People

PiXXiE จากเกิร์ลกรุ๊ปจิ๋ว
สู่การเป็นตัวจี๊ดของวงการ T-Pop

กฤษณา คชธรรมรัตน์ 4 Jul 2024
Views: 624

Summary

• PiXXiE คือตัวแทนประเทศไทย เข้าร่วมรายการ Show It All
ที่ออกอากาศทาง Mango TV ประเทศจีน

• จ้าวลู่ซือ นักแสดงสาวคนดังของจีน เคยนำเพลง ไม่ได้ก็ไม่เอา (Whatever)’
ของ PiXXiE ไปทำเวอร์ชันภาษาจีน ในชื่อ “You Are My Light” มาแล้ว

• พวกเธอกำลังจะมีคอนเสิร์ตใหญ่ชื่อ

‘PiXXiE Tales Concert : Welcome to PiXXiE Land’ 31 สิงหาคมนี้

PiXXiE เกิร์ลกรุ๊ปที่เพิ่งมีอายุ(วง)เพียง 3 ขวบกว่าๆ แต่นาทีนี้ 3 ภูติจิ๋ว 3 สไตล์…มาเบล (สุชาดา สอนพันธ์) พิมมา (พิมพ์มาดา ใจสักเสริญ) และ อิงโกะ (อินท์ปาลี โชติหิรัญธนนนท์) กำลังพุ่งทะยานสู่ท้องฟ้าอันกว้างใหญ่ ด้วยผลงานเพลงฮิตติดชาร์ต เพอร์ฟอร์แมนซ์ที่ติดตาและแสนจะติดใจ จากทั้ง 2 อัลบั้มอย่าง “เด็ด” “เกินต้าน” “มูเตลู” “Dejayou” “ติดฝน” โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “FEAT” เพลงล่าสุด ที่ทุกคนคัฟเวอร์ท่าเต้นสุดเปรี้ยวกันทั่วทั้งเมือง ย้อนกลับไปอ่านเรื่อง PiXXiE ที่ THE POWER BAND 2023 SEASON 3

 

“เราเป็นหนึ่งกลุ่มเล็กๆ มากๆ ในวงการ พอรู้ว่ามีคนสนใจ ไม่ใช่แค่ภายในประเทศ ก็ดีใจ

เป็นเกียรติมากๆ ที่ได้เป็นส่วนเล็กๆ ขับเคลื่อนวงการ T-Pop ค่ะ

จุดหมายของเราคือ เราจะค่อยๆ ก้าวสู่จุดหมายเล็กๆ ค่ะ

ได้ไปต่างประเทศก็ถือว่าสำเร็จอีกหนึ่งเป้าหมายของ PiXXiE เหมือนกันค่ะ”

พิมมา – มาเบล – อิงโกะ
ศิลปิน PiXXiE สังกัด LIT Entertainment
THE POWER BAND 2024 SEASON 4 สนามกทม.

เสน่ห์จากความแตกต่าง ที่สร้างจากตัวตนของสมาชิกทั้ง 3 ของวง ส่งพลังมากวาดความนิยมจากแฟนเพลง T-Pop สะสมสร้างเป็นแฟนด้อม ‘PiXXeL’ ในบ้านเรา และก้าวสู่วงการดนตรีระดับอินเตอร์    เมื่อพวกเธอคือตัวแทนประเทศไทย เข้าร่วมรายการ Show It All ที่ออกอากาศทาง Mango TV ประเทศจีน

THE POWER BAND 2024 SEASON 4 จัดโดย คิง เพาเวอร์ ไทย เพาเวอร์ พลังคนไทย ร่วมกับ วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล เวทีประชันฝีมือทางดนตรีสุดเข้มข้น ไม่เพียงค้นหาวงดนตรีสากลน้องใหม่ แต่ยังชวนศิลปินรุ่นพี่อย่าง PiXXiE มาร่วมจุดประกายไฟ สร้างแรงบันดาลใจ ไปด้วยกันกับคอนเซปต์ ‘Let the Music Power Your World เป็นได้สุด เป็นไปได้ ด้วยพลังแห่งดนตรี’

