Passion

โลกหลายใบของ ‘เป๊ก เปรมณัช’
ความรักในกีฬาและงานดีไซน์ในฝัน

วรากร เพชรเยียน 13 Dec 2022
Views: 780

“เคยมีคนบอกว่าให้เรานึกความฝันของตัวเองมา 30 ข้อ แล้วตัดให้เหลือแค่ 5 ข้อ 25 ข้อที่เหลือนั้นตัดทิ้งไป เพราะคุณจะยอมเสียเวลาในการทำสิ่งที่คุณต้องการมากที่สุดเพียงแค่ 5 ข้อนั้น” 

คำพูดของ คุณเป๊ก – เปรมณัช สุวรรณานนท์ ดารา นักแสดง พิธีกรรายการ เจ้าของธุรกิจ ปัจจุบันยังหันมาจับงานเป็นดีเวลลอปเปอร์สร้างบ้านขาย นอกจากนี้เขายังเป็นส่วนหนึ่งของทีมก้าวคนละก้าว ไปเปิดสนามฟุตบอลหญ้าเทียมร่วมกับ คิง เพาเวอร์ ในโครงการ 100 สนามฟุตบอล สร้างพลังเยาวชนไทย จังหวัดแพร่ มาด้วย

แม้คิวงานจะรัดตัว มีธุรกิจและสิ่งที่ต้องทำมากมาย แต่ความเหนื่อยที่ได้ทำก็ดูจะคุ้มค่า เมื่อสิ่งที่ได้รับกลับมาไม่เพียงเป็นแค่ชื่อเสียง เงินทอง แต่ยังเป็นความสุขทางใจและความรู้สึกภูมิใจในตัวเองด้วย และการเป็นคนที่มีแพสชัน มีความฝันนั่นเอง ที่ทำให้คุณเป๊กมีมุมมองที่หากเก็บกลับไปคิดต่อ ก็สามารถสร้างแรงบันดาลใจได้

 

“เราไดร์ฟชีวิตด้วยความสุข ทุกวันนี้มันใช้แพสชันในการใช้ชีวิต แค่อยู่ในสังคมที่เราชอบ เราชอบการออกแบบ แค่ไปคุยกับนักออกแบบ แค่นั้นก็มีความสุขแล้ว” 

เปรมณัช สุวรรณานนท์

 

ความรัก (ในกีฬา) วัยเด็ก

“เราเตะบอลเพราะว่าพ่อเป็นนักฟุตบอลและเป็นโค้ชทีมชาติ เราก็เลยเตะมาตั้งแต่เด็ก คนที่เป็นนักฟุตบอลเขาจะสอนลูก สอนนักเรียน เขาจะสอนแบบเบสิกเลย ผมก็เบื๊อเบื่อ แต่สุดท้ายเบสิกต่างๆ นานามันทำให้เราเล่นฟุตบอลได้ดีโดยที่ไม่รู้ตัว”

คือจุดเริ่มต้นการเล่นฟุตบอลของคุณเป๊ก จากความรู้พื้นฐานจึงพัฒนาเรื่อยมา เลื่อนขั้นมาเป็นประธานชมรมฟุตบอลตั้งแต่สมัยยังเป็นเด็กในโรงเรียนอัสสัมชัญ ธนบุรี จากนั้นจึงขยับมาเป็นนักฟุตบอลโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ชั้นมัธยมศึกษา

ซึ่งการเล่นกีฬาก็เป็นโลกใบแรกๆ ที่เรียกว่าเป็นแพสชันของคุณเป๊ก สิ่งนี้มีมุมมองดีๆ ให้ได้เห็น เป็นทั้งกีฬาที่มอบสังคมที่น่ารัก แต่ยังส่งผลถึงจิตใจ ต้องอาศัยความมานะ พยายาม ทั้งยังฝึกความคิดและการวางแผน และเหนือสิ่งอื่นใด คือมุมมองของการเป็นคนที่รักในสิ่งๆ หนึ่งอย่างแท้จริง ซึ่งเวลาและความเพียรพยายามนั้นเป็นคำตอบที่ดีที่สุดว่าสิ่งที่เราเรียกว่าแพสชัน จริงๆ แล้วเรารักมากแค่ไหน

