Summary
พาไปทำความรู้จัก “กันโตน่า ล่าข่าวแมนยู” ชื่อผู้เป็นหนึ่งในหัวขบวนแรก ๆ ที่ยืนอยู่กลางระหว่าง “นักข่าว” กับ “คอนเทนต์ ครีเอเตอร์” ในฐานะพิธีกรรายการฟุตบอลยอดนิยม จนถึงจุดเปลี่ยนดีที่สุดครั้งหนึ่งของชีวิต เมื่อเขาตัดสินไปเรียนต่อที่อังกฤษ กล้าทำตามใจตัวเองและออกจากโซนปลอดภัย พร้อมกับใช้ฟุตบอลหล่อหลอมตัวตนและอาชีพ
ขอบคุณภาพจาก ภูริณัฐ ภูมัย
ผู้ติดตามอาจจะรู้จักผลงานของเขาคนนี้เป็นอย่างดี แต่ในวันนี้ Thaipower.co ชวนเขามาคุยให้ได้ทำความรู้จักตัวตนของ “กันโตน่า ล่าข่าวแมนยู” หรือ ‘กัน’ (พู่กัน) – ภูริณัฐ ภูมัย ชื่อของนักข่าวสายกีฬา แฟนตัวยงทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พ่วงการเป็น KOL ที่เราเคยเจอกันเมื่อครั้งชวน RED CAFE ครบก๊วนมารวมตัวคุยกันก่อนหน้านี้ อ่านเรื่องราวของแก๊ง RED CAFE อินฟลูฯ สายบอลทั้ง 10 คนคลิกได้ที่นี่


ครั้งนี้เราตั้งใจชวนเขามาพูดคุยกันแบบเดี่ยว ๆ เน้น ๆ ถึงที่มาของความหลงใหลในกีฬาฟุตบอลของเขา ชายหนุ่มอัพเดทชีวิตว่าเขายังทำงานอยู่ในบริษัทสยามสปอร์ต และยังเป็น KOL ค้นคว้าหาข่าวฟุตบอลมาเล่าให้แฟนฟังผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียที่เขาทำ โดยกับ RED CAFE เขาบอกว่า “จริง ๆ เหมือนอยู่เป็นพี่น้องเป็นครอบครัว ช่วยซัปพอร์ตกัน แทบไม่เรียกว่าเป็นการทํางานแล้วครับ”
มาทำความรู้จัก “กันโตน่า ล่าข่าวแมนยู” ไปพร้อมกับเรา…
“เราอยู่กับฟุตบอลตั้งแต่เด็ก ฟุตบอลเป็นเหมือนครู
สอนให้รู้จักความล้มเหลว รู้จักความสําเร็จ
รู้จักว่าต่างประเทศ คนต่างชาติ วัฒนธรรมต่างชาติเป็นยังไง
ได้รู้ว่าโลกมันกว้างใหญ่เหลือเกิน นักฟุตบอลมาจากที่นู่นที่นั่น
มาอยู่ในสนามเดียวกัน เตะฟุตบอลลูกเดียวกัน มันเป็นกีฬาที่มันเชื่อมโลก”
ภูริณัฐ ภูมัย
“กันโตน่า ล่าข่าวแมนยู”
ขอบคุณภาพจาก ภูริณัฐ ภูมัย
ทางกายภาพฟุตบอลอาจเป็นกีฬาประเภทหนึ่งที่มนุษย์ตั้งทีมตั้งกติกาไล่กวดลูกบอลบนพื้นหญ้า เพื่อส่งลูกกลม ๆ เข้าสู่ประตูของฝ่ายตรงข้าม แต่ฟุตบอลยังมีความหมายอีกมากมาย ถูกยกเป็น “ประวัติศาสตร์ที่มีชีวิต” สะท้อนถึงผู้คน การเมือง วัฒนธรรม การเปลี่ยนแปลงของโลกนานนับพันปี