 

Thaipower.co: ได้เป็นตัวแทนไปเปิดการแสดงในรายการเรียลลิตี้ Show It All ที่ประเทศจีน

อิงโกะ: เป็นประสบการณ์ที่ดีมากๆ ค่ะ เหมือนเราได้ไปทำงานที่ต่างประเทศ เห็นกระบวนการการทำงานของเขาแล้วก็โปรดักชันของเขาใหญ่มากค่ะ

กรี๊ดเลยค่ะ เพราะว่าพวกหนูเคยไปทำงานที่ต่างประเทศแต่ว่าไม่ได้ไปเพอร์ฟอร์ม ซึ่งการไปรายการนี้เป็นครั้งแรกที่พวกเราได้ไปเพอร์ฟอร์มจริงๆ จังๆ ครั้งแรก ก็ตื่นเต้นแล้วก็ดีใจมากค่ะที่ได้รับโอกาสดีๆ แบบนี้เข้ามา พอได้ไปที่จีนก็ได้ประสบการณ์กลับมาเยอะมากๆ ค่ะ เราได้ไปเพอร์ฟอร์มบนเวทีที่ต่างประเทศเลยนะ แล้วแฟนๆ ชาวจีนเขาก็ให้กระแสตอบรับที่น่ารักมากๆ เขาต้อนรับเราอย่างอบอุ่นมากๆ ค่ะ

 

TPco: ประสบการณ์ที่ได้นั้นคืออะไร

พิมมา: หลากหลายมากๆ ค่ะ เพราะว่าต้องบอกก่อนว่า เป็นครั้งแรกที่เราไปต่างประเทศแบบจริงๆ จังๆ เพื่อไปทำการแสดงบนเวที ได้ร่วมงานกับชาวต่างชาติที่เราไม่ได้สื่อสารภาษาเดียวกับเขา เราต้องเรียนรู้วัฒนธรรมการทำงานของเขาที่มันอาจจะแตกต่างจากการทำงานในประเทศไทยของเราด้วย แล้วก็ได้ไปสัมผัสอากาศหนาวๆ ที่เราไม่เคยเจอที่เมืองไทย

เป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่ทำให้เราได้รู้ว่า ปกติเราก็ใส่ชุดสบายมาก เพราะว่าเราอากาศร้อน เราก็แต่งตัวเซ็กซี่ได้ แต่ที่จีนคือหนาวมาก ต้องทำงานภายใต้ข้อจำกัดหลายๆ อย่าง เราได้ฝึกแล้วก็ได้เรียนรู้อะไรหลายๆ อย่างจากประเทศจีนค่ะ

 

TPco: มีอะไรที่เซอร์ไพรส์สุดๆ ไหม

มาเบล: มีคนจีนร้องเพลงภาษาไทยของพวกเรา PiXXiE ได้ค่ะ เพลงทั้งไม่ได้ก็ไม่เอา และ เพลง “Dejayou” ค่ะ เซอร์ไพรส์มากๆ ค่ะ (ร้องไห้หรือเปล่า?) มีน้ำตาลรื้นๆ ค่ะ เพราะว่าดีใจ เราได้ไปโชว์ต่างประเทศครั้งแรกแล้วกระแสตอบรับดีมากค่ะ

 

เมนูโปรดของวง PIXXIE คือ…

พร้อมกัน: ส้มตำปูปลาร้าค่ะ

TPco: นาทีนี้ T-Pop เป็นที่นิยม จนได้ไปแสดงถึงต่างประเทศ

พิมมา: ดีใจค่ะ เพราะว่าจริงๆ เราก็เป็นหนึ่งกลุ่มเล็กๆ มากๆ ในวงการ T-Pop ค่ะ พอเรารู้ว่ามีคนสนใจมากๆ ไม่ใช่แค่ภายในประเทศ ก็รู้สึกดีใจแล้วก็เป็นเกียรติมากๆ ที่ได้เป็นส่วนเล็กๆ ในการขับเคลื่อนวงการ T-Pop ค่ะ ทั้งพวกเรา รวมถึงวงอื่นๆ ด้วยเนี่ยตั้งใจผลิตผลงานที่ดีออกมาอยู่แล้ว แต่พอเรายิ่งได้รับการตอบรับที่ดีมากขึ้นไปอีก ก็เหมือนช่วยเป็นแรงบันดาลใจ เป็นแพสชันมากขึ้นในการทำงานของเราในอนาคต