“สมัยก่อนความนิยมคนทั่วไปคือต้องมีอาชีพที่มั่นคง พ่อก็ไปทำงานธนาคาร ต้องทำงานบริษัทไปด้วย แล้วซ้อมฟุตบอลด้วย เราก็ได้เห็นความรับผิดชอบของคนสมัยก่อน ตอนนั้นที่เราเป็นนักบอลก็ต้องเรียนไปด้วยเพื่อให้เราเกรดสามจุดกว่าเพื่อให้พ่อแม่ภูมิใจดีใจ” แม้ว่าในช่วงมัธยมศึกษาปีที่ 5 และ 6 จะต้องหยุดพักการเล่นฟุตบอลมามุ่งสนใจด้านการเรียน แต่ฟุตบอลก็ยังอยู่ในสายเลือด จนกระทั่งล่าสุดคุณเป๊กได้กลับมาเล่นฟุตบอลในสนามหญ้าเทียมร่วมกับทีมก้าวคนละก้าว เพื่อทำพิธีเปิดสนามหญ้าให้กับโรงเรียนร่วมกับ คิง เพาเวอร์

หยิบแพสชันมามอบความสุขในสนามฟุตบอลโรงเรียน

จากความรักในการเล่นฟุตบอลตั้งแต่วัยเยาว์ คุณเป๊กเป็นอีกหนึ่งคนที่เข้ามาร่วมทีมก้าวคนละก้าวกับคุณตูน – อาทิวราห์ คงมาลัย โดยยังมาร่วมกันเปิดสนามหญ้าเทียมสีน้ำเงินในโครงการ 100 สนามฟุตบอล สร้างพลังเยาวชนไทย ของ คิง เพาเวอร์ เดินทางไปเปิดสนามฟุตบอลที่โรงเรียนท่าข้ามวิทยาคม จังหวัดแพร่

“นับเป็นสิ่งที่ดีมากเลยที่ผมได้รับ หนึ่งคือสนามสีน้ำเงิน สองคือความจริงใจที่จะทำให้เยาวชนไทยถูกพัฒนาขึ้นมา ทั้งความพร้อมของสนาม แล้วยังมีโค้ชที่จะฝึกซ้อมเด็กๆ ด้วย ก็รู้สึกว่าคราวนี้คุณภาพของเยาวชนไทยก็จะเก่งขึ้น ศักยภาพก็จะเทียบชั้นกับต่างชาติยิ่งขึ้น”

การได้เข้ามาร่วมเตะฟุตบอลในครั้งนี้ไม่เพียงรีเฟรชความรู้สึกของครอบครัวกีฬาที่เต็มไปด้วยความอบอุ่น แต่ยังเป็นความสุขทางใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการมอบสนามฟุตบอลดีๆ ซึ่งจะเป็นโอกาสให้กับเยาวชนไทยให้สามารถพัฒนาตัวเอง สานต่อความรัก แพสชันและความฝันของเยาวชนที่อาจไปไกลถึงการเป็นนักฟุตบอลระดับชาติและระดับโลกด้วย

“เราจะเห็นเลยว่าในประเทศไทยมีพื้นที่ที่ขาดแคลนอีกเยอะ เราว่านี่เป็นการไปควานหาว่าตรงไหนที่ไม่มีใครมองเห็น จะมีคนเก่งๆ ที่ถูกดึงพรสวรรค์ออกมา เขาก็จะพัฒนาตัวเอง เพราะว่าเขามีสนามที่ดี มีโค้ชที่ดี เราว่ามันจะทำให้การกีฬาของประเทศไทยถูกพัฒนามากยิ่งขึ้น” ซึ่งผลการแข่งขันทีมก้าวคนละก้าวสามารถเฉือนเอาชนะไปได้ 9-8 สมกับที่เป็นทีมรุ่นเก๋า

 

โลกอีกใบของ เป๊ก เปรมณัชกับงานดีไซน์บ้านแสนอบอุ่น

“เคยคิดย้อนกลับไปว่า สมัยเรียนทำไมเราไม่รู้ก่อนว่าอยากจะไปเรียนพวกสถาปนิกหรือวิศวะ แต่เพราะตอนนั้นเราเล่นบอล แล้วก็ย้ายไปเชียร์ลีดเดอร์ก็เลยได้เข้าวงการ แต่สุดท้ายเรารู้สึกไม่เสียดายที่วันหนึ่งไม่ได้กลับไปเรียนออกแบบ เพราะว่าทุกวันนี้เราเป็นดีเวลลอปเปอร์ สร้างบ้านขายได้ เราฝึกฝนเสาะหาความรู้ ทำให้มันเป็นวิชาชีพได้”

