Passion

ธัญญลักษณ์ ทวีกิตติพันธ์
“ครูช่าง” ผู้ฟื้นชีวิตให้ “ใต้ตำหนัก” ผ้าย้อมครามสกลนคร

ณัฐวิมล เศารยะพงศ์ 16 Jul 2026
Views: 506

Summary

ผ้าย้อมครามเมืองสกลนครมีเอกลักษณ์และความพิเศษอย่างไร พาไปพูดคุยกับ ‘คนทำผ้า’ ผลงานเจ้าของหลายรางวัลศิลปะในนามแบรนด์ “ใต้ตำหนัก” ที่สานต่อลมหายใจให้กับผ้าย้อมครามแบบสกลฯ จากรุ่นพ่อแม่ แถมนำมาต่อยอดได้…คว้าโอกาสพาผลงานฝีมือผ้าย้อมครามของคนไทยไปสู่สากล

จากความมุ่งมั่นสืบสานภูมิปัญญาบ้านเกิด สู่การสร้างแบรนด์ “ใต้ตำหนัก” ที่โดดเด่นด้วยผ้าฝ้ายทอมือ ดีไซน์ทันสมัย ย้อมสีด้วยครามธรรมชาติแบบดั่งเดิม คุณธัญญลักษณ์ ทวีกิตติพันธ์ คือผู้อยู่เบื้องหลังการพัฒนาแบรนด์ให้ก้าวสู่ระดับสากล จนได้รับความไว้วางใจ ให้เป็นผู้ผลิตของที่ระลึกชุดพิเศษให้กับสโมสรฟุตบอลเลสเตอร์ ซิตี้

วิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 หรือยุค “ฟองสบู่แตก” คือจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ ที่ทำให้ครอบครัวของ คุณเป้ – ธัญญลักษณ์ ทวีกิตติพันธ์  หันหลังกลับมาตุภูมิ ณ บ้านถ้ำเต่า อ.อากาศอำนวย จ.สกลนคร คุณสมคิด พรมจักร ซึ่งเป็นคุณแม่ของคุณเป้ ได้เริ่มต้นชีวิตในช่วงแรกด้วยการทำเกษตรกรรมตามวิถีชนบท พร้อมๆกับทดลองย้อมผ้าด้วยสีเคมีเป็นอาชีพเสริม

 

“ต้องมีความรักในงานก่อน
ตราบใดที่คนทำงานมีความสุขในสิ่งที่ทำ
มันจะสะท้อนผ่านผ้าทุกชิ้นให้ออกมาสวยงาม”

ธัญญลักษณ์ ทวีกิตติพันธ์
เจ้าของแบรนด์ “ใต้ตำหนัก”

หลังได้การสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐ และดำรงตนในสถานะผู้ใหญ่บ้าน ทำให้คุณแม่มีโอกาสนำสินค้าไปออกบูธในกรุงเทพฯ อยู่บ่อยๆ จึงพบว่า ผ้าที่ย้อมจากสีธรรมชาติมักได้รับความนิยม และสร้างยอดขายได้ดีกว่า สิ่งนี้กลายเป็นแรงบันดาลใจให้คุณแม่ หันกลับมาสำรวจต้นทุนทางวัฒนธรรมในครัวเรือน และตัดสินใจรื้อฟื้นภูมิปัญญาการทำ “ผ้าย้อมคราม” แบบดั้งเดิมขึ้น

“ตอนแรกๆ ที่ทำ ก็มีอุปสรรคเหมือนกันค่ะ เพราะชาวบ้านเขาไม่ได้ยอมรับ ‘เอาต้นไม้เน่าๆ มาหมักให้มันเกิดสี มันจะทำได้หรือเปล่า อย่าไปเชื่อนะ!’ ตอนนั้นคุณแม่ก็ผ่านมาสารพัด พอคุณแม่เริ่มเปิดตลาด พาชาวบ้านขายผ้า แล้วเขาได้เงิน ก็เลยรวมกลุ่มในกลุ่มสตรีเป็นกลุ่มวิสาหกิจขึ้นค่ะ” คุณเป้เท้าความหลัง

