Passion

บีม นักร้องวงมอซอ
เดินตามฝันที่ยิ่งใหญ่ ด้วยหัวใจที่แน่วแน่

ภัทรามน ผุดเพชรแก้ว 25 Nov 2022
Views: 520

“หนูอยากเป็นนักร้องที่ดังไปทั่วโลก ไม่ใช่ดังแค่ในประเทศไทย อยากให้คนรู้จักเราเยอะๆ” นี่คือความฝันสูงสุดในชีวิตของเด็กมัธยมคนหนึ่ง ที่วันนี้เธอกำลังเรียนรู้และเก็บเกี่ยวประสบการณ์ทางด้านดนตรีและการร้องเพลง 

เธอกำลังเดินเข้าใกล้ความฝันนี้เข้าไปเรื่อยๆ อย่างช้าๆ บันไดขั้นแรกที่เธอก้าวขึ้นมาได้แล้ว นั่นก็คือ รางวัล Outstanding ที่มอบให้กับนักดนตรี (หรือนักร้อง) ที่มีผลงานโดดเด่นบนเวทีแห่งนี้ จากการโชว์พลังเสียงที่สะกดใจทุกคนที่ได้ฟังให้นั่งนิ่งและฟังเธอร้องเพลง รวมถึงคว้ารางวัลชนะเลิศใน Class A (รุ่นมัธยมศึกษา) พร้อมกับเพื่อนๆ ในวงมอซอ (โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์ จังหวัดภูเก็ต) ซึ่งผลงานของวงก็คว้ารางวัลชนะเลิศมาได้ จากการประกวดวงดนตรีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในปีนี้ อย่างรายการ THE POWER BAND 2022 SEASON 2 จัดโดยวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับ คิง เพาเวอร์ ไทย เพาเวอร์ พลังคนไทย เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมศักยภาพทางด้านดนตรีของเด็กไทย

“หนูอยากชักชวนให้ทุกคนมาทำตามความฝัน อย่าหยุด…สักวันหนึ่งมันก็จะเป็นของเรา
หนูใฝ่ฝันอยากเป็นนักร้อง อยากทำงานในวงการบันเทิง หนูชอบงานสายนี้มากๆ
เพราะมันรักไปแล้ว ไม่เคยเบื่อ ไม่เคยคิดที่จะเลิกเลย อยากเดินไปให้สุดทาง”

เบญญาภา (บีม) วงมอซอ

 

และก็ไม่ผิดหวัง เพราะเราได้เจอเด็กไทยที่มีศักยภาพทางด้านดนตรีที่น่าชื่นชมมากมาย และเธอคือหนึ่งในช้างเผือกที่เราค้นพบ เรากำลังพูดถึง เบญญาภา กองดี หรือ น้องบีม นักร้องแนวดีวา แห่งวงมอซอ  นั่นเอง

ตั้งแต่จำความได้ เธอก็ร้องเพลงมาโดยตลอด เห็นภาพตัวเองอยู่บนเวที และมีความสุขกับเสียงดนตรีอยู่เสมอ “ตอนเด็กๆ พ่อเล่าให้ฟังว่า เวลาไปงานต่างๆ อย่างงานแต่ง งานบวช หรืองานอะไรก็ตามที่มีเวที บีมจะวิ่งขึ้นไปบนเวที ไปเต้น ไปร้องเพลง” แม้ตอนนั้นบีมจะยังไม่รู้ตัวว่าสิ่งที่เธอทำไปนั้นเป็นความฝัน เป็นความรัก หรือเป็นอะไรกันแน่

บีมมารู้ว่าตัวเองชอบร้องเพลงและขอพ่อไปเรียนร้องเพลงอย่างจริงจังก็ตอนอายุ 9 ขวบ “หนูบอกพ่อว่าอยากเรียนร้องเพลง พ่อก็พาไปเรียน แต่เรียนได้แค่แป๊บเดียว เพราะตอนนั้นก็ยังไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าไร ก็เลยออกมาฝึกร้องเพลงเอง” เมื่อเข้าสู่วัยมัธยมความฝันเริ่มชัดเจนขึ้น บีมจึงเข้าร่วงวงดนตรีของโรงเรียน นั่นคือ “วงมอซอ” วงนี้มีมานานแล้ว สืบต่อกันมาจากรุ่นพี่สู่รุ่นน้อง และตอนนี้ก็มาถึงรุ่นของเธอและเพื่อนร่วมวงในปัจจุบัน วงที่สมาชิกทุกคนพยายามจับมือและเดินทางตามความฝันมาด้วยกัน