นอกจากแพสชันในด้านกีฬาแล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่คุณเป๊กมีความชอบ คือเรื่องการออกแบบ เริ่มต้นจากการซื้อของตกแต่งมาประดับบ้านตั้งแต่ยังเป็นนักเรียน เปลี่ยนโคมไฟในบ้าน ติดชั้นหัวเตียงเอง เรื่อยมาจนดีไซน์ห้องคอนโดของตัวเองจนได้ลงหนังสือ จนได้มาสร้างบ้านของตัวเอง “มันเป็นอะไรที่ตอบโจทย์ความสุขของเรา”

จากประสบการณ์ทั้งการเป็นพิธีกรรายการบ้านและสวน รวมถึงงานแสดงต่างๆ เปิดโอกาสให้คุณเป๊กได้รู้จักกับบ้านหลากหลายสไตล์ ตั้งแต่งานเริ่มต้นหนึ่งล้านไปจนถึงหลักร้อยล้าน เป็นโลกกว้างอีกใบที่ทำให้คุณเป๊กได้ค้นพบแนวทางการดีไซน์ที่ตัวเองชอบ

“เราชอบบ้านที่มีฟังก์ชันเหมาะสมกับการใช้ชีวิต ใหญ่เกินไปก็เหงา เล็กเกินไปก็อึดอัด เป็นแบบโอเพนแปลน (Open Plan) ที่ใครก็สามารถใช้ชีวิตได้ ถ้าเป็นมุมของวัสดุเราจะชอบความเป็นสัจจะวัสดุ ปูนเปลือยหรืออิฐ ใช้หินหรือไม้เอามาผสมอยู่ในบ้าน จะทำให้รู้สึกว่ามันไทม์เลส (Timeless) ใช้ชีวิตอยู่อีกกี่สิบปีก็ไม่เบื่อ”

ปัจจุบันนอกจากคุณเป๊กจะเป็นทั้งดารา นักแสดง พิธีกรแล้ว ยังหันมาจับงานด้านดีไซน์ เป็นนักพัฒนาสร้างบ้านขาย ซึ่งแพสชันในงานดีไซน์วนกลับมาให้ได้ทำจากการที่เป็นคนช่างคว้าโอกาสที่ผ่านเข้ามาในชีวิต จนวันนี้ได้ทำในสิ่งที่เคยคิดฝันไว้

 

ชีวิตที่อิ่มสุขกับเส้นทางชีวิต

“ถ้าตอนนั้นเราปฏิเสธโอกาส ไม่เตะบอล ไม่เป็นลีดฯ แต่พอเราชาเลนจ์ตัวเองว่าเราทำได้ มันก็เข้าวงการบันเทิงได้ ตอนเรียนเป็นคนไม่กล้าไม่พูด แต่อยู่ในสภาพแวดล้อมที่เพื่อนๆ มีความกล้าแสดงออก เราก็ไหลไป จนทำให้เล่นละคร เป็นพิธีกรได้ ฉะนั้นก็เลยเชื่อว่าถ้าเรามีความกล้าที่จะเผชิญปัญหา มันจะทำอะไรก็ได้”

วันนี้ความสำเร็จจากงานในวงการบันเทิงเป็นเสมือนเครื่องพิสูจน์ให้เราเห็นอย่างหนึ่งว่า การคว้าโอกาสและเดินไปตามเส้นทางในชีวิตที่ได้มาในขณะนั้นมีความหมาย บางครั้งอาจไม่ใช่สิ่งที่ถนัดแต่หากก้าวข้ามปัญหาไปได้ เราอาจได้พบกับตัวเองในเวอร์ชันที่ดีกว่าเดิม และอาจเปิดโอกาสให้ได้ย้อนกลับมาทำในสิ่งที่รักได้เหมือนกัน

นอกจากคุณเป๊กจะเข้ามาอยู่ในวงการออกแบบ เป็นดีเวลลอปเปอร์แล้ว ยังเคยมีธุรกิจร้านอาหาร Brandnew Field Good ที่สร้างขึ้นมาเป็นสถานที่จัดงานแต่งงานและเป็นร้านอาหาร จากนั้นจึงพัฒนามาทำร้านที่กรุงเทพฯ แล้วทำโปรดักส์ข้าวเกรียบอะไรซ์ ส่งกระจายทั่วประเทศ ซึ่งเขาทำสิ่งเหล่านี้ไปพร้อมกับงานในวงการบันเทิงไปด้วย