ภาพจาก https://www.facebook.com/TaiTamNak

 

เส้นทางภูมิปัญญา

สู่ผ้าย้อมคราม “ใต้ตำหนัก”

“หลังเรียนจบคณะบริหารธุรกิจ จากวิทยาลัยเทคโนโลยีสันตพล อุดรธานี เป้ได้ไปทำงานตามความฝันในสายงานประชาสัมพันธ์ และสื่อโฆษณาทางวิทยุที่สกลนครอยู่พักใหญ่ จนกระทั่งธุรกิจวิทยุเริ่มอิ่มตัวและประสบปัญหา เป้เลยหันกลับมามองที่บ้าน แล้วเกิดคำถามว่า ‘ทำไมพ่อแม่เรายังทำงานแบบเดิม แต่เขากลับอยู่ได้อย่างมั่นคงมาตั้งแต่ปี 2540’” จากความสงสัย กลายเป็นจุดเปลี่ยนในเส้นทางชีวิตที่ให้คุณเป้ เดินหน้าทำธุรกิจ “ผ้าฝ้ายย้อมคราม” ที่บ้านเกิดเต็มตัว

ขอบคุณภาพจากคุณธัญญลักษณ์ ใต้ตำหนัก

ในช่วงเริ่มต้น คุณเป้เล่าว่า เธออาศัยช่องทางโซเชียลมีเดีย โพสต์เรื่องการทอผ้าของชุมชนบ้านถ้ำเต่า ให้คนในโลกออนไลน์รับรู้ ความน่าสนใจของเนื้อหา ทำให้มียอดขายหลั่งไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง จากความสำเร็จแรก ต่อยอดสู่การสร้างแบรนด์ “ใต้ตำหนัก” เพราะอยากขยายให้ผลิตภัณฑ์ได้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง

 

“ใต้ตำหนัก” ชื่อแห่งความเป็นสิริมงคล  

เป็นความหมายที่สะท้อนถึงความภูมิใจในถิ่นกำเนิด โดยได้รับแรงบันดาลใจจากพื้นที่ตั้ง ซึ่งอยู่ใกล้กับ พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ จังหวัดสกลนคร ชื่อนี้สื่อถึงการดำเนินชีวิตและประกอบอาชีพภายใต้ “ใต้ร่มพระบารมี” ที่คุณเป้เชื่อว่า เป็นชื่อสิริมงคลที่ส่งเสริมให้แบรนด์ประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่องเสมอมา

ภาพจาก https://www.facebook.com/TaiTamNak

ใช้หลัก 3 ประการ บริหารธุรกิจชุมชน

หลังตั้งแบรนด์ “ใต้ตำหนัก” คุณเป้วางฐานธุรกิจ โดยแบ่งสัดส่วนการตลาดออกเป็น 3 รูปแบบ เพื่อสร้างความสมดุลทางรายได้และพัฒนาฝีมือชาวบ้านควบคู่กันเช่นนี้

• ผลิตตามออเดอร์ รายหลักที่สร้างความมั่นคงให้ธุรกิจขับเคลื่อนไปได้

• เปิดระบบฝากขาย มีพื้นที่หน้าร้านที่บ้าน สนามบินสกลนคร และถนนคนเดิน เพื่อให้ชาวบ้านนำผลงานมาฝากขายได้อย่างอิสระด้วย

• รับซื้อสินค้าด้วยเงินสด คัดสรรชิ้นงานที่ประณีต เพื่อกระตุ้นให้ชาวบ้านเกิดการแข่งขันสร้างชิ้นงานที่ดี

แม้จะวางแผนมาเป็นระบบ แต่อุปสรรคก็ยังต้องเจอ “ปัญหาของเราคือชาวบ้าน เป็นอะไรที่สุดมากๆ (หัวเราะ) สมมติว่าถ้าเรารับออเดอร์มา มีคนตาย คนเจ็บ คนป่วย ฉันไม่ทำ เพราะวันพระเขาถือเลย เขาไม่ทำงาน หรือคนทอบอกว่า ‘ฉันไม่อยากทอลายเดิม’ เราก็ต้องปรับความคิดเขา ‘ยังไงแม่ก็ต้องทอนะ แค่ 2-3 ลายเอง ถ้าแม่ไม่ทอ แม่ก็ไม่ได้เงินนะ” แม้ต้องต่อสู้กับความเชื่อของชาวบ้าน แต่คุณเป้ก็พร้อมแก้ปัญหา  เพื่อให้ธุรกิจเดินหน้าได้อย่างราบรื่น