เวลาผ่านไป ฟุตบอลกลายเป็นภาษาสากลที่ก้าวข้ามกำแพงเชื้อชาติและการเมือง จนในที่สุดกีฬาชนิดนี้ได้กลายเป็นวัฒนธรรมร่วมของมนุษยชาติ คือความหมายของการดำรงอยู่ในรูปแบบหนึ่งที่ทำให้ชีวิตมีรสชาติและเป้าหมาย ปัจจุบันฟุตบอลถูกยกสถานะเป็นระบบนิเวศทางเศรษฐกิจที่ทรงพลัง ไม่ได้มอบแค่ความบันเทิง แต่ยังสร้างอาชีพและตัวตนใหม่ ๆ ในสังคมดิจิทัล ฟุตบอลในวันนี้จึงเปรียบเหมือนโรงงานผลิตโอกาส เปลี่ยนความหลงใหล ให้กลายเป็นอาชีพให้กับผู้คน
ชวนอ่านเรื่องของ แฟรี่ ดูบอลแบบแฟร์แฟร์ สาวกแมนยูฯ อีกคนหนึ่ง คลิกที่นี่
ฟุตบอลเลือกที่จะหล่อหลอมตัวเขา
“ถ้าไม่มีฟุตบอล ถ้าไม่ได้บ้าแมนยูฯ ตั้งแต่แรกเลย คงไม่ได้เริ่มมาทําสายข่าวแน่ ๆ คงไม่ได้มาทําสยามสปอร์ตแน่ๆ คงไม่ได้มาเป็น KOL มาทําคอนเทนต์แน่ ๆ” เขาเล่า
ขอบคุณภาพจาก ภูริณัฐ ภูมัย
ความหลงรักในฟุตบอลของ “กันโตน่าฯ” เริ่มต้นจากเด็กตัวเล็ก ๆ ที่อยากดูฟุตบอลตามเพื่อน แม้พ่อของเขาจะเป็นแฟนทีมท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์เมื่อตอนเป็นนักเรียนอังกฤษ แต่ปัจจุบันคนในครอบครัวก็ไม่ได้มีใครดูฟุตบอลจริงจังอย่างที่ผ่านมา ช่วงหนึ่งในวัยเด็ก เขาตื่นตี 2 เพื่อมานั่งดูแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดคนเดียวเงียบ ๆ เจ้าตัวจำไม่ได้ว่าหลงรักแมนยูฯ ได้ยังไง แต่ที่แน่ ๆ เขารู้ว่าเสน่ห์ของทีมรักคืออะไร
“แมนยูฯ มีความโรแมนติกในตัว ชอบมีสตอรีอะไรให้เราได้สนุก เป็นทีมที่เคยผ่านโศกนาฏกรรมมาในอดีต ทีมเกือบจะพังไปแล้ว แต่ว่าก็ฟื้นขึ้นมาได้ แล้วก็มายิ่งใหญ่มาก ๆ เป็นทีมที่สร้างป็อปคัลเจอร์ให้กับโลกในหลาย ๆ มุม ทั้งดึงให้คนมาสนใจฟุตบอลอังกฤษมากขึ้น ทําให้คนรู้จักกับป็อป คัลเจอร์ใหม่ ๆ แบบ เดวิด เบ็คแฮม, คริสเตียโน โรนัลโด หรือการเป็นแบรนด์หนึ่งที่คนสนใจติดตาม มี engage ดีตลอด มีเสน่ห์ในตัวเอง ถึงช่วงหลัง ๆ อาจจะดรอปไป แต่ผมก็เชื่อว่าสักวันก็จะกลับมา”
ชวนอ่านเรื่องของ อั้ม Football Genius สาวกแมนยูฯ อีกคนหนึ่ง คลิกที่นี่
ชื่อของ “กันโตน่าฯ” ที่ใช้ เป็นเพราะนักเตะที่ชอบคือ เอริก คันโตน่า เหรอ
