Passion

‘The Humble’ วงอ่อนน้อมถ่อมตน
แต่ไม่อ่อนข้อให้ความฝัน

อลิษา รุจิวิพัฒน์ 15 Nov 2022
Views: 1,688

ถ้าอ่านแค่สตอรี่ของวง ‘The Humble’ โดยที่ยังไม่เคยเห็นการแสดงของพวกเขา คุณอาจนึกภาพไปว่าวงดนตรีประจำโรงเรียนมหาวชิราวุธ จังหวัดสงขลา ที่มีอายุกว่า 20 ปี มีสมาชิกรุ่นใหม่เข้ามาสานต่อความฝันของนักดนตรีรุ่นเก่า พวกเขาจะมีสไตล์การเล่นดนตรีที่ต้องสืบทอดความขลังจากรุ่นพี่หรือเปล่านะ? 

ไหนจะชื่อวงว่า ‘The Humble’ ที่แปลว่า “ความอ่อนน้อมถ่อมตน”  ชื่อที่ได้รับการตั้งจาก
ฯพณฯ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ในฐานะศิษย์เก่าของโรงเรียน ความที่เป็นวงในตำนานอาจทำให้คิดไปว่า หรือนี่จะเป็นวงที่ performance ดี แต่เป็นแบบ traditional ก็เป็นได้

ผิดคาด! The Humble ที่ปรากฎตัวบนเวทีการประกวด THE POWER BAND 2022 ซีซั่น 2 สนามสงขลา จัดโดยวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับ คิง เพาเวอร์ ไทย เพาเวอร์ พลังคนไทย คือ 12 สมาชิกเลือดใหม่ของวงที่สามารถสร้างตำนานบทใหม่ให้กับวง ด้วยการพาทีมเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศในรายการแข่งขันนี้ วงได้รับคอมเมนต์ของคณะกรรมการเป็นเอกฉันท์ ถึงความแปลกใหม่ในการนำเสนอ แนวเพลงในสไตล์ Fusion New Soul ที่คณะกรรมการก็บอกว่า “ไม่คาดคิดว่าจะได้เห็นในสนามภาคใต้” แล้วในที่สุด The Humble ก็คว้ารางวัลชมเชยมาได้สำเร็จ

เราชวน 6 คนตัวแทนสมาชิกของ The Humble มาพูดคุยกัน ทั้ง ต้า – ภพ ช่วยคง (กีตาร์)
อันดา – ภูเมศ ภูมิสมบัติ (อัลโต้แซกโซโฟน) คิม – นฤภัททร์ รัตนี (กลอง) รวมทั้ง แนน – สโรชา คงเขียว เฟิร์ส – ปัณชญา คนคล่อง และ ปุ๋มปิ๋ม – กานดิศา มานีมาน (สามนักร้อง)

 

เวลาไม่ตรงกัน แต่เป้าหมายเดียวกัน 

ต้า – ก้องภพ ช่วยคง มือกีตาร์ (ซ้ายในภาพล่าง) ที่ถูกยกตำแหน่งให้เป็นบอสใหญ่ของวง และยังเป็นหัวแรงสำคัญที่ปลุกปั้นชวนเพื่อนที่มีฝันเดียวกันให้มาประกวด THE POWER BAND ในปีนี้

ต้าเล่าว่า ด้วยความที่ The Humble เป็นวงดนตรีโรงเรียน สมาชิกในวงมีค่อนข้างเยอะ และการประกวดครั้งนี้ยังเลือกที่จะสร้างความแตกต่างด้วยการชวนสมาชิกจากวงโยธวาทิตมาร่วมด้วย ทำให้การรวมตัวเพื่อซ้อมกันนั้น…ยากแสนยาก “ด้วยความที่เราเป็นโรงเรียนประจำจังหวัด ทั้งวงดนตรีหลักและวงโยธวาทิตต่างก็ต้องออกงานบ่อย ทำให้เวลาที่มาร่วมตัวกันซ้อมน้อยมาก ผมแก้ปัญหาด้วยการแยกกันซ้อมท่อนของตัวเอง พอมีเวลาก็ค่อยมาปรับจูนกัน”