การเตรียมตัวที่เข้มข้น 

หลังจากที่วงมอซอ สามารถคว้าตั๋วเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศจากการแข่งภูมิภาคที่สนามสงขลามาครองได้สำเร็จ การเตรียมตัวที่เข้มข้นและการซ้อมที่หนักหน่วงสำหรับรอบชิงชนะเลิศจึงเริ่มต้นขึ้น รวมถึงตัวบีมเองในฐานะที่เป็นนักร้องนำ และเป็นกำลังหลักของวงก็ต้องเตรียมตัวให้พร้อมในเรื่องของเพลงที่จะนำมาเป็นอาวุธสำคัญในการแข่งขันครั้งนี้

“เพลงที่วงเลือกมาใช้ในวันแข่ง เพลงหนึ่งก็คือ เพลง ‘ถ้าฉันเป็นเขา’ เป็นเพลงช้าที่มีความอกหักอยู่ในเพลง ขั้นแรกหนูลองร้องเพลงนี้ให้คุณครูฟัง ครูก็บอกว่าเพลงนี้หนูสื่อสารอารมณ์ออกมาได้ดีที่สุด และตอนที่หนูร้อง หนูก็พยายามเอาตัวเองเข้าไปอยู่ในบทเพลง มันจะทำให้หนูสื่ออารมณ์ของเพลงออกมาได้ดีที่สุด”

การเตรียมตัวมาแข่งในครั้งนี้ นอกจากสมาชิกทุกคนในวงจะเตรียมพร้อมและซ้อมหนักแล้ว ก็ยังมีคุณครูหลายท่านในโรงเรียนที่มาร่วมมือร่วมใจกันเพื่อการประกวดด้วยเช่นกัน “หลังจากที่วงเราผ่านเข้ารอบแล้ว ทั้งครูวงโยธวาทิต ทั้งครูวงสตริง ก็มาคุยกัน มาร่วมกันวางแผนว่าในรอบชิงชนะเลิศเราจะทำโชว์ออกมาอย่างไร ใช้เพลงอะไร ทำเพลงออกมาสไตล์ไหน ติวกันหนัก ซ้อมหนัก ซ้อมทุกวัน” นี่เรียกได้ว่าเป็นความร่วมมือร่วมใจ เป็นความสามัคคี ทั้งของสมาชิกวง คุณครู และโรงเรียนเลยทีเดียว และความสำเร็จที่ได้รับในวันนี้คงชื่นใจกันไปทั้งโรงเรียน

 

บรรยากาศที่ตึงเครียด 

เนื่องจากเวที THE POWER BAND 2022 SEASON 2 เป็นเวทีใหญ่ที่สุดที่เคยแข่งมาของวงมอซอและของ   ตัวบีมเอง บรรยากาศและความรู้สึกของผู้ที่อยู่บนเวที ณ ขณะนั้นแม้จะสนุกและพยายามทำทุกวินาทีอย่างเต็มแล้ว แต่บีมก็ยอมรับว่า เธอเครียดและเกร็งอยู่ไม่น้อย “ตอนที่ร้องเพลงอยู่บนเวทีบีมก็มือสั่น ทั้งหนาวเพราะอากาศในฮอลล์เย็นมาก และบีมก็ตื่นเต้นมากด้วย กลัวเส้นเสียงแข็ง ทั้งหวั่นใจว่าเสียงจะปลิ้น พอร้องออกไป หนูว่ามันก็ยังมีข้อผิดพลาด ยังมีแผลเล็กน้อย แต่ในตอนนั้นหนูเชื่อว่าถ้าเราทำให้เต็มที่ทุกอย่างก็จะออกมาดี หนูก็เลยทำเต็มที่ที่สุด”