กันโตน่าฯ: จริง ๆ ชอบ คริสเตียโน โรนัลโด ครับ ตอนทํางานให้สยามสปอร์ตจําเป็นจะต้องมีนามปากกา หลาย ๆ คนจะมีนามปากกาที่ไปเชื่อมกับชื่อนักเตะ เราก็รู้สึกว่านักเตะคนไหนดี ที่ถ้าพูดถึงแล้วจะนึกถึงแมนยูฯ เลย เป็นนักเตะระดับไอคอน คนก็จะคิดถึง เอริก คันโตน่า เพราะว่าเขาคือตัวท็อป ตัวเทพ ตัวเก่ง แล้วก็มีคาแรกเตอร์ชัด

ขอบคุณภาพจาก ภูริณัฐ ภูมัย
ชอบอะไรในตัว คริสเตียโน โรนัลโด
“กันโตน่าฯ”: เขามีคาแรกเตอร์ที่ถ้าคนไม่ชอบไปเลย ก็จะเกลียดไปเลย แต่ โรนัลโด เขาอยู่กับมันได้ รู้อยู่แก่ใจแหละว่าตัวเองมีคนเกลียดเยอะ แต่เหมือนเขาเอามาเป็นแรงผลักดันให้ตัวเองเก่งขึ้นมากกว่า เวลาอยู่ในสนามทุกคนรู้ว่าโรนัลโดเก่งจริง ๆ เขามีคาแรกเตอร์การเล่นบอลที่ชัดมาก ผมว่าเป็นต้นแบบของปีกทะลุทะลวงสมัยใหม่ ที่ตัวแข็ง ๆ หนา ๆ วิ่งเป็นจรวด ไม่ได้พลิ้วหมุนสวยงาม แต่เน้นความดุดันบุกทะลวง
รู้จักหนุ่มคนนี้จากสิ่งที่เขาเรียน
ภูริณัฐ ภูมัย (พู่กัน)
• ปริญญาตรี คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน
สาขาสื่อมวลชนศึกษา (ภาคภาษาอังกฤษ)
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
• นักเรียนแลกเปลี่ยนสหรัฐอเมริกา
ที่ Gale – Ettrick Trempealeau High School
รัฐวิสคอนซิน ประเทศสหรัฐอเมริกา
• ปริญญาโท สาขาการตลาด
Lancaster University ประเทศอังกฤษ
ขอบคุณภาพจาก ภูริณัฐ ภูมัย
Suggestion
จากคนข่าวกีฬาสู่ความเข้าใจธุรกิจของข่าว
ถ้ามองถึงการไปมีประสบการณ์ในต่างแดนแบบที่ไปใช้ชีวิต นั่นอาจไม่ใช่แค่การเปลี่ยนที่อยู่ แต่บางครั้งคือการทุบกำแพงความเชื่อเดิมเพื่อสร้างตัวตนใหม่ที่แข็งแกร่งกว่าที่ผ่านมา ชีวิตของ “กันโตน่าฯ” ก็เช่นกัน ด้วยการสนับสนุนของครอบครัวส่งให้เขามีพื้นฐานที่ดี ได้ผ่านการศึกษาในต่างประเทศอย่างในสหรัฐอเมริกาช่วงวัยเด็ก เมื่อเติบโตเข้าสู่แวดวงการงานถึงจะมีการเดินทางไปต่างแดนอยู่บ้าง ทว่าจุดเปลี่ยนก็มาถึง เมื่อศิษย์เก่าวารสารฯ ธรรมศาสตร์คนนี้ ตัดสินใจหยุดจากงานทําข่าวกีฬาออนไลน์ที่สยามสปอร์ต และเลือกไปเรียนต่อปริญญาโทด้านการตลาดที่มหาวิทยาลัยแลงคาสเตอร์ ในอังกฤษ
