Summary
พาไปรู้จักคนเก่งผู้คิด ผู้ผลิต และผู้พัฒนาสุดยอด ‘นวัตกรรม’ เครื่องหยอดขนมครกอัตโนมัติแบบ 28 หลุม ที่ช่วยให้การทำขนมครกง่ายยิ่งขึ้นและรสชาติอร่อยคงที่เหมือนกันทุกชิ้น กับความตั้งใจที่อยากจะช่วยให้คนไทยมีอาชีพและมีรายได้จากการขายขนมครก และความใฝ่ฝันที่จะพาขนมครกของไทยให้เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก
จากที่ครั้งหนึ่งขนมครกไทยกลายเป็น ‘ฟีเวอร์’ ยอดฮิตที่อเมริกา มาถึงกระแส Soft Power ที่ขนมไทย 3 ชนิดติดอันดับ Top100 ‘แพนเค้ก’ แสนอร่อย! และแน่นอนมีขนมครกเป็นหนึ่งในนั้นด้วย จนวันนี้คนไทยสามารถหยอดขนมครกด้วยเครื่องหยอดอัตโนมัติได้สำเร็จแล้วให้ทั่วโลกตะลึง

จากจุดเริ่มที่เพื่อแก้ไขปัญหาในการขายขนมครกในร้านของตัวเอง ไปสู่การต่อยอดธุรกิจแฟรนไชส์ด้วยเครื่องหยอดขนมครกอัตโนมัติเป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการต่างให้ความสนใจ เพราะหยอดทีเดียว…28 หลุม สุก…อร่อย พร้อมขาย! ในเวลาอันรวดเร็ว
ณัฐฐาพร ซ่องผม ทายาทรุ่นที่ 2 ของจิตร ขนมครก ร้านขนมครกแสนอร่อยเจ้าดังแห่งเมืองระยอง คือพลังคนไทยผู้อัปเลเวลให้ขนมครกไทยก้าวไกลไปอีกขั้น ไม่ใช่เพียงแค่ความอร่อยและความฮิตของขนมครกเท่านั้น แต่เป็นสิ่งประดิษฐ์ที่อำนวยความสะดวกและมีประโยชน์มาก อย่างเครื่องหยอดขนมครกแบบ 28 หลุม!!! นอกจากจะเป็นครั้งแรกแล้ว ยังเป็นสิ่งประดิษฐ์ที่อะเมซิงมาก ทำให้ Thaipower.co ต้องชวนคุณเบ้บ พลังคนไทยต้นเรื่องนี้ มานั่งคุยถึงนวัตกรรมของอุปกรณ์ชิ้นนี้กันเลย
เรียกได้ว่าคุณเบ้บเกิดและเติบโตมาข้างเตาขนมครกเลยก็ว่าได้ เพราะเห็นพ่อแม่ประกอบอาชีพขายขนมครกมาตลอด และตัวคุณเบ้บเองก็ทำขนมครกเป็นมาตั้งแต่เด็ก จนต่อยอดไปสนใจด้านการทำอาหารและขนมอื่นๆ ด้วย “ตั้งแต่ประมาณ 8 ขวบ เบ้บชอบลองทำอาหารใหม่ๆ ให้ที่บ้านกิน เป็นเมนูที่คิดขึ้นมาเอง และได้รับคำชม เลยทำให้สนุกกับการทำอาหาร แถมที่บ้านทำร้านอาหารมาตลอด เราเลยคลุกคลีกับเครื่องครัวมาตั้งแต่เด็ก และรู้สึกสนุกเวลาทำอาหาร”