บอสใหญ่ของวงคนนี้ไม่ได้มีดีแค่การโซโลกีตาร์ แต่ยังทำไลน์ประสานเสียงให้กับนักร้องในวงด้วย   “ผมจะให้เฟิร์ส (ร้องนำ) มาร้อง แล้วก็ให้แต่ละคนไปแกะเพลง ถ้าพร้อมเมื่อไรก็มาร้องให้ผมฟัง”

เห็นบนเวทีสามสาวคอรัสเสียงสวยของวง เฟิร์ส – ปัณชญา คนคล่อง (กลางในภาพล่าง) ปุ๋มปิ๋ม – กานดิศา มานีมาน (ขวาในภาพล่าง) และ แนน – สโรชา คงเขียว (ซ้ายในภาพล่าง) ร้องไลน์ประสานกันได้กลมกลืนเป็นลมหายใจเดียวกันขนาดนี้ เฟิร์ส พี่ใหญ่ของทีมคอรัสและยังเป็นมือขวาคนสำคัญวงเล่าความลับให้เราฟัง “ก่อนหน้านี้พวกเราเคยเป็นคู่แข่งกันด้วยนะคะ (หัวเราะ) เคยประกวดร้องเพลงลูกทุ่งเวทีเดียวกับแนนตอน ม.ต้น ด้วยค่ะ”

ส่วนเรื่องเทคนิคการร้องและการซ้อมในพาร์ตคอรัส เฟิร์มจะทำหน้าที่เป็นคนช่วยดีไซน์การร้องให้กับทีมและคอยหาลูกเล่นใหม่ๆ มาให้กับน้องๆ ได้ทดลองกันด้วย “ก่อนซ้อมเราจะวอร์มเสียงกันก่อน แล้วค่อยเอาไลน์ร้องประสานที่อัดเสียงกับต้ามาร้องตาม เราจะจำได้ว่าตรงไหนร้องยังไง ช่วยแนะนำแนนกับปุ๋มปิ๋มได้ว่าต้องปรับตรงไหน” เฟิร์ส เล่าวิธีการซ้อมของทีมคอรัส

เมื่อถามเทคนิคการวอร์มเสียงและรักษาเสียงให้ใสปิ๊ง เฟิร์สเฉลยว่า “ก่อนขึ้นเวทีเราจะกินกล้วยกันค่ะ (หัวเราะ) เราได้เทคนิคมาจากพี่นนท์ (นนท์ ธนนท์) ว่ากินกล้วยแล้วจะลื่นคอ มันเวิร์กจริงๆ นะคะ”

ส่วน อันดา – ภูเมศ ภูมิสมบัติ หัวหน้าทีมเครื่องเป่า (ซ้ายในภาพล่าง) เป็นคนช่วยเล่าเสริมว่า พวกเขาต้องมาซ้อมกัน หลังจากเลิกซ้อมวงโยฯ แล้ว “เวลาไม่ตรงกันเลยครับ เพราะพวกผมก็ยังต้องซ้อมกับวงโยฯ อยู่ด้วยทุกวัน เลยต้องเพิ่มเวลาซ้อมสำหรับวงส่วนนี้เข้าไปอีก วิธีที่ใช้คือเริ่มไล่เล่นเพลงไปทีละห้องทีละเนื้อเพลงจนกว่าจะแม่น พอมีเวลาก็ไปซ้อมร่วมกันวงแล้วต้าจะมาช่วยปรับอีกที” อันดาสารภาพว่าถึงจะเหนื่อยแต่ก็สู้ไม่ถอย เพราะชอบที่ได้เล่นเพลงป็อป อีกทั้งปลายทางคือการได้ขึ้นเวทีแข่งขันร่วมกันเพื่อนในวง