 

TPco: คิดว่านี่คือก้าวที่เติบโตของวง และกำลังก้าวไปสู่จุดหมายที่ปักธงไว้

พิมมา: คิดค่ะ จุดหมายของเราก็คือ เราจะค่อยๆ ก้าวสู่จุดหมายเล็กๆ ค่ะ การที่ได้ไปต่างประเทศก็ถือว่าสำเร็จอีกหนึ่งเป้าหมายของ PiXXiE เหมือนกันค่ะ

TPco: เป้าหมายสูงสุดที่มองในฐานะวงมีอะไรบ้าง อยากมีเวิลด์ทัวร์ไหม

พิมมา: ก็คงทำให้ PiXXiE มีคนรู้จัก ให้คนรู้จักพวกเรามากขึ้น ทั้งแฟนคลับในประเทศ แล้วก็ต่างประเทศด้วย อยากให้เพลงของเราเติบโต แล้วก็ให้คนที่ไม่เคยได้ยินได้ยินค่ะ

มาเบล: PiXXiE พูดกันตั้งแต่ช่วงเดบิวต์แรกๆ เลยค่ะ เพราะว่าเราอยากให้เพลงของเราและสิ่งที่เราตั้งใจทำให้คนที่ไม่ได้อยู่ในประเทศไทยได้รับรู้ ได้ฟัง แค่ฟังก็ดีใจแล้วค่ะ อย่างที่บอกว่าเป้าหมายก่อนหน้านี้ที่ PiXXiE ตั้งไว้ก็คือให้คนได้ฟังใช่ไหมคะ เป้าหมายนั้นสำเร็จแล้วค่ะ เพลงไม่ได้ก็ไม่เอา มีคนจีนได้ฟังมากขึ้น หรือว่าที่ไม่ใช่คนจีน ต่างประเทศคนอื่นได้ฟัง ก็รู้สึกว่าเราทำสำเร็จไปก้าวหนึ่งละ ก็มีเป้าหมายอีกเรื่อยๆ

 

เทคนิคการมอง(จิก)กล้องวง PiXXiE คืออะไร

พิมมา: หนูรู้สึกว่าเราแค่สื่อสารค่ะ เราไม่ได้คิดว่าฉันจะจิกกล้อง

เราแค่สื่อสารในสิ่งที่เรากำลังร้องออกไป กำลังเพอร์ฟอร์มออกไปแค่นั้นเลยค่ะ

บางเพลงที่มันเป็นเพลงน่ารัก เราก็ไม่ได้จิกกล้อง

เราต้องเชื่อ ต้องรู้สึก ในสิ่งที่เรากำลังจะสื่อสารออกไปค่ะ

 

TPco: มีสถานที่เล่นคอนเสิร์ตในฝันไหมคะ?

PiXXiE ทั้ง 3 สาว: Coachella ค่ะ PiXXiE อยากไป Coachella มากๆ ค่ะ

 

TPco: วันนี้ PiXXiE เริ่มเป็นรุ่นพี่ขึ้นมาอีกนิด มีคนอยากเดินตามรอยบ้างแล้ว รู้สึกยังไง

อิงโกะ: รู้สึกขอบคุณค่ะ ขอบคุณที่ทุกๆ คนให้การตอบรับพวกเรา จากที่พวกเราเพิ่งเริ่มต้นมา จริงๆ พวกเราไม่ได้รู้สึกว่าเป็นพี่มากขนาดนั้นค่ะ เพราะทุกวันนี้เราก็ยังเจอศิลปินรุ่นพี่ๆ ตามงานที่เราไป และก็รู้สึกดีใจที่มีน้องๆ รุ่นใหม่อีกมากมาย แต่ละคน แต่ละวง มีความสามารถต่างกันออกไป แล้วก็มีลักษณะเฉพาะที่เวลาเห็นแล้วก็รู้เลยว่าเป็นเอกลักษณ์ของวงนี้

