Passion

Savvy
ทำพื้นที่เล่นดนตรีให้เป็นอาณาเขตความสนุก

ณัฐวิมล เศารยะพงศ์ 11 Jun 2024
Views: 871

Summary

วงดนตรีที่สมาชิกรวมตัวจาก 2 โรงเรียน คือ Horwang Music Academy School และ Denla British School ซึ่งโพรเจกต์ “ทำวง Feat. สองโรงเรียน” ครั้งนี้ เกิดขึ้นตอนที่แต่ละครอบครัวมากินข้าวกันในงานปีใหม่ เหล่าแม่ๆ นั่งคุยกันสัพเพเหระเรื่องดนตรีของลูกๆ จนปิ๊งไอเดียขึ้นว่า “ทำวงไปประกวด THE POWER BAND กันเถอะ!”

“Savvy” วงดนตรีที่ทำโชว์ออกมาได้เตะหูตั้งแต่รอบส่งคลิป Audition กับสมาชิกที่มีทั้งหมด 7 คน ส่วนใหญ่เป็นนักเรียน ม.ปลายจาก Horwang Music Academy School ได้แก่ มีมี่ – ศศินันท์ ตันละมัยงาม (ร้องนำ) เอิร์น – อรนิชา ชุนเจริญ (ร้องนำ) โอ๊ค – คณพศ หว่างตระกูล (คีย์บอร์ด) นะโม – ภูมินันท์ จิตรภัคประเสริฐ (คีย์บอร์ด) ออโต้ – ดุลยุตม์ ตันติเฉลิม (เบส) ต้นโมกข์ – วรชน เติมวิทย์ขจร (กีตาร์) ส่วนไบร์ท ด.ช.โชติก พฤกษานานนท์ (มือกลอง) เรียนอยู่ ม.ต้นที่  Denla British School

การแสดงบนเวทีของทั้ง 7 คนเป็นที่ชื่นชอบของผู้ชม เป็นที่ชื่นชมของคณะกรรมการ และการทุ่มเทของพวกเขาจนผ่านเข้ารอบสำเร็จ เข้มข้นถึงขนาดแลกมาด้วยนักดนตรีกระดูกแตก! (ท้ายบทความมีคำตอบ)

 

ถ้าไม่มีศิลปะและดนตรี โลกนี้จะไม่มีสีสัน เพลงเลยมีความหมายต่อเราทุกคน

พลังแห่งดนตรีมันยิ่งใหญ่มาก…สามารถพาทุกคนไปถึงเป้าหมายที่วาดไว้ได้แน่นอน”

วง Savvy จาก Horwang Music Academy School – Denla British School
รุ่นมัธยมศึกษา (High School Class)
THE POWER BAND 2024 SEASON 4 สนามกรุงเทพมหานคร

 

Savvy คือที่มาแห่งตัวตน

“Savvy” แปลว่า “ความเชี่ยวชาญและความชำนาญ” ความหมายของคำนี้มีนัยสอดคล้องกับความสามารถทางดนตรีที่ทุกคนมารวมพลังเป็นหนึ่งเดียวบนเวที THE POWER BAND 2024 SEASON 4

“ถ้าเปรียบวง Savvy เป็นอาหาร พวกเราก็คงเหมือนเชฟ ที่จะนำวัตถุดิบ ก็คือความสามารถทางดนตรีของทุกคนมาผสมกันแล้วเสิร์ฟเป็นอาหารจานเดียว” โอ๊ค มือคีย์บอร์ด ที่เคยผ่านเวที THE POWER BAND เมื่อปี 2021และ 2022 กับวง Horwang Music Academy บอกนิยามของวงเอาไว้ ในวันที่พวกเขาผ่านรอบคลิป Audition ไปสู่รอบโซนนิ่งสนาม 1 กรุงเทพมหานคร บนเวที THE POWER BAND 2024 SEASON 4 “เป็นได้สุด เป็นไปได้ ด้วยพลังแห่งดนตรี” จัดโดย คิง เพาเวอร์ ไทย เพาเวอร์ พลังคนไทย ร่วมกับ วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล

แปรความพลุ่งพล่าน…เป็นอาหารจานเด็ด

การแสดงของ Savvy บอกอะไรกับคนดูบ้าง?