สุดท้ายแล้วใจความสำคัญที่ทำให้คุณเป๊กสามารถทำงานได้หลายสิ่งอย่างและเป็นเจ้าโปรเจกต์ก็คือความสุข “เราไดร์ฟชีวิตด้วยความสุข ทุกวันนี้มันใช้แพสชันในการใช้ชีวิต แค่อยู่ในสังคมที่เราชอบ เราชอบการออกแบบ แค่ไปคุยกับนักออกแบบ แค่นั้นก็มีความสุขแล้ว”

โลกหลายใบในเรื่องราวของแพสชันของคุณเป๊ก ทั้งด้านกีฬา การแสดง งานดีไซน์บอกเราเป็นนัยๆ อย่างหนึ่งว่า การมีสิ่งที่รักในใจเป็นเรื่องสำคัญ เพราะสิ่งนั้นไม่เพียงสร้างตัวตนให้เรา แต่ยังเป็นแรงผลักดันให้ขับเคลื่อนชีวิตตัวเองไปข้างหน้าได้ด้วย

และที่สำคัญคือ ความฝันทั้งหลายทั้งปวงนั้นล้วนเกิดจากความตั้งใจ เหมือนอย่างที่คุณเป๊กพูดถึงความฝันทั้งห้าที่เราจะยอมเสียเวลาเพื่อทำให้เป็นจริง หากมีเป้าหมาย ควบคู่ไปกับความพยายาม และไม่ลืมที่จะคว้าโอกาสที่เข้ามาในชีวิต เส้นทางที่ตัวเองเดินอยู่ก็อาจพาเราเข้าใกล้ความฝันได้เหมือนกัน..

เส้นทางชีวิตอาจไม่ใช่ทางเดินตรงๆ อาจมีเลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวา และอาจต้องเดินอ้อมไปบ้าง แต่เราจะถึงเป้าหมายนั้นเสมอ

 

ถอดรหัสการทำสิ่งที่รักให้เป็นจริง
ของ เป๊ก เปรมณัช

1. มีเป้าหมายอยู่เสมอ : เพียงแค่การมีเป้าหมายก็เปรียบเสมือนเราเริ่มขีดเขียนเส้นทางเดินของตัวเอง แล้วเราจะไม่หลงทางไปเดินตามเส้นทางของคนอื่น
2. ไม่ปฏิเสธโอกาส รับความท้าทายในชีวิตตลอด : ชีวิตนี้ไม่ง่ายเลย เส้นทางที่เดินอาจมีขวากหนามและไม่ตรงใจไปซะหมดทุกอย่าง แต่โอกาสเหล่านั้นมอบประสบการณ์ให้เราเติบโตเสมอ
3. ใช้เวลากับสิ่งที่ต้องการ : การเป็นดีเวลลอปเปอร์ของคุณเป๊ก แม้จะไม่ได้เรียนจบทางด้านการออกแบบมาโดยตรง แต่กว่าจะสามารถทำได้ก็ต้องผ่านการเห็น คิด วิเคราะห์ และศึกษามาอย่างดีแล้ว
4. ทุ่มเทกับงานที่ทำ : งานทุกอย่าง กว่าจะสำเร็จได้ล้วนใช้เวลา ต้องทุ่มเท อดทน และเรียนรู้ไปเรื่อยๆ
5. ทำในสิ่งที่ตัวเองชอบ : หาตัวเองให้เจอว่าตัวเองชอบอะไร แล้วทำสิ่งนั้น เราไม่จำเป็นต้องทำตามคนอื่น แล้วหาคนที่มีความชอบ หรือคลื่นความถี่แบบเดียวกันให้เข้ามารู้จักเรา

Author

วรากร เพชรเยียน

Author

อดีตแอร์โฮสเตสผันตัวมาเป็นนักเขียน ผู้หลงใหลศิลปะและการเดินทาง นิยมการบอกรักประสบการณ์ผ่านตัวหนังสือ

Author

บริษัท เอ็กเปิร์ดคิด จำกัด

Photographer

การรวมตัวของคนโปรดักชั่น ที่ยังเชื่อในพลังสร้างสรรค์ เราจึงคิดและผลิตงานศิลปะทุกรูปแบบ