และเมื่อถึงเวลาประกาศผลการประกวด วินาทีที่รู้ว่าพวกเขาทำสำเร็จแล้ว บีมบอกว่า “ตอนประกาศผลก็ดีใจมาก ตื่นเต้น ขาสั่นไปหมด หนูรู้สึกภูมิใจในตัวเองและตัวเพื่อนๆ มาก ที่ทำสำเร็จ ทำถึงฝันได้ในวันนี้”

แน่วแน่บนเส้นทางที่เลือกเดิน 

เมื่อบีมค้นพบแล้วว่า การร้องเพลงและเสียงดนตรีเป็นความฝันและความรักของเธอ บีมไม่รอช้า ไม่ทิ้งโอกาส แล้วเริ่มคว้าโอกาสที่จะทำความฝันนั้นให้เป็นจริง “ในอนาคตหนูใฝ่ฝันว่าอยากจะเป็นนักร้อง เป็นศิลปิน อยากทำงานในวงการบันเทิง หนูชอบงานสายนี้มากๆ เพราะมันรักไปแล้ว หนูไม่เคยเบื่อ ไม่เคยคิดที่จะเลิกเลย อยากเดินไปให้สุดทาง ตอนนี้ก็อยู่ ม.5 แล้ว ก็เริ่มมองว่าเราจะไปทางไหนต่อ ที่หวังไว้ตอนนี้คือ หนูอยากเรียนต่อที่วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดลค่ะ”

บีมเริ่มปักหมุดหมายที่ยิ่งใหญ่บนเส้นทางแห่งความฝันและภาพที่เธอมองตัวเองในอนาคตก็คือ “หนูอยากเป็นนักร้องที่ดังไปทั่วโลก ไม่ใช่ดังแค่ในประเทศไทย อยากให้คนรู้จักเราเยอะๆ เลย อยากหาเงินเอง อยากตอบแทนพ่อแม่ที่ดูแลเรามา เพราะกว่าที่เราจะมาถึงตรงจุดนี้เขาก็เหนื่อยและทุ่มเทกับเราไปเยอะ” นี่สิที่เขาบอกกันว่า ฝันให้ไกลเข้าไว้ แน่นอนว่าเราได้ถ่ายรูปคู่และขอลายเซ็นของบีมไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพราะถ้าวันหนึ่งในอนาคตข้างหน้า ความฝันอันยิ่งใหญ่นี้ของบีมเป็นจริง เราจะได้เดินยืดไปทั่วหมู่บ้านแล้วประกาศว่า เรารู้จักกับนักร้องดังระดับโลกกับเขาด้วย

แต่บีมก็ไม่ได้เพียงแค่ฝันอย่างเดียว เธอลงมือทำด้วย ด้วยการเก็บประสบการณ์ ฝึกฝน พัฒนา และเรียนรู้จากสิ่งที่พบเจอ และคว้าโอกาสในทุกช่องทาง “ต่อจากนี้หนูก็จะยังคงเข้าประกวดไปเรื่อยๆ มีเวทีไหนก็จะไป ถ้าประกวดวงดนตรีก็ต้องคุยกับเพื่อนในวง ถ้ามีประกวดเดี่ยวก็ปรึกษาพ่อแม่ตลอด”

และในเวลาว่างบีมก็หาโอกาสในการฝึกฝนและหาประสบการณ์ด้านการร้องเพลงอยู่เสมอ เช่น การไปร้องเพลงเปิดหมวกตามสถานที่ต่างๆ “บีมพอจะเล่นกีตาร์ได้ด้วย ก็เลยมีไปแสดงเปิดหมวกและรับงานร้องเพลงตามงานทั่วไปด้วย เพื่อหารายได้มาช่วยทางบ้าน ที่เขาสนับสนุนบีมมาตลอด และหมดเงินไปกับตรงนี้เยอะเหมือนกัน” แสดงให้เห็นว่าการร้องเพลงนั้นเป็นสิ่งที่บีมรักจริงๆ เพราะในเวลาว่างเธอก็ยังคงเลือกที่จะไปร้องเพลง นั่นคงเป็นความรักและความสุขของบีมจริงๆ

