Playground

ปลูกฝันบนหญ้าเทียม
ประตูสู่โอกาสของเด็กๆ บ้านหินขาว

วรากร เพชรเยียน 14 Nov 2023
Views: 2,037

Summary

จากพื้นที่สนามฟุตบอลหญ้าผสมดิน ผสมก้อนกรวด วันนี้เด็กๆ ในโรงเรียนบ้านบาตูปูเต๊ะกำลังจะได้สนามฟุตบอลหญ้าเทียมสีน้ำเงินใหม่ จากโครงการ 100 สนามฟุตบอล สร้างพลังเยาวชนไทย เป็นสนามบนเกาะ และเป็นสนามที่จะสานฝันเด็กๆ บนเกาะลิบงให้ก้าวไปสู่โอกาสทางด้านกีฬาฟุตบอล

ทะเลอันดามันอาจเป็นสถานที่ท่องเที่ยวขึ้นชื่อทางภาคใต้ แต่น้อยคนนักจะรู้ว่าแถบนี้มีหมู่บ้านแห่งหนึ่งที่เด็กๆ กำลังรอคอยให้ใครสักคนมองเห็นความสามารถพวกเขาอยู่…

ในหมู่บ้านที่ชื่อ “บาตูปูเต๊ะ” บนเกาะลิบง จังหวัดตรัง มีโรงเรียนบ้านบาตูปูเต๊ะ โรงเรียนขยายโอกาสที่กำลังสอนหนังสือเด็กๆ ในพื้นที่ และคุณครูที่มอบโอกาสด้านกีฬาฟุตบอลให้กับเด็กทั้งหญิงและชาย ฝึกซ้อมกันบนสนามหญ้าคลุกดิน คลุกฝุ่น แต่ตอนนี้ชีวิตของพวกเขากำลังจะเปลี่ยน ประตูแห่งโอกาสเปิดออกแล้วด้วยสนามฟุตบอลสีน้ำเงิน สนามที่ 89 โดย คิง เพาเวอร์ ไทย เพาเวอร์ พลังคนไทย ในโครงการ 100 สนามฟุตบอล สร้างพลังเยาวชนไทย

วันนี้เราได้มาพูดคุยกับคุณวิสุทธิ คงเหล่า หรือคุณครูสุทธิ ครูจิตอาสาของโรงเรียน ที่เป็นคนสำคัญคอยโค้ชชิ่งฟุตบอลให้เด็กๆ ในโรงเรียนบ้านบาตูปูเต๊ะ ซึ่งการได้รับสนามหญ้าใหม่ในวันนี้นอกจากจะเป็นความฝันของเด็กๆ แล้ว ยังเป็นความฝันของคุณครูและชาวบ้านในชุมชนด้วย

 

บ้านหินขาวแห่งเกาะลิบง

“บาตูปูเต๊ะ” ชื่อหมู่บ้านแห่งนี้เป็นภาษามลายู คำว่า บาตู หมายถึง หิน ส่วน ปูเต๊ะ หมายถึง ขาว      ว่ากันว่าบนเกาะลิบงมีหินสีขาวเป็นจำนวนมากจึงเป็นที่มาของชื่อ “บาตูปูเต๊ะ”

หมู่บ้านแห่งนี้ตั้งอยู่บนเกาะลิบง เกาะที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดตรัง งดงามด้วยภูเขาและผืนทะเลอันดามันล้อมรอบ มีชื่อเสียงในภูมิปัญญาการทำปลาส้ม เป็นการนำปลาที่อยู่ในสภาพเกือบเน่ามาหมักเพื่อรักษาสภาพเนื้อปลาโดยใช้เกลือสมุทรที่หาง่ายในพื้นที่ แต่ถึงจะมีชื่อเสียงในด้านการทำปลาส้ม และอยู่บนเกาะที่สวยงาม ริมทะเลขึ้นชื่อของไทย ในด้านการศึกษาและกีฬาของเด็กๆ ในพื้นที่ก็ยังห่างไกลจากคำว่า “พัฒนา”

ที่โรงเรียนบ้านบาตูปูเต๊ะ เรามีสนามฟุตบอลที่มันไม่สมบูรณ์ เป็นสนามหญ้าผสมดินและก้อนหิน พอฤดูแล้งก็เป็นฝุ่น ทำให้เด็กไม่สบาย ฤดูฝนสนามก็แฉะเป็นโคลน การฝึกซ้อมก็ลำบากที่นี่มีทีมฟุตบอลของโรงเรียนทั้งทีมหญิงและทีมชาย ที่ผ่านมาทุกคนฝึกซ้อมในสภาพพื้นสนามแบบที่คุณครูสุทธิใช้คำว่า “ตามมีตามเกิด” อุปกรณ์ใดๆ ก็ไม่พร้อม ทำให้เด็กๆ ไม่ได้รับการพัฒนาอย่างเต็มที่ที่จะสานฝันพวกเขาในเส้นทางนี้ และแม้จะเป็นสนามภายในโรงเรียนก็ยังเป็นพื้นที่ของชุมชนให้ผู้ใหญ่เข้ามาเล่นฟุตบอลตอนเย็นด้วย