“เหตุผลหลัก ๆ ตอนนั้นคือหมดไฟครับ” เขาสารภาพ “เราทํางานซ้ำมาหลายปี ผ่านตั้งแต่ยุคก่อนโควิดจนผ่านช่วงโควิดมาได้ ก็ยังเป็นงานสไตล์เดิม แล้วมันใกล้จะถึงช่วงวัย 30 ที่อาจต้องมีจุดเปลี่ยนบางอย่างในชีวิต เรายังมีแพสชันกับมันแหละ เลยไปอังกฤษดีกว่า อยากจะหาประสบการณ์ใหม่ ๆ อยากจะต่อยอดจากสิ่งที่เคยเรียนมาให้มันไปได้ไกลขึ้น ไปเสริมสร้างมุมมองอื่น ๆ เรื่องของธุรกิจ การตลาด ครั้งนี้เราไปแบบคนที่โตแล้ว พยายามเก็บเกี่ยวประสบการณ์ให้ได้มากที่สุด พยายามจะกลับไปให้เป็นคนที่ดีขึ้น ต้องเป็นคนที่เก่งขึ้นในหลาย ๆ ด้าน แต่ก็มีโอกาสได้นั่งรถไฟไปดูแมนยูฯ เตะนะ เมืองที่ผมอยู่ก็ห่างจากแมนเชสเตอร์แค่ชั่วโมงเดียว”
ขอบคุณภาพจาก ภูริณัฐ ภูมัย
แล้วการตลาดให้มุมมองอะไรเราบ้าง ในฐานะที่เคยเป็นนักข่าวสายกีฬา
“กันโตน่าฯ”: เรามองว่าโลกนี้ทุกอย่างมันคือการตลาด แม้กระทั่งคนทําคอนเทนต์ ก็ต้องทําเพื่อเงิน เราทําคอนเทนต์ก็คืองาน ทํายังไงให้คอนเทนต์มันสร้างรายได้ออกมาได้ ทําให้คอนเทนต์ดูน่าสนใจ ทำให้คอนเทนต์ดูดึงดูดหรือว่าวางแผนธุรกิจอะไรต่าง ๆ พอกลับจากอังกฤษ ก็กลับมาสยามสปอร์ตเหมือนเดิม แต่เปลี่ยนตําแหน่งมาทําเบื้องหลังที่มันเป็นฝั่งเกี่ยวกับธุรกิจมากขึ้น เลยต้องเอาสิ่งที่ผมเรียนปริญญาตรีวารสารฯ มาบวกกับสิ่งที่ไปเรียนปริญญาโทมาร์เก็ตติง แล้วก็บวกกับประสบการณ์การเป็น KOL”
ชวนอ่านเรื่องของ โอปอล์ ณัฐชา สาวกแมนยูฯ อีกคนหนึ่ง คลิกที่นี่
ผลลัพธ์ที่ออกมา มองเห็นช่องทางในอนาคตยังไงบ้างคะ
“กันโตน่าฯ”: อย่างน้อยเราก็ทําได้ทั้งเบื้องหลังและเบื้องหน้า อาจเป็นประโยชน์สําหรับตัวเราเอง เรามองเห็นธุรกิจในภาพกว้างมากขึ้น ไม่ได้แค่ทําคอนเทนต์เพื่อเสิร์ฟลูกค้า แต่รู้ว่าลูกค้าต้องการอะไร ต้องสปินผลิตแบรนด์ของลูกค้าให้เข้ากับคอนเทนต์ของเรายังไง ผมว่ามันก็เป็นพื้นฐานของธุรกิจ แล้วก็ทุกสิ่งต้องทําเงิน ทําให้คนรู้สึกว่าเขา relate กับแบรนด์เราได้ ชอบในคอนเทนต์ของเรา”
“ผมเริ่มต้นมาจากเรียนวารสารฯ เป็นนักข่าว
ความเป็นนักข่าวต้องมีความน่าเชื่อถือ แม่นยํา ถูกต้อง มีจรรยาบรรณ
การเป็นอินฟลูเอนเซอร์ คุณต้องนําความคิดคนอื่นได้ในทางใดทางหนึ่ง
ผมรู้สึกว่าอินฟลูเอนเซอร์ไม่ใช่คําที่ไว้เรียกตัวเอง
แต่เป็นคําที่ให้คนอื่นเรียกเรา”
ภูริณัฐ ภูมัย