 

มหัศจรรย์แห่ง “คราม”

ภูมิปัญญาไทยของการย้อมสีธรรมชาติ

สกลนครถือเป็นแหล่งปลูกครามที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ เนื่องจากเป็นพืชตระกูลถั่วที่ปลูกง่าย และเก็บเกี่ยวได้ในระยะเวลา 3 เดือน คุณเป้อธิบายกรรมวิธีผสมคราม “ต้องเริ่มจากการเลี้ยงครามหรือก่อหม้อคราม ให้มีชีวิตก่อน อาหารของครามก็จะมีน้ำตาล มะเฟือง มะขามเปียก ปูนแดง บางคนก็ใส่เหล้าขาว แต่ของเราไม่ได้ใส่ พอก่อหม้อครามเสร็จก็ทิ้งไว้ประมาณ 3 – 4 วันเราถึงย้อมได้”

ขอบคุณภาพจากคุณธัญญลักษณ์ ใต้ตำหนัก

สิ่งที่ต้องระวังก็คือ การรักษาหม้อก่อครามไม่ให้ตาย “ต้องใช้เวลาพักหม้อประมาณ 3-4 วัน ถึงจะเริ่มย้อม ในแต่ละรอบการย้อมก็จะต้องเว้นระยะห่างถึง 9 ชั่วโมง เพื่อให้ครามได้พักฟื้น ถ้าครามตาย สีจะไม่ติดกับเส้นใย จะหลุดออกไปกับน้ำตอนล้างเลยค่ะ“

 

4 จุดเด่นบนผืนผ้า
จากแบรนด์ “ใต้ตำหนัก”

• ซักแล้วสีไม่ตก เพราะผ่านการล้าง
ให้สะอาดตั้งต้นทางการย้อม

• ทออย่างประณีต กับ 2 ลายยอดนิยม
คือ 2 ตะกอ และ 4 ตะกอ

• ตัดเย็บทันสมัย เรียบหรู มีสไตล์
เข้าถึงคนรุ่นใหม่

• ใช้โทนสี Indigo Plus, Color Plus
จากธรรมชาติในเอกลักษณ์เฉพาะตัว

 

มีคำแนะนำสำหรับการดูแลรักษาผ้ามัดย้อมหรือผ้าทอมั้ย ?

คุณเป้ ใต้ตำหนัก: การรักษาก็แนะนําให้ซักมือนะคะ จะซักเครื่องก็ได้ แต่ขอแนะนำว่า ถ้าอยากให้ผ้าอยู่กับเรานานๆ ให้ซักมือค่ะ

 

 แนวทางบริหารคนเพื่อคุมคุณภาพสินค้า

“แรกๆ ก็จะคัดคนมาจากของแม่บ้างค่ะ เราจะให้เขาทอเส้นใหญ่ก่อน แล้วค่อยหัดทอเส้นเล็ก  เพราะการทอเส้นใหญ่ จะทำให้เรารู้ฝีมือการทอของช่างแต่ละคน พอเรารู้ความชำนาญของเขา เราค่อยเลือกคนนี้เข้ามา”

ส่วนการคัดเลือกช่างทอในปัจจุบัน คุณเป้จะเน้นนำคนในพื้นที่มาทำงาน เพื่อลดอุปสรรคด้านการสื่อสารระยะไกล ที่อาจจะทอสีเพี้ยนจากแบบ “คนที่มาสมัคร จะมาทองานออเดอร์เลยไม่ได้ คุณต้องมีประสบการณ์ก่อน ว่าคุณสามารถทำได้ เป้จะเป็นคนย้อมและออกแบบลายเองแล้วส่งให้เขาทอ ซึ่งช่างทอแต่ละคน จะรับผิดชอบไม่เกิน 3 ลาย เพราะกันเขาสับสนโทนสี”