TPco: PiXXiE มองว่าเมื่อก่อนกับตอนนี้เติบโตขึ้นหรือแตกต่างกันยังไง

พิมมา: หนูรู้สึกว่าจริงๆ PiXXiE ก็ค่อยๆ เติบโตไปตามกาลเวลาค่ะ เมื่อกี้เพิ่งคุยกันอยู่เลย ว่าเรามาที่นี่ (THE POWER BAND) เป็นปีที่สองแล้ว ดีใจค่ะ แล้วก็พอเราทำงานทุกวันเราค่อยๆ โตขึ้นทุกวัน

เราไม่ได้รู้สึกว่า “ฉันโตขึ้นแล้วนะ” แต่พอกลับไปมองรูปเก่าๆ หรือดูคลิปเก่าๆ ฟังเพลงเก่าๆ ที่เป็นผลงานก็รู้สึกว่าเราโตเหมือนกันนะ ไม่ได้เติบโตก้าวกระโดดแต่มันคือทุกๆ วันของพวกเราที่ตั้งใจผลิตผลงานออกมาเรื่อยๆ ค่ะ

TPco: ถ้าอย่างนั้นเราลองมองย้อนไปสักเมื่อ 5 ปี รู้สึกว่าต่างจากวันนี้ยังไง

มาเบล: ต่างค่ะ ห้าปีที่แล้วหนูยังเป็นเด็กต่างจังหวัด เรียน กลับบ้านมาก็เข้านอน ทุกเรื่องในชีวิตค่อนข้างแตกต่างไปเลย

 

TPco: แตกต่างจากวันที่เป็นศิลปินวันแรกยังไง?

มาเบล: ต้องพูดตรงๆ ว่าตอนเป็นศิลปินวันแรกเราไม่มีประสบการณ์ แล้วก็ใหม่มากๆ ทั้งเจอคนหรือว่าการขึ้นเพอร์ฟอร์ม

อิงโกะ: ประสบการณ์ตั้งแต่วันแรกจนถึงทุกวันนี้ ทุกๆ งาน ทุกๆ การทำงานของเรา ไม่ใช่แค่การเพอร์ฟอร์ม แต่มีการไปเจอผู้คน ออกอีเวนต์ ไปให้สัมภาษณ์ ทุกๆ อย่างหล่อหลอมให้พวกเราโตขึ้นมาเรื่อยๆ จนเป็น PiXXiE ในทุกๆ วันนี้ค่ะ

 

TPco: จุดเด่นหรือความแตกต่างของ PiXXiE คือ?

พิมมา: รู้สึกว่าเราสามคน represent ความเป็นตัวของตัวเองได้ค่อนข้างชัดเจนเลย จะเห็นว่าสามคนไม่มีใครเหมือนกันเลย ต่างไปในทิศทางของตัวเองได้ดีและไปด้วยกันได้ดีด้วยค่ะ หนูว่าน่าจะเพราะเราอยู่ด้วยกันมานานด้วย นิสัยคล้ายกัน แต่อาจจะไม่ได้ชอบอะไรเหมือนกันร้อยเปอร์เซ็นต์ พวกเราเลยมีความเป็น PiXXiE และมีเอกลักษณ์ของแต่ละคนอยู่ด้วย

 

TPco: ตลอดทางที่ในวงให้กำลังใจกัน หรือ ซัปพอร์ตกันแบบไหนบ้าง

อิงโกะ: พวกหนูคุยกันทุกเรื่อง ถ้าเวลาที่คนหนึ่งไม่สบายใจอะไรก็จะมาบอกอีกสองคน เวลาหนูไม่สบายใจก็จะบอกพี่ๆ สองคนว่า “พี่ หนูไม่สบายใจเรื่องนี้” ไปเจอเรื่องที่เราไม่อยากเก็บไว้คนเดียว หรือถ้ามาแชร์พี่ๆ อีกสองคนมันจะดีต่อใจเรามากกว่า เหมือนการดูแลเทคแคร์กันไปในตัวค่ะ

