไม่ขาดสาย

• พิพิธภัณฑ์บ้านจิม ทอมป์สัน มีทั้งพิพิธภัณฑ์ ร้านอาหาร ร้านจำหน่ายสินค้า และหอศิลป์ ที่ใช้หมู่เรือนไทยไม้สักเก่า อดีตที่พำนักของ เจมส์ เอช. ดับเบิลยู. ทอมป์สัน อดีตเจ้าหน้าที่ซีไอเอ ผู้บุกเบิกอุตสหากรรมผ้าไหมไทย ซึ่งมีไฮไลต์เป็นของสะสมล้ำค่ามากมาย

ม.ล.จินดาภรณ์ ชยางกูร
Author

นักเขียนที่ชอบออกไปข้างนอกเพื่อได้กลับบ้าน สนุกกับการฟังมากกว่าพูด และอ่านบันทึกการเดินทางเพื่อทำความเข้าใจโลกและผู้คนจากมุมมองของคนที่หลากหลาย

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรังปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลวส่วนบบุคลเกี่ยวกับตัวคุณเพื่อเราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมกับความสนใจของคุณ ถ้าหากคุณไม่ยินยอมเราจะไม่สามารถนำเสนอเนื้อหาและโฆษณาได้ไม่ตรงกับความสนใจของคุณ

บันทึก