ความพลุ่งพล่านค่ะ” มีมี่ตอบให้แบบไม่ลังเล

ความ “พลุ่งพล่าน” ที่ว่านั้น Savvy ช่วยกันจัดเสิร์ฟความสนุกเต็มแม็กซ์ใน “2 จานเด็ด” ทำให้พวกเขาผ่านเข้าไปเป็น 1 ใน 3 ของวงรุ่นมัธยมศึกษา ได้ตั๋วไปรอแข่งขันในรอบชิงฯ เป็นที่เรียบร้อย เราเลยถามถึงความรู้สึกในวันแข่งนั้น “แซ่บค่ะพี่” เอิร์นบอกสั้นๆ มีมี่ว่าตาม “เราโอเคกับโชว์มากค่ะ เรารู้สึกว่าเราเต็มที่มากๆ แล้ว ไม่โกรธใคร ไม่โทษใคร ทุกคนเก่งมากๆ เพราะทำได้ตามที่ตัวเองซ้อม หรืออาจจะมากว่าที่ซ้อมด้วยซ้ำ ถ้าให้คะแนนก็คงจะให้ 11 เต็ม 10 เลยค่ะ”

โอ๊คเป็นคนดูในพาร์ตการอะเรนจ์ เล่าถึง 2 เพลงที่เลือกมาเล่นคือ รถไฟบนฟ้า (ศิลปิน D Gerrard) เพลงนี้เราดูแล้วว่ามันเป็นคอร์ดวน ผมรู้สึกว่าเราทำอะไรกับเพลงนี้ได้เยอะมากๆ ด้วยแนวที่เราเอามาเล่น มันมีฟิวชัน โซล ร็อก อาร์แอนด์บี ด้วยครับ และยังมีกอสเปลอะไรผสมอยู่ด้วย ก็ผสมมันเข้าไปในเพลง แล้วก็เปลี่ยนคอร์ด เปลี่ยนโครง ตัดคอร์ดที่เราชอบ แล้วก็เล่นให้มันลิงก์เข้าไปอยู่ในเพลง

ส่วนอีกเพลง ถ้าฉันเป็นเขา (ศิลปิน INDIGO) เพลงนี้ก็จะช่วยๆ กันเลือกกับคุณครูครับ เพลงนี้ครูเสนอว่า ถ้าฉันเป็นเขา เป็นเพลงป็อปใช่ไหม เราก็ลองเปลี่ยนเป็นโซล-ร็อก ทำให้คล้ายเพลงในแบบของ บรูโน มาร์ส อะไรประมาณนั้นครับ คือพวกผมจะพิถีพิถันในขั้นตอนการเรียบเรียงเพลงมากๆ เพราะมันจะมีประสิทธิภาพมากกว่าการมารีอะเรนจ์เพลงในห้องซ้อม”

 

ฝันให้ไกลไปให้สุด ของวง Savvy

• ที่สุดของนะโมอยากเป็นนักเขียนเพลงแนวกำลังใจคน

• ต้นโมกข์อยากมีเพลงของตัวเอง แล้วไปให้สุดทางที่ World Tour

• มีมี่อยากเป็นครูสอนร้องเพลงที่สุด

• ที่สุดของเอิร์นอยากเป็นนักร้องคลาสสิกสายโอเปร่า

มีมี่ – เอิร์น (ร้องนำ)

โอ๊ค (คีย์บอร์ด) – ไบรท์ (กลอง) – นะโม (คีย์บอร์ด)

ออโต้ (เบส) – ต้นโมกข์ (กีตาร์)

 

รวมแรงบันดาลใจแล้วถ่ายทอดเป็นเพลงแบบ Savvy

ด้วยสมาชิกของ Savvy คือนักเรียนดนตรี ฉะนั้นวัตถุดิบที่ใช้สื่อสารในเพลง จึงมีส่วนผสมทั้งทักษะที่เรียนมา และสไตล์ดนตรีที่ชอบของแต่ละคน “ต้นโมกข์ชอบฟิวชัน ก็จะส่งเพลงที่เขาชอบมาให้ฟัง น้องไบร์ทก็ส่งแนวฟิวชันที่ชอบ มีมี่ เอิร์นก็ส่งแจ๊สกับคลาสสิก ก็ลองเอามาผสมกัน ในขณะที่นะโมชอบอาร์แอนด์บี 80‘s แบบจ๋าๆ เลย ส่วนผมชอบแนวกอสเปล ออโต้ก็จะถนัดเต้นนะครับ”