ด้าน คิม – นฤภัททร์ รัตนี มือกลองร่างเล็กพลังล้น (คนขวาในภาพบน) ที่เข้ามาเป็นสมาชิกวงตั้งแต่ ม.1 จนตอนนี้กลายเป็นรุ่นพี่ ม.4 ที่ใช้เวลาพัฒนาฝีมือหลังเลิกเรียนทุกวัน และมีต้า บอสใหญ่ของวงคอยช่วยเหลือมาโดยตลอด

ต้าเล่าเสริมว่า ทุกครั้งที่ร่วมตัวกันได้แบบครบทีม สัดส่วนของการซ้อมในความเป็นจริงจะอยู่ที่ 80% ที่เหลือคือคุยเล่นไร้สาระ แต่ต่อให้หลุดโฟกัสไปขนาดไหน ก่อนแยกย้ายทุกครั้งจะต้องมีการทำ ‘ลายเคง’ ด้วยกัน

“ภาษาบ้านๆ เรียกว่า เอามั่วครับ เช่น แนวที่เราเล่นตามงานต่างๆ แนวเร็กเก้ แนวสามช่า ก็จะเอามาเล่นกันสนุกๆ เหมือนมาทำลายความเครียดกันให้ทุกคนผ่อนคลาย”

เคล็ดลับความเก๋าบนเวที “เล่นดนตรีให้เหมือนวันสุดท้าย” 

ทุกคนในทีมเล่าคล้ายๆ กันว่า ช่วงแรกๆ ที่ร่วมวงเพื่อลงแข่งรายการนี้ บางคนเพิ่งจะเข้ามาเป็นสมาชิกได้ไม่นาน ไหนจะความห่างชั้นของประสบการณ์และสไตล์การซ้อมที่ต่างกัน ทำให้ช่วงแรกต้องปรับตัวกันเยอะมากๆ ต้องล้อมวงเปิดใจกันจริงจัง โยนคอมเมนต์ให้กันแบบไม่กั๊ก และช่วยกันแก้ไขข้อผิดพลาด

ต้ามาเล่าเสริมว่า ช่วงโควิด-19 ทำให้วงไม่ค่อยได้มาร่วมตัวกันเท่าไร เมื่อกลับมาเลยเหมือนต้องมาปรับจูนกันใหม่ แต่โชคดีที่ทุกคนรักดนตรีเหมือนกัน และก็อยากจะทำให้เต็มที่ที่สุด “ผมบอกทุกคนในทีมว่า ทุกครั้งที่ขึ้นเวทีเล่นดนตรีให้เหมือนว่านี่คือวันสุดท้ายที่จะได้เล่น ดังนั้นเต็มที่ไปเลย เอาให้สุด มีเท่าไรก็จัดให้เต็ม”

แต่เมื่อเราถามว่า แล้วบนเวทีแต่ละคนรู้สึกอย่างไรบ้าง ต้า หัวเราะเขินๆ ก่อนจะตอบว่า “ผมคิดว่าผมจะโซโลผิดหรือเปล่า เพราะท่อนโซโลของผมยากมาก เป็นแนวที่ผมเพิ่งฝึกและได้ใช้เวทีนี้เวทีแรก”

เฟิร์ส บอสฝั่งคอรัสบอกว่า ด้วยความที่เธอชอบเต้นเป็นชีวิตจิตใจ อินเนอร์ตอนอยู่บนเวทีคือ “วันนี้ฉันจะเป็นเกิร์ลกรุ๊ป ตอนอยู่บนเวทีเลยใส่เต็มค่ะ รู้สึกว่าเราขึ้นเวทีด้วยความสุขจริงๆ ก่อนขึ้นเวทีมีกังวลนิดๆ แต่พอดนตรีขึ้นมาก็ทิ้งทุกอย่างแล้วทำหน้าที่ของตัวเองให้ดี”