 

ขยายฐานการเติบโตบนก้าวสำคัญ

กับ Leicester City Football Club

เส้นทางเติบโตของ “ใต้ตำหนัก” มีแนวทางที่คุณเป้วางไว้อย่างแข็งขัน ด้วยการหมั่นส่งผลงานไปทุกเวทีของงานผ้าไทย และยังเข้าร่วมอบรมในโครงการต่างๆ เพื่อสร้างโอกาสให้แบรนด์เป็นที่รู้จักอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ “ใต้ตำหนัก” ได้รับโอกาสจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) กับทาง คิง เพาเวอร์ ในเวลาต่อมา กระทั่งผลักดันสินค้าก้าวสู่ระดับสากลได้สำเร็จ

ขอบคุณภาพจากคุณธัญญลักษณ์ ใต้ตำหนัก

ด้วยคุณภาพงานที่ประณีต ทำให้แบรนด์ได้รับความไว้วางใจ ให้เป็นผู้อยู่เบื้องหลังการผลิตของที่ระลึกชุดพิเศษให้กับสโมสรฟุตบอลเลสเตอร์ ซิตี้ คลิกอ่านผลงานของใต้ตำหนักกับคอลเลกชันนี้ ได้ที่นี่

“เป้ได้มีโอกาสรู้จักกับดีไซเนอร์ของนิตยสาร Lisa ซึ่งเขาเป็นคนแนะนำเราให้กับทาง คิง เพาเวอร์ จากนั้นดีไซเนอร์ได้ลงมาดูพื้นที่จริง เพื่อศึกษากระบวนการย้อมครามของเรา และนำเสื้อต้นแบบมาให้เราลองย้อมให้สำหรับคอลเลกชันพิเศษของสโมสรเลสเตอร์ ช่วงแรกๆ ก็จะมีหลายชุมชนที่ได้ย้อมเหมือนกัน แต่สุดท้ายเขาก็เลือกแบรนด์เราให้ไปวางจำหน่ายที่ช็อปในประเทศอังกฤษเพียงเจ้าเดียว”

 

เกียรติยศแห่ง “ครูช่าง”

กับหน้าที่ต่อมรดกทางวัฒนธรรมให้คนรุ่นใหม่

การได้รับเชิดชูให้เป็น “ครูช่างศิลปหัตถกรรม” ปี 2557 จากศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (SACICT) ที่พ่วงมาด้วยรางวัลแห่งความสำเร็จ อย่าง ศิลปินโอทอป (ปี 2560) และล่าสุด กินรีทอง มหาชน สาขาผู้ประกอบการตัวอย่างดีเด่น (ปี 2569) ไม่เพียงแต่เป็นความภาคภูมิใจสูงสุดในชีวิตการทำงาน แต่สถานะนี้ยังมาพร้อมกับความรับผิดชอบ ในการเป็นผู้ถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับองค์กรต่างๆ ตลอดหลายปีที่ผ่านมา

ขอบคุณภาพจากคุณธัญญลักษณ์ ใต้ตำหนัก

“ก็ภูมิใจนะคะ แต่เราก็ต้องมีกระบวนการเพิ่มความรู้ขึ้นไปอีก เพราะเราเป็นครูแล้ว เราก็ต้องเขาไปสอนชาวบ้าน บางทีเราไปสอนให้แม่ๆ ไม่ใช่ว่าเราเอาไปให้เขาอย่างเดียวนะ บางทีเราก็ไปเอาความรู้จากเขากลับมาด้วย (หัวเราะ) หรือถ้ามีพรอเจกต์อย่าง ราชภัฏ ม.เกษตรฯ  มีงานวิจัยของเขา เขาโทร.มาชวน เราก็ไปช่วย คือไปสอนให้เขาทอผ้าตั้งแต่ขั้นตอนแรกเลย สอนการย้อม ก็จะมีกระบวนการพวกนี้ของเราไปสอน คนที่มาเรียนกับเรา ถ้าเขาสามารถนำไปต่อยอดแล้วไปสร้างแบรนด์ เราก็ภูมิใจกับเขาด้วยซํ้า เรามองแบบนั้น”