ออโต้พยักหน้ารับว่า “ใช่” ทันควัน ทำเอาเพื่อนๆ ฮากลิ้งกับความเป็นตัวตึงของวง

เอิร์นเล่าว่า “ทุกครั้งที่มาซ้อม ออโต้เขาจะมีเอเนอร์จีสูงมาก ทำให้เพื่อนๆ ตื่นตัวตลอดเวลาค่ะ”

โดยมีมี่เล่าเสริมในส่วนการร้องว่า ตอนนี้กำลังอินกับศิลปินแจ๊ส  จูเลี่ยน แครีย์ เป็นพิเศษ เลยนำเทคนิคต่างๆ ที่ติดตามเขามาปรับใช้ในการร้องของตัวเอง ไม่ต่างจากเอิร์นที่ชอบฟังเพลงแจ๊สและคลาสสิกจากศิลปินหลายๆ คน เพื่อนำมาปรับแนวทางการร้องของตัวเองให้คมขึ้นเช่นกัน

“ความชอบในแนวอาร์แอนด์บีของผม ได้ใช้ในเพลงเยอะเหมือนกันครับ ในเรื่องของเทนชัน คอร์ดหรือว่ากรู๊ฟ ผมกับโอ๊คก็จะช่วยกันคิด หรือการโซโล่ก็พยายามอะเรนจ์เมโลดี้ให้ออกมาฟังแล้วเข้าใจง่าย ไม่ยากเกินไป” นะโมพูดถึงพาร์ตกีตาร์

ไบร์ทบอกบ้าง “ผมชอบ สตีฟ เทเลอร์ ที่เขาเล่นให้ จัสติน บีเบอร์ แล้วก็มีมือกลองอีกหลายคนที่เราสามารถเอาแนวทางมาใช้ในเพลง ให้มันมีความเป็นมิวสิก แล้วก็เล่นเหมือนมืออาชีพได้ครับ”

“ผมว่าอิทธิพลการฟังเพลงของผม ทำให้เรากลับมาวิเคราะห์ว่าท่อนนี้เราจะเล่นอะไร ตรงนี้ควรจะดัง ตรงนี้ควรทำให้รู้สึกแบบไหน” ต้นโมกข์สมาชิกอีกคนของวง Horwang Music Academy ที่เคยมาแข่ง THE POWER 2022 บอกมุมมองของเขา ย้อนกลับไปอ่านเรื่องราวครั้งนั้นของ Horwang คลิก

แล้วเมื่อเพลงถูกอะเรนจ์เสร็จ “การบ้าน” ก็จะถูกส่งให้ครูไปตัดขอบความเรียบร้อยอีกที

ฝันให้ไกลไปให้สุด ของวง Savvy

• ออโต้อยากเป็นซาวนด์เอนจิเนียร์หรือโพรดิวเซอร์ที่สุด
แต่ก็มีแผนสำรองไว้ว่าอยากเป็น…ยาม (สุดของข้อหลังทำเอาเพื่อนๆ ฮากระจาย)

• ฝันที่โอ๊คอยากทำให้สุดมี 3 สิ่ง
คือ อยากเป็นนักเปียโนที่มีวงของตัวเอง เป็นโพรดิวเซอร์ และนักร้อง

• ไบร์ทโตไปไม่อยากเป็นนักกลองอาชีพ
แต่อยากเป็นสถาปนิกที่ตีกลองเป็นงานอดิเรก
(ในวันแข่งไบร์ทตีกลองจนกระดูกข้อมือแตก แต่ได้รับการเข้าเฝือก
ภายใต้การดูแลของแพทย์เรียบร้อย ครูบอกว่าหายทันรอบชิงฯ แน่นอน)

 

คุมคุณภาพโชว์ให้อยู่หมัดด้วยผู้คุมวงมืออาชีพ

นอกจากมีต้นทุนทางดนตรี วง Savvy ยังได้ ครูเอ้ – สยุมภู นิลวรรณ มาดูแลงานหลังบ้านในฐานะครูผู้คุมวง ครูเอ้ คือคนที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของศิลปินดังในวงการเพลงมากมาย มันยิ่งชูความแข็งแรงให้วงดูเป็นมืออาชีพมากขึ้น