ปุ๋มปิ๋ม นักร้องสาวเสียงสวยบอกว่าเธอตื่นเต้นมากๆ ถึงแม้จะเคยผ่านการประกวดมาแล้วแต่เวทีใหญ่ขนาดนี้คือเวทีแรก! “ตื่นเต้นมากค่ะ เพราะเป็นคนเต้นไม่เก่ง กังวลว่าจะเต้นผิด แต่พอฟีลลิงของวงมันไป แวบหนึ่งรู้สึกสบายใจขึ้นมา ความกังวลก็หายไปกลายเป็นสนุกทันที”

ไม่เฉพาะแต่สมาชิกในกลุ่มนักร้องคนอื่นๆ แต่ แนน สาวน้อยตาคมก็สารภาพเหมือนกันว่าแอบกังวลเรื่องท่าเต้นเหมือนกัน “กลัวเต้นผิดค่ะ (หัวเราะ) ส่วนเรื่องคอรัสก็กังวลนิดๆ เพราะตอนซ้อมก็โดนพี่เฟิร์สคอมเมนต์บ่อยๆ แต่ก็พยายามเอาข้อผิดพลาดมาแก้ไข ซ้อมเยอะๆ สุดท้ายก็ไม่มีอะไรผิดพลาด ลงเวทีคือโล่งมาก”

อันดา ช่วยเล่าว่าได้คุยกับเพื่อนๆ ในทีมเครื่องเป่า ทุกคนคิดเหมือนกันว่าตอนอยู่บนเวทีไม่ได้กังวลอะไร แต่จะคิดแค่ว่าจะต้องทำโชว์ให้ดีที่สุดเพื่อคนดู ในขณะที่ คิม มือกลองหนึ่งเดียวของวงยืดอกรับแบบแมนๆ ว่า “กลัวผิดครับ เพราะซ้อมทุกครั้งก็ไม่เหมือนกันสักครั้ง แต่พอเห็นว่าเพื่อนๆ บนเวทีเต็มที่ ผมก็ใส่เต็มเหมือนกัน แต่สารภาพครับ ผมโซโลไม่เหมือนกันสักรอบ ให้เล่นใหม่ตอนนี้ก็ไม่เหมือนบนเวทีครับ (หัวเราะ)”

 

วงที่เข้าตา (กรรมการ) ในสายตาของสมาชิกในวง 

มากไปกว่าความเก๋าที่ส่งต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่นรวมถึงแนวเพลงในสไตล์ Fusion New Soul แนวดนตรีที่มีความซับซ้อนและไม่ค่อยเห็นแนวดนตรีลักษณะนี้ทางภาคใต้เท่าไร และยังมีการนำเครื่องเป่าเข้ามาผสมผสานกลายเป็นความแตกต่างที่โดดเด่นจนเข้าตากรรมการ แต่เมื่อถามสมาชิกแต่ละคนในวงว่าอะไรคือจุดเด่นของ The Humble จนทำให้ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศและคว้ารางวัลชมเชยมาครองได้

คิม ยกมือตอบทันทีว่า “หัวหน้าวงครับ เพราะเป็นคนตามผมซ้อมตลอดเวลาเลยครับ” ส่วนอันดามองว่า ความสามัคคีคือสิ่งที่ทำให้วงโดดเด่น “วงเราอยู่กันเป็นครอบครัวครับ มีอะไรก็ช่วยเหลือกัน ต้องขอบคุณต้าด้วยครับที่คอยช่วยเหลือทุกคน”

สามสาวคอรัสขอยกเครดิตให้กับทีมของตัวเอง “ทีมนักร้องของเราเข้ากันได้ดีมากๆ ไม่ใช่แค่บนเวทีนะคะ แต่ปกติพวกเขาก็สนิทกันมากๆ มีอะไรก็คุยกันได้ กล้าคอมเมนต์กันและรับฟังกัน ทั้งเรื่องเพลงและเรื่องส่วนตัว มันเลยทำให้เราพัฒนาไปด้วยกันค่ะ” เฟิร์ส กล่าว โดยอีกส่วนสำคัญที่ทุกคนเห็นพ้องต้องกันคือ “ความเป็นพี่เป็นน้อง” ที่ถือได้ว่าเป็นหัวใจหลักของโรงเรียน และส่งผ่านมายังวงดนตรีของโรงเรียน เพราะรุ่นพี่ทุกคนจะต้องดูแลให้คำแนะนำและเป็นที่ปรึกษาของน้องๆ ทำให้ทุกคนช่วยส่งเสริมซึ่งกันและกัน จนสร้างวงดนตรีที่มีความสามัคคีนั่นเอง