พิมมา: เพราะก่อนหน้านี้อยู่บ้านเดียวกันด้วยค่ะ

 

ศัพท์ใหม่ๆ บนโซเชียลที่ได้รู้จักล่าสุด คือคําว่า…

พร้อมกัน: สาย ฝ ค่ะ ความหมายคือมันเลิศมันจึ้ง

 

TPco: อีก 5 ปี คิดว่า PiXXiE อยู่จุดไหนของวงการเพลงบ้านเรา

พิมมา: พวกหนูตั้งใจทำวันนี้มากกว่าค่ะ ไม่ได้คาดหวังไว้ขนาดนั้นว่าจะต้องเป็นยังไง แต่พวกเราก็คุยกันบ่อยมาก ทุกครั้งที่เราต้องออกไปทำงานหรือมีโชว์ว่าต้องให้มองกลับมาแล้วไม่เสียดาย มีความสุขให้มากที่สุด อนาคตเรากลับมามองมันจะได้เป็นอดีตที่เป็นความทรงจำที่ดีค่ะ คุยกันว่าขอให้เราสนุกไปด้วยกัน อยากจะให้เป็นความทรงจำที่ดีที่สุดที่เราจะทำได้ในตอนนี้

 

TPco: ถ้าได้เจอตัวเองในตอนเด็กจะบอกอะไรกับตัวเอง

อิงโกะ: บอกว่าอยากให้พยายามต่อไป ตอนนี้เรามีความฝันแล้ว ถ้าเราไม่ละทิ้งความพยายามไปก่อน ความฝันก็ไม่ไกลเกินเอื้อมค่ะ

พิมมา: พูดถึงตัวเองตอนที่เศร้าๆ แล้วกันค่ะ อยากให้อดทนเพราะว่าเดี๋ยวมันก็จะดีเอง เดี๋ยวมันก็จะเป็นอดีตไป เราก็ทำอนาคตให้ดีขึ้นไป จะได้หันกลับมามองตัวเอง เหมือนที่หนูหันกลับไปมองตัวเองตอนนี้ว่า สุดท้ายไม่ว่าตอนนั้นที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเราจะได้มาเป็นศิลปิน เราไม่รู้ว่าจะข้ามผ่านปัญหาที่เราเจอในวัยเด็กมา ซึ่งคิดว่าเป็นปัญหาที่ใหญ่มากในตอนนั้น สุดท้ายมันก็เป็นอดีตไปอยู่ดี ถ้าตอนนี้กลับไปบอกตอนนั้นได้ก็คงบอกว่า ไม่เป็นไรเดี๋ยวมันก็ดีขึ้น แล้วมันก็ผ่านไปได้

มาเบล: คล้ายๆ กันเลยค่ะ เด็กๆ หนูค่อนข้างอดทนน้อย ช่วงเทรนจะท้อมากๆ เพราะว่ารู้สึกเหมือนเราตัวคนเดียวมั้งคะ แต่พอโตขึ้นมาแล้วก็อยากบอก “น้องมิ้น” คนนั้นว่า “เธอสู้ๆ นะ” หนูเชื่อว่าพยายามแบบนี้ไปสำเร็จแน่นอน มันไม่มีสิ่งลบต่อตัวเองแน่นอน

 