“เวลาทำงานกับวงนี้ เด็กๆ เขามีไอเดียที่พลุ่งพล่านมากครับ (หัวเราะ) เพราะฉะนั้นเขามีไอเดียอะไรก็จะใส่ลงไป ผมก็ให้เขาใส่ให้เต็มที่ แล้วเราก็จะคอยเกลี่ยให้ ผมจะบอกเขาเสมอ นี่คือการทำโชว์โชว์หนึ่ง เราไม่ได้มาประกวด พอขึ้นเวทีไปเด็กๆ จะได้รู้สึกไม่กดดัน แล้วเขาจะมีความสบาย ผมอยากให้เขารู้สึกว่านี่มันเป็นเพลงของเขา ไม่ใช่เพลงของศิลปิน เพราะสุดท้ายแล้ว คุณขึ้นไปสื่อสารบนเวที มันก็จะเป็นเพลงของคุณ”

 

เปิดพื้นความสนุกแล้วเดินไปให้สุดด้วยพลังแห่งดนตรี

สี่เดือนของการฝึกซ้อม กับผลที่บรรลุความสำเร็จไปแล้วครึ่งทาง การเตรียมตัวสู่สนามหน้า แม้จะยังเดินอยู่เส้นทางการแข่งขัน แต่สมาชิกทั้ง 7 คนยืนยันว่า พวกเขาจะเน้นการเล่นให้เป็นลักษณะของโชว์เหมือนเดิม เพื่อลดความกดดันในการสร้างงาน ซึ่งการจะทำโชว์ให้สนุก ก็ต้องสร้างพื้นที่ความสนุกให้เกิดขึ้นในวงก่อน มันถึงจะเดินไปสู่ความสำเร็จที่ปลายทาง

”ที่มาประกวด THE POWER BAND จริงๆ ไม่ได้คาดหวังอะไรเยอะเลยครับ…แค่อยากเล่นดนตรีกับเพื่อนๆ ให้สนุก แล้วก็โชว์สิ่งที่เราทำในห้องซ้อมให้คนเห็น แค่นั้นเลยครับ“ โอ๊คหัวเราะอารมณ์ดีกับเรื่องที่บอก ส่วนรางวัลที่ได้มาคือกำลังใจ และเป็นประสบการณ์ที่จะทิ้งทวนก่อนเรียนจบ และมันคอนเฟิร์มว่า “เดินกันมาถูกทางแล้ว!”

 

ขุมพลังฉบับ SAVVY

เสียงดนตรีมันเป็นแรงขับเคลื่อนของทุกอาชีพบนโลก ถ้าไม่มีศิลปะและดนตรี โลกนี้จะไม่มีสีสัน เสียงดนตรีคือตัวช่วยให้ทุกคนไปได้ถึงเป้าหมายของตัวเอง เวลาเศร้าเราก็ฟังเพลง เวลาสุขเราก็ฟังเพลง เวลาโดดเดี่ยวก็ฟังเพลง เวลาที่อยากให้กำลังใจเราก็จะส่งเพลงให้กัน เพลงเลยมีความหมายต่อเราทุกคน เพราะฉะนั้นพลังแห่งดนตรีมันยิ่งใหญ่มาก มันสามารถพาทุกคนไปถึงเป้าหมายที่วาดไว้ได้แน่นอน”

ชมเรื่องราวของความรักในดนตรีของ THE POWER BAND SERIES SS4 EP.2 ‘Savvy – BLACK COFFEE’ บูสต์เอเนอร์จีบวก บวก!

Author

ณัฐวิมล เศารยะพงศ์

Author

นักเขียนที่นอกจากจะทำตัวเป็นทาสแมวตัวยง ยังชอบเอาเวลาว่างจากการเขียนงานไปเสาะหาเรื่องกิน เรื่องเที่ยว แล้วทำให้เป็นเรื่องเดียวกัน

Author

อำพน จันทร์ศิริศรี

Photographer

ช่างภาพอิสระมากว่า 30 ปี...ที่คร่ำหวอดกับการถ่ายภาพรายการทีวีต่างๆ เช่น The Voice, The Rapper, The Stars Idol เป็นต้น และถ่ายภาพคอนเสิร์ตต่างๆ