 

หัวใจหลักของการสร้างแบรนด์

เพื่อความสุขที่ยั่งยืนของชุมชน

ความสุขในฐานะผู้สร้างแบรนด์ “ใต้ตำหนัก” คุณเป้บอกว่า “อยากให้คนในชุมชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นค่ะ เราสร้างรายได้ให้ชุมชนให้อยู่ดีกินดี การมีอยู่ มีกินของเขา คือไม่ต้องรวยแค่ แค่เขาอยากกินอะไรให้เขาได้กิน โดยที่ไม่ต้องมานับเงินในกระเป๋าว่า จะเหลือไว้ให้ลูกไปโรงเรียนมั้ย? จะเหลืออะไรมั้ย? ไม่ต้องรวยหรอก พออยู่พอกินก็พอ นี่คือความสุขที่เราตั้งเป้าไว้สำหรับชุมชนเราเองค่ะ”

เราถามคุณเป้ต่อว่า ถ้าอยากทำธุรกิจผ้าย้อมครามแบบ “ใต้ตำหนัก” ต้องเริ่มด้วยปัจจัยไหน?  คุณเป้ตอบอย่างไม่ลังเล “ต้องมีความรักในงานก่อนค่ะ ตราบใดที่คนทำงานมีความสุขในสิ่งที่ทำ มันจะสะท้อนผ่านผ้าทุกชิ้นให้ออกมาสวยงาม เป้เชื่ออย่างนั้น”

 

ถ้าพูดถึงแบรนด์ “ใต้ตําหนัก” อยากให้คนนึกถึงอะไรก่อน?

อยากให้นึกถึงความเรียบหรูของแบรนด์ค่ะ เพราะเวลาคนจะตัดสินใจซื้อ มันต้องมาจากสัมผัสแรกเลย ถ้าจับแล้วสบาย คนก็จะอยากซื้อ

เชื่อไหมคะ ทุกวันๆ ที่เป้ตื่นขึ้น เป้จะคิดแล้วว่า ฉันจะทำอะไรออกมาให้คนเอาไปใช้ ฉันจะทำโทนผ้าสีไหน แบบไหนที่คนจะชอบ เขาใส่แล้วจะมีความสุขกับงานที่เราทำ เราประณีตกับผ้าทุกชิ้น บางคนมาซื้อเราก็อยากลดราคาให้นะคะ แต่มาแล้วรื้อๆๆ มันเหมือนขยำขยี้หัวใจเราเลย บางทีเขาวางผ้าทิ้งลง เราก็รู้สึกแย่ เพราะทุกผืนเราถนอม เรารีดอย่างดี เราทำมาด้วยความรัก ถ้าลูกค้าซื้อไปเขาใส่แล้วมีความสุขเราก็มีความสุข

ภาพจาก https://www.facebook.com/TaiTamNak

 

ใต้ตำหนัก
ที่ตั้ง: สกลนคร

สนใจสินค้าพลังคนไทย สามารถสนับสนุนได้ที่คิง เพาเวอร์ทุกสาขา

Author

ณัฐวิมล เศารยะพงศ์

Author

นักเขียนที่นอกจากจะทำตัวเป็นทาสแมวตัวยง ยังชอบเอาเวลาว่างจากการเขียนงานไปเสาะหาเรื่องกิน เรื่องเที่ยว แล้วทำให้เป็นเรื่องเดียวกัน

Web Editor

ปิ่นอนงค์ วัชรปาณ

Web Editor

บรรณาธิการเว็บ Thaipower.co อดีตบรรณาธิการบางสำนัก นักข่าวและคอลัมนิสต์จำเป็น โกสต์ไรเตอร์...ผู้รักการเดินทาง หลงใหลกลิ่นกาแฟ และเป็นมูฟวีเลิฟเวอร์

Author

พีระรัตน์ ธรรมจง

Photographer

ทุกภาพที่ผมโฟกัสคือสิ่งสำคัญ ครอบครัวก็เช่นกันเป็นสิ่งสำคัญที่ผมโฟกัส