“กันโตน่า ล่าข่าวแมนยู”
ภาพโดย Expert Kit
หนุ่มพู่กันเคยมาทำหน้าที่ “นายแบบ” ให้กับ LCFC Ghost in the Weave Collection คอลเลกชันพิเศษประจำปี 2025/2026 สำหรับของที่ระลึกสโมสรฟุตบอลเลสเตอร์ ซิตี้ ประจำปี 2568 ได้แรงบันดาลใจจากเทศกาลผีตาโขน งานบุญประเพณีมีชื่อเสียงของจังหวัดเลยและมีผลงานฝีมือทอผ้าฝ้ายมัดหมี่ของภูมิปัญญาชาวบ้านที่นั่น คอลเลกชันนี้เป็นหนึ่งในตัวอย่างที่ชี้ให้เห็นว่าเครื่องแต่งกายถูกสื่อสารผ่านฟุตบอล สะท้อนถึงความเชื่อและจิตวิญญาณชุมชน ทำให้วัฒนธรรมท้องถิ่นกลายเป็น Global Culture เราเลยถามไถ่ความรู้สึกเขา เมื่อได้เห็นฟุตบอลกับวัฒนธรรมพื้นถิ่นผสานกัน ถูกชูเอกลักษณ์ขึ้นมาอย่างน่าทึ่ง
อ่านเรื่องราวเกี่ยวกับผลงานออกแบบที่เต็มไปด้วยความน่าทึ่งของคอลเลกชันนี้ คลิกที่นี่
“พี่ ๆ คิง เพาเวอร์ ไทยเพาเวอร์เขาน่ารัก ให้เกียรติเรามาก ให้เราได้เป็นหนึ่งคนที่ได้เข้าไปมีส่วนร่วมในโครงการ ได้ถ่ายทอด ได้ใช้สิ่งที่เราชอบก็คือฟุตบอล ออกมาช่วยในมุมมองของสังคมมากขึ้น เราก็เหมือนใช้ชื่อเสียงของเรา ใช้ความชอบฟุตบอลของเรา เอาไปส่งเสริมให้โครงการเพื่อสังคมอย่างคอลเลกชัน Ghost in the Weave ที่นำฝีมือชาวบ้านและเสน่ห์ท้องถิ่นอย่างประเพณีผีตาโขน ผ้ามัดย้อม อะไรอย่างนี้ มาต่อยอดสู่สากล

ภาพโดย Expert Kit
“การใช้ความเป็นเลสเตอร์ฯ เข้ามาเกี่ยวข้องแล้วมันก็คือฟุตบอล อย่างน้อยก็ทำให้คนในท้องถิ่นได้มีรายได้มากขึ้น มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ผมเองก็ชอบในเรื่องแฟชั่นอยู่แล้ว พอได้เห็นคอลเลกชันสวย ๆ ยิ่งมีสตอรีเบื้องหลังเกี่ยวโยงกับความเป็นไทย ความเป็นชาวบ้าน การสนับสนุนคนในชุมชน ก็ยิ่งทําให้เรารู้สึกภูมิใจที่ได้สวมใส่ งานสวยครับ โทนสีดี ใช้ได้ ใส่เที่ยวได้”
“ได้ยินว่าคอลเลกชันนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากประเพณีผีตาโขนก็รู้สึกว่าน่าสนใจแล้ว พอเอามาผสมผสานกับหน้า Fox ของ Leicester City ก็ยิ่งน่าสนใจ สวมใส่แล้วให้ความรู้สึกดีๆ ที่ได้ส่งเสริมให้ผลงานของชุมชนไปสู่สายตาของชาวโลก รู้สึกภูมิใจมากที่ได้มาเป็นส่วนหนึ่งของคอลเลกชัน Ghost in the Weave”