หนังเรื่องโปรดของแต่ละคน

พิมมา: ซีรีส์เกาหลีค่ะ ถ้าเป็นหนังก็ สิ่งเล็กๆ ที่เรียกว่ารักค่ะ

มาเบล: Green Book ค่ะ

อิงโกะ: หนูชอบหนังอะไรก็ได้ที่เกี่ยวกับสืบสวนสอบสวน

หนังฆาตกรรมที่ตำรวจตามจับผู้ร้าย ที่ผู้ร้ายเป็นใครก็ไม่รู้ แล้วต้องสืบ

TPco: ตอนนี้ PiXXiE เป็นไอดอลของเด็กๆ หลายคนมีคําแนะนําอย่างไรให้น้องๆ บ้าง

พิมมา: ต้องชอบตัวเองก่อนที่จะอยากให้คนอื่นมาชอบเราค่ะ เพราะที่สุดแล้วทุกคนมีเสน่ห์เป็นของตัวเอง แล้วจะมีบางอย่างออกมาให้คนอื่นเห็น ไม่ต้องพยายามเป็นใคร แค่เป็นในแบบที่เราอยากเป็น ถ้าเรารู้สึกไม่มั่นใจตรงไหน ก็แก้ไขแล้วทำให้ตัวเองพอใจ ไม่ใช่แก้ไขให้คนอื่นมาชอบเรา เพราะคนที่จะอยู่กับเราในวันสุดท้าย ก็คือตัวเราเอง

มาเบล: หนูเชื่อว่าทุกคนน่าจะมีความฝัน แต่น้อยคนมากที่จะทำตามฝันของตัวเอง เพราะว่ามีคนเคยพูดว่า ไปทำอย่างอื่นเถอะ หนูเชื่อว่าการรักและศรัทธาในความฝันของตัวเอง ทำให้เป้าหมายของเรา และการเดินทางไปที่นั่นชัดเจนมากขึ้น

อิงโกะ: น่าจะเป็นความไม่ย่อท้อค่ะ ถ้าเรามีความฝัน แล้วเราพยายามทำมันอย่างเต็มที่ มองกลับไปแล้วเราจะไม่เสียดาย ฝันแล้วเราไม่ได้คว้าโอกาสหรือทำมันอย่างเต็มที่จริงๆ วันหนึ่งโอกาสมาแล้วตัวเราไม่พร้อม ความฝันก็จะยังเป็นแค่ความฝันอยู่อย่างนั้น ดังนั้น อยากทำอะไรก็ทำไปเลย เพราะเราจะกลับไปแก้ไขที่ผ่านมาไม่ได้แล้ว

 

TPco: มีอะไรอยากบอกแฟนๆ บ้าง

อิงโกะ: ขอบคุณ PiXXeL ค่ะ PiXXeL เป็นส่วนประกอบสำคัญมากๆ ที่ผลักดันพวกเราให้เป็นที่รู้จัก ให้คนได้รู้จักตัวตนและเพลงของเรา

มาเบล: สิ่งที่ PiXXeL ทำให้ PiXXiE เห็นหมด…ทุกการกระทำเลยค่ะ ขอบคุณที่ฟังเพลงของเราค่ะ อยากให้เป็นอย่างนี้ไปนานๆ นะคะ

พิมมา: รู้สึกโชคดีมากๆ และขอบคุณที่รักเราแบบที่ไม่มีเงื่อนไขและขอบคุณที่ทำให้รู้สึกว่าพวกเราได้รับความรักมากขนาดนี้ค่ะ ทุกครั้งที่เจอกับ PiXXeL เหมือนได้ชาร์จพลัง ได้สื่อสารในสิ่งที่เราอยากจะมอบให้จริงๆ ขอบคุณจากหัวใจของพวกเราทั้งสามคนมากๆ ที่ตั้งใจรักพวกเราขนาดนี้ สัญญาว่าจะตั้งใจทำงานเพื่อทุกๆ คนแบบนี้ต่อไปค่ะ

Author

กฤษณา คชธรรมรัตน์

Author

นักเขียนที่ให้ความสนใจกับทุกเรื่องบนโลก อย่างละนิดอย่างละหน่อย บ่อยครั้งจึงวาร์ปไปเขียนเรื่องโน้นเรื่องนี้อย่างสนุกสนาน

Author

อำพน จันทร์ศิริศรี

Photographer

ช่างภาพอิสระมากว่า 30 ปี...ที่คร่ำหวอดกับการถ่ายภาพรายการทีวีต่างๆ เช่น The Voice, The Rapper, The Stars Idol เป็นต้น และถ่ายภาพคอนเสิร์ตต่างๆ