“เราเป็นโรงเรียนที่ห่างไกลจากตัวเมืองเพราะเป็นเกาะต้องนั่งเรือข้ามฝั่ง และด้วยโรงเรียนยังต้องพัฒนาอะไรหลายอย่าง การจะนำงบประมาณมาปรับปรุงก็ต้องดูที่ความจำเป็นก่อน” สนามฟุตบอลเลยไม่ได้เป็นตัวเลือกแรกๆ ในการพิจารณาปรับปรุง

ขอบคุณภาพจากโรงเรียนบ้านบาตูปูเต๊ะ

 

สนามฟุตบอลสีน้ำเงินในบ้านหินขาว

หลังจากฝึกซ้อมกันในสภาพแวดล้อมที่ไม่พร้อมมานานนับสิบปี ตั้งแต่คุณครูสุทธิยังเด็ก วันนี้ชีวิตของเด็กๆ และคนในชุมชนกำลังจะเปลี่ยน หลังจากคุณครูพละของโรงเรียนเขียนเรื่องราวของโรงเรียนบ้านบาตูปูเต๊ะนำเสนอจนได้เป็นหนึ่งใน 100 โรงเรียนใน “โครงการ 100 สนามฟุตบอล สร้างพลังเยาวชนไทย” โดย คิง เพาเวอร์ ไทย เพาเวอร์ พลังคนไทย ซึ่งงานนี้ใช้เวลากว่าห้าเดือนในการสร้างเพราะการขนส่งบนเกาะไม่ง่ายเลย

“งานนี้ยากลำบากมากครับ เพราะต้องลงเรือยนต์มา การขนส่งก็ยากลำบากเพราะมีพายุ ที่เกาะลิบงฝนมันเยอะ ไม่ว่าจะรถหรือเรือมันยากลำบากมาก ท่าเรือของเราก็ไม่ได้มาตรฐานเหมือนที่อื่นๆ จะเข้ามาจอดก็ต้องดูเวลาน้ำทะเลขึ้นลง” ระหว่างที่กำลังก่อสร้าง คุณครูสุทธิก็ต้องย้ายเด็กๆ ไปฝึกซ้อมฟุตบอลกันที่โรงเรียนอื่น

ในที่สุดวันที่ 26 ตุลาคม 2566 ที่ผ่านมา การสร้างสนามหญ้าก็เสร็จสิ้น เปิดให้เด็กๆ และผู้ใหญ่ในชุมชนได้ทดลองเล่นก่อนเปิดสนามจริงในวันที่ 13 พฤศจิกายน 2566 จากฝันที่ไม่กล้าฝันกลับกลายเป็นฝันที่เป็นจริง

 

สนามหญ้าเทียม ความสุขที่รอคอย

ตอนที่เด็กๆ ได้เห็นสนามหญ้าเทียมสร้างเสร็จ แต่ละคนรู้สึกยังไงบ้าง?

ผมอยากให้มาดูด้วยตัวเอง ถ้าพูดถึงความรู้สึกมันยิ่งใหญ่สำหรับพวกเขามาก สำหรับสนามนี้ มันเป็นความฝันมานาน พอเล่นฟุตบอลก็มีความฝันอยากจะเตะสนามดีๆ ได้มาตรฐาน พอได้มาแบบนี้ก็รู้สึกดีใจมาก ขนาดตอนนี้ช่วงปิดเทอม เด็กๆ ได้ลงไปเล่นตอนเช้า ช่วงหกโมงถึงเก้าโมงเช้า พอให้พัก บ่ายโมงก็รีบมากันแล้ว พวกเขาอยากเล่นต่อ”

สำหรับคุณครูสุทธิเอง การได้เห็นโรงเรียนและชุมชนมีสนามฟุตบอลใหม่ก็ยิ่งมีความสุข “มันเป็นความโชคดีมากๆ สำหรับเกาะลิบงและเยาวชนที่เราได้สนามได้มาตรฐานแบบนี้ ถ้าเราพลาดโอกาสครั้งนี้ ตัวผมเองชีวิตนี้คงจะไม่มีสนามดีๆ แบบนี้บนเกาะ แต่ทางคิง เพาเวอร์มองเห็นความสำคัญของเด็กไทยมาตลอด ตั้งแต่เขาแจกสนามแรกแล้ว จนมาถึงที่เกาะลิบง พอเราได้เป็นหนึ่งในร้อย มันเป็นอะไรที่คาดไม่ถึงมากๆ”

หลังจากเด็กๆ เพิ่งจะได้ทดลองเล่นฟุตบอลในสนามใหม่ คุณครูสุทธิเล่าว่าเขาเห็นถึงการพัฒนาของเด็กๆ ได้ชัดเจน และความฝันของเด็กๆ ก็ชัดขึ้นหลังจากที่เลือนลาง

“พวกเขามีแรงผลักดันมาก จากที่เคยฝันไว้ว่าเราจะมีโอกาสติดสโมสรหรือเข้าโรงเรียนที่สนับสนุนด้านฟุตบอลเด็กๆ ก็มีความหวังมากขึ้น”