 

เพราะแรงสนับสนุนจากทุกคนจึงมีวันนี้ 

กว่าที่บีมจะเดินทางมาถึงวันนี้ กว่าที่เธอจะทำความฝันให้สำเร็จและเป็นจริงได้ มีผู้ที่อยู่เบื้องหลังและเป็นลมใต้ปีกให้เธอมากมาย “ทางบ้านหนูพ่อแม่ก็สนับสนุนเต็มที่ หนูชอบอะไรเขาก็จะอัดให้เต็มที่ พาไปประกวด พาไปเรียนร้องเพลง ซัปพอร์ตเราตลอดเลย รวมไปถึงเส้นทางที่หนูเลือกในอนาคตด้วย” ครอบครัว    นี่แหละคือพลังกายและพลังใจที่สำคัญและผลักดันให้เธอกล้าที่จะเดินตามฝัน และมีแรงในการก้าวไปข้างหน้า

และอีกกลุ่มบุคคลที่สำคัญ “ขอบคุณรายการ THE POWER BAND ขอบคุณพ่อแม่ที่คอยสนับสนุนเสมอ ขอบคุณคุณครูและเพื่อนๆ ในวง ถ้าไม่มีทุกคนก็คงไม่มีวงมอซอแบบในทุกวันนี้ และถ้าไม่มีคุณครูวงมอซอก็ไม่ได้เกิด เพราะว่าคุณครูเป็นคนชักชวนทุกคนมารวมวงกัน”

ส่งต่อพลังใจ 

เชื่อว่าบนโลกนี้ยังมีอีกหลายคนที่มีความฝันเดียวกันกับบีม นั่นคือการเป็นศิลปินที่มีชื่อเสียงระดับโลก บีมไม่ได้เดินอยู่บนเส้นทางสายนี้เพียงคนเดียว ความสำเร็จในวันนี้ถือเป็นก้าวแรกที่บีมได้รับ และบีมก็อยากส่งกำลังใจและข้อความดีๆ ถึงเพื่อนผู้ร่วมอุดมการณ์บนเส้นทางสายเดียวกันด้วย

“หนูอยากบอกกับทุกคนที่รักในการร้องเพลง รักในเสียงดนตรี หนูอยากชักชวนให้ทุกคนมาทำตามความฝัน อย่าหยุด เพราะถ้าเราหยุด มันก็จะไปไม่ถึงฝัน อยากให้ทำไปเรื่อยๆ อย่าท้อ สักวันหนึ่งมันก็จะเป็นของเรา ขอให้ตั้งใจและอดทนเข้าไว้”

สุดท้ายเราถามบีมง่ายๆ ว่า ถ้านอกจากร้องเพลงแล้ว บีมรักอะไรอีก บีมเงียบ นิ่งคิดไปนานและตอบอย่างมั่นใจว่า “หนูนึกไม่ออกจริงๆ เพราะหัวใจหนูคงจะเทให้ไปกับการร้องเพลงหมดแล้ว”

 

Author

ภัทรามน ผุดเพชรแก้ว

Author

นักเล่าเรื่อง ผู้มีหนังสือและการเดินทางเป็นดั่งลมหายใจ นิยมชมชอบท้องฟ้า กาแฟ และแมว

Author

บริษัท เอ็กเปิร์ดคิด จำกัด

Photographer

การรวมตัวของคนโปรดักชั่น ที่ยังเชื่อในพลังสร้างสรรค์ เราจึงคิดและผลิตงานศิลปะทุกรูปแบบ

Author

อำพน จันทร์ศิริศรี

Photographer

ช่างภาพอิสระมากว่า 30 ปี...ที่คร่ำหวอดกับการถ่ายภาพรายการทีวีต่างๆ เช่น The Voice, The Rapper, The Stars Idol เป็นต้น และถ่ายภาพคอนเสิร์ตต่างๆ