แพสชันและความรู้คือกุญแจไขทางรอด
ก่อนเครื่องบันทึกเสียงจะหยุดลง เราถามหนุ่มพู่กันว่าการเป็น KOL ในยุคนี้ยากขึ้นไหม แม้ตัวเขาเองจะอยู่ในกลุ่มหัวขบวน แต่ KOL รุ่นใหม่ก็เกิดขึ้นมาเรื่อยๆ คนที่มาก่อนจะยืนระยะได้นานและมั่นคงมากน้อยเพียงใด
ชวนอ่านเรื่องของ ปุ๋ย อาหมวยแมนยู สาวกแมนยูฯ อีกคนหนึ่ง คลิกที่นี่
“ยากขึ้นแน่นอน มันเป็นตลาดที่ Red Ocean นะครับ มันเป็นตลาดที่มีคนขายเยอะขึ้นทุกวัน” หนุ่มพู่กันตอบทันที และบอกวิธีที่เขาทำได้ “เราก็ต้องยืนหยัดในความเป็นตัวเอง ผมเชื่อว่าถ้าเกิดเราอินอะไรกับจริง ๆ มันจะออกมาดี คนก็จะเชื่อเรา ไม่ใช่แค่ว่าทําผิว ๆ เผิน ๆ น่ะ เราก็เชื่อมั่นในตัวเองว่าเราก็เป็นแฟนบอลจริง ๆ เราดูบอลมาเป็น 20 ปี เรามีแพสชันกับมัน เรามีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับมัน เราไม่ได้เพิ่งมาทํา แล้วพยายามให้ทุกคนต้องเชื่อเรา เราก็ทําในแบบที่เราเป็นนี่แหละครับ ไม่ได้ make ไม่ได้ fake ผมเชื่อว่าจะมีคนชอบเราแหละ ไม่ว่าจะทางใดทางหนึ่ง อาจจะไม่ได้เยอะขึ้น ไม่ได้โด่งดังมีชื่อเสียงระดับประเทศ ก็เชื่อว่าถ้าคนที่มาชอบเราจริงๆ มันคือเกินความคาดฝันไปแล้ว”
ภาพโดย Expert Kit
ในโลกที่สื่อเปลี่ยนรูปแบบอยู่ตลอดเวลา บทบาทของคนเราก็อาจเปลี่ยนตามแต่สำหรับ “กันโตน่า ล่าข่าวแมนยู” สิ่งหนึ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนคือฟุตบอล “ถ้าไม่มีฟุตบอล ถ้าไม่ได้บ้าแมนยูฯ ตั้งแต่แรกเลยคงไม่ได้เริ่มมาทําสายข่าวแน่ ๆ คงไม่ได้มาทําสยามสปอร์ตแน่ ๆ คงไม่ได้มาเป็น KOL มาทําคอนเทนต์แน่ ๆ”
ส่วนถ้าเปรียบชีวิตคนเราเหมือนเล่นฟุตบอล “กันโตน่าฯ” ให้คำตอบถึงชีวิตของตัวเองทิ้งท้ายว่า “เรียกว่าเป็นนักเตะที่เพิ่งเปลี่ยนตําแหน่งดีกว่าครับ จากเคยเป็นกองหลัง เคยอยู่ใน Comfort Zone มันต้องขยับขึ้นมาด้วยพาร์ทใหม่ ด้วยบทบาทใหม่ในชีวิต มีการบุกเพื่ออนาคตมากขึ้น ออกมาทําอะไรที่มันแปลกใหม่ขึ้นบ้าง เพื่อให้ตัวเองได้เก่งขึ้น”
ขอบคุณภาพจาก ภูริณัฐ ภูมัย
ติดตามผลงานของ “กันโตน่า ล่าข่าวแมนยู” ได้ทางช่องทางเหล่านี้
FACEBOOK: กันโตน่า ล่าข่าวแมนยู
YOUTUBE: กันโตน่า ล่าข่าวแมนยู
INSTAGRAM: bhurigun