 

มากกว่ากีฬาคือชีวิต คืออนาคตที่ไปต่อได้

การได้สนามฟุตบอลใหม่ไม่เพียงทำให้ความฝันของเด็กๆ เด่นชัดขึ้น มีความหวังมากขึ้น แต่ในด้านสังคมและการมั่วสุม กีฬาก็ช่วยดึงให้เด็กๆ เหล่านี้กลับมาอยู่ในร่องในรอยเหมือนคำพูดที่ว่า กีฬาต้านยาเสพติดได้

“บางทีการที่สนามมันไม่พร้อม ซ้อมกันแบบตามมีตามเกิดก็ทำให้บางคนเริ่มปลีกตัวออกจากกลุ่มไปเข้ากลุ่มอื่น ตอนนี้เราได้สนามมาแล้วก็มีสองสามคนที่กลับมาซ้อม อีกหนึ่งอย่างที่เขากลับมาคือซ้อมแล้วเราไปแข่งขันจริง ไม่ใช่ซ้อมแล้วกลับบ้าน ผมไม่ทิ้งพวกเขา เรามีโปรแกรมการแข่งขันทำให้เด็กมีความหวัง”

นอกจากการมั่วสุมแล้ว เรื่องการติดเกมของเด็กก็เป็นเรื่องที่คุณครูและผู้ปกครองหวังว่าจะลดลงด้วย เพราะตอนนี้พวกเขาได้สนามฟุตบอลใหม่เป็นกิจกรรมสร้างสรรค์ให้เล่นแล้ว

และเพราะสนามหญ้านี้ไม่ใช่แค่สนามหญ้าของโรงเรียน แต่เป็นสนามหญ้าของชุมชนด้วย การดูแลรักษาจึงเป็นเรื่องสำคัญ “มันเป็นสนามในนามชุมชน ทุกคนก็มีสิทธิ์ที่จะได้เล่น เราก็ต้องแบ่งเวลาให้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่เล่นด้วย ซึ่งผมก็จะคุยกับเด็กทุกวันทั้งก่อนและหลังซ้อมว่า สนามนี้ไม่ได้เป็นของใครทั้งนั้น แต่เป็นของเราทุกคน เพราะงั้นเราทุกคนต้องช่วยกันดูแลเหมือนกับสมบัติของเราเอง เหมือนสิ่งของที่เรารัก” แล้วสนามหญ้าแห่งนี้ก็จะอยู่ได้อีกนาน สานฝันจากรุ่นสู่รุ่น

วันนี้ถึงเวลาที่ต้องลบภาพเก่าแล้วใส่ความฝันสีสดเข้ามาแทนที่ บางทีสนามหญ้าแห่งนี้อาจเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวที่ยิ่งใหญ่ เป็นจุดเริ่มต้นของนักกีฬาทีมชาติสักคนหรือเป็นคนที่จะเข้ามาสานฝันต่อให้กับเด็กๆ ในพื้นที่ต่อไป แต่ที่เรารู้ได้ในวันนี้คือเด็กๆ ในหมู่บ้านบาตูปูเต๊ะ เกาะลิบง พวกเขาได้มีสนามหญ้าเทียมไว้ฝึกซ้อมและสานฝันของตัวเองแล้ว

 

ปักหมุดจุดเช็กอิน-แชะรูป-ท่องเที่ยวใกล้เคียง

• อควาเรียมชุมชน ไม่ใช่อควาเรียมตู้ปลากระจกขนาดใหญ่หรืออุโมงค์ยักษ์ แต่เป็นพื้นที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำและสัตว์นานาชนิดในกระชัง ซึ่งเราจะได้เห็นสัตว์ทะเลอย่างใกล้ชิดพร้อมได้สูดกลิ่นน้ำทะเลธรรมชาติ

• สะพานหลีกภัย หรือหอคอยชมพะยูน เกาะลิบงเป็นพื้นที่ที่มีพะยูนอาศัยเป็นจำนวนมาก สะพานที่ยื่นออกไปในทะเลแห่งนี้จึงเหมาะอย่างยิ่งที่จะไปชื่นชมพะยูน หรือชื่นชมความสวยงามของเกาะลิบง

• เขาบาตูปูเต๊ะ ยอดเขาสูงตระหง่านมองจากด้านนอกก็สวยงาม หรือใครชอบการปีนเขาก็สามารถปีนขึ้นไปชมความงามจากด้านบนได้ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวขึ้นชื่อในชุมชน

Author

วรากร เพชรเยียน

Author

อดีตแอร์โฮสเตสผันตัวมาเป็นนักเขียน ผู้หลงใหลศิลปะและการเดินทาง นิยมการบอกรักประสบการณ์ผ่านตัวหนังสือ

Author

บริษัท เอ็กเปิร์ดคิด จำกัด

Photographer

การรวมตัวของคนโปรดักชั่น ที่ยังเชื่อในพลังสร้างสรรค์ เราจึงคิดและผลิตงานศิลปะทุกรูปแบบ