Dream it, Do it พิชิตฝันแบบยกทีม 

ท้อเป็นเรื่องธรรมดา เหนื่อยล้าจนอยากจะทิ้งความฝันเป็นเรื่องปกติ แต่สำหรับพวกเขา “ความฝัน” สำคัญกว่าที่จะยอมแพ้ อันดา บอกว่า “ทุกครั้งที่เหนื่อยและท้อ จะฟังเพลงที่ชอบ หรือถ้าเมื่อไรรู้สึกว่าความกลัวกำลังคืบคลานเข้ามา เขาจะใช้การซ้อม ซ้อม และซ้อม เป็นเครื่องมือกำจัดความกลัว”

“หาต้นแบบให้เจอค่ะ” เฟิร์สบอกเคล็ดลับความกล้าที่จะทำตามความฝัน “หนูชอบศิลปินเค-ป็อปมาก เวลาดูพวกเขาบนสเตจ ดูเขามั่นใจและมีออร่า ทำให้เรามีเป้าหมายและอยากจะตั้งใจซ้อมเพื่อเป็นให้ได้เหมือนเขาค่ะ”

ปุ๋มปิ๋ม บอกว่า “มองทุกอย่างเป็นประสบการณ์ใหม่ๆ จากเวทีนี้ก็เหมือนกัน ถึงจะตื่นเต้นทุกครั้งแต่ก็พยายามทำให้ดีที่สุด ยิ่งเราขึ้นเวทีบ่อยเท่าไร เราก็ยิ่งมั่นใจมากขึ้น กล้ามากขึ้น” ส่วนแนน บอกว่า “ตอนแรกหนูเป็นคนไม่กล้าเลยค่ะ จนได้มาอยู่กับเฟิร์ส และเห็นว่าเขามีความมุ่งมั่นมากๆ ทำให้เรากล้าแสดงออกมากขึ้นโดยไม่รู้ตัว เขามีพลังบวกส่งมาให้เราตลอด”

สำหรับต้า เขามองว่าทุกโอกาสคือบันไดไปสู่ความฝัน โดยเฉพาะเรื่องที่พวกเขาเป็นเด็กต่างจังหวัด เวทีใหญ่ระดับประเทศไม่ได้มีมาบ่อยๆ “ผมพูดแทนเด็กภาคใต้ทุกคนเลยนะครับ เชื่อว่าทุกคนมีของและพร้อมจะทำตามความฝัน ต้องขอบคุณการประกวดที่มอบโอกาสดีๆ ให้พวกเราสามารถทำตามความฝันได้ พวกเราจะดูแลและทำโอกาสเหล่านั้นให้ดีที่สุด”

ในฐานะของคนสัมภาษณ์ที่ได้เห็นแววตาและน้ำเสียงของน้องๆ ทั้ง 6 ตัวแทนของ
วง The Humble เราเชื่อหมดใจเลยว่า พวกเขาจะไม่ละทิ้งโอกาสดีๆ ที่ได้รับมาอย่างแน่นอน 

Author

อลิษา รุจิวิพัฒน์

Author

มนุษย์ที่ชอบทำงานตามโจทย์แต่ชอบใช้ชีวิตตามใจ หวั่นไหวกับของเล่น การ์ตูน ร้านหนังสือ ดิสนีย์แลนด์ และฝันว่าสักวันจะได้ไปเยือนสวนสนุกทั่วโลก

Author

บริษัท เอ็กเปิร์ดคิด จำกัด

Photographer

การรวมตัวของคนโปรดักชั่น ที่ยังเชื่อในพลังสร้างสรรค์ เราจึงคิดและผลิตงานศิลปะทุกรูปแบบ