“เครื่องหยอดขนมครกของเราเป็นไอเดียที่ยังไม่มีใครทำมาก่อน
เราทดลองและแก้ปัญหามาหลายครั้งมาก กว่าจะใช้งานได้จริง
มันเป็นผลลัพธ์จากความพยายามที่บ้านของเราภูมิใจมาก”
ณัฐฐาพร ซ่องผม ทายาทรุ่นที่ 2 ของจิตร ขนมครก
ผู้พัฒนาเครื่องหยอดขนมครกอัตโนมัติ
ขยับขยายและเติบโต
แรกเริ่มร้านจิตร ขนมครกนั้นขายอยู่ตามตลาดนัดในจังหวัดเลย ต่อมาก็ได้ย้ายภูมิลำเนามาอยู่ที่จังหวัดระยอง และยังคงยึดอาชีพขายขนมครกอยู่เช่นเดิม เมื่อมาอยู่ระยองก็มีแผงประจำอยู่ที่ตลาดไนท์ บาร์ซ่า และขายดิบขายดีจนขยับขยายมาเป็น 7 เตา จ้างพนักงานมาช่วยขาย และมีถึง 3 สาขา แต่ก็ประสบปัญหา เพราะว่าเปลี่ยนพนักงานบ่อยและรสชาติของขนมครกไม่คงที่
“ขนมครกเป็นขนมที่ค่อนข้างจะทำยาก สำหรับคนที่ไม่เคยทำมาก่อนก็จะใช้เวลาฝึกฝนค่อนข้างนาน ในการที่จะหยอดให้เท่าๆ กัน ทุกหลุม เพื่อให้รสชาติขนมครกออกมาตามสูตรที่คิดไว้” ฉะนั้นเมื่อใช้แรงงานคนรสชาติขนมจึงไม่คงที่ หวานไปบ้าง จืดไปบ้าง นี่คือปัญหาที่ทางจิตร ขนมครก พบเจอมาตลอด

จากการเจอปัญหาสู่การแก้ปัญหา
จากปัญหาที่ทำขนมครกได้ไม่ทันขายและรสชาติของขนมไม่คงที่จึงนำมาสู่การปิ๊งไอเดียในการแก้ปัญหา “จุดเริ่มต้นของเครื่องหยอดขนมครกนี้ เกิดมาจากที่พ่อชอบประดิษฐ์ข้าวของเครื่องใช้ในบ้าน ตอนที่เราขายขนมครกไม่ทัน พ่อก็เลยลองประดิษฐ์เครื่องหยอดขึ้นมาใช้เอง ตอนแรกหน้าตาไม่ได้เป็นแบบนี้”
ตอนนี้คุณเบ้บกำลังเรียนทางด้านบริหาร ที่สถาบันวิทยาการประกอบการแห่งอโยธยา หรือ IESA (Institute of Entrepreneurial Science Ayothaya) “หนูเรียนบริหารอยู่ และชอบตั้งคำถามกับพ่อว่า มันเป็นแบบนี้ได้หรือเปล่า เรามีไอเดียแล้วให้พ่อไปทดลองทำดูว่ามันทำได้จริงหรือเปล่า”
“ตอนแรกเราทำเพื่อใช้เองที่ร้าน ไม่ได้ตั้งเป้าว่าจะทำเครื่องหยอดขนมครกออกมาขาย แค่อยากหาเครื่องมือที่จะมาแก้ปัญหาที่เราเจอ แต่หลังจากนั้นก็คิดว่า สิ่งนี้มันน่าจะขายได้ เพราะร้านขนมครกร้านอื่นๆ ก็น่าจะเจอปัญหาแบบเดียวกับที่เราเจอ เลยปรึกษากับพ่อแล้วลองผลิตออกมา 1 ล็อต ก็ได้รับเสียงตอบรับค่อนข้างดี แต่กว่าจะออกวางขายได้ เราใช้เวลาในการพัฒนามาเรื่อยประมาณ 5 ปีได้”

เทคนิคการทำขนมครก
โดยใช้เครื่องหยอดแบบง่ายๆ สไตล์จิตร ขนมครก
การทำขนมครก มี 2 ส่วนสำคัญคือ แป้งและกะทิ
• ตวงแป้งตามสูตรหยอดเข้าไปในเครื่องก่อน
จากนั้นยกเครื่องทำขนมครกออก ร่อนแป้งให้เต็มกระทะ
• รอจนแป้งสุก จากนั้นหยอดกะทิตามลงไป
• เครื่องหยอดนั้นทำได้ทั้งแบบโบราณแคะทีละฝา
หรือแบบเป็นแผ่นเดียวกันทั้งถาด

ร้านจิตร ขนมครก เลือกทำเป็นแบบถาด เพราะถ้าแคะทีละฝาจะไม่ทันขาย
เลยต้องยกมาทั้งถาดเพื่อความรวดเร็ว
Suggestion
เจอปัญหาใหม่ๆ ให้เรียนรู้
แม้ว่าจะผลิตเครื่องหยอดขนมครกออกมาขายหลายล็อตแล้ว แต่ก็มีปัญหาใหม่ๆ ที่เข้ามาท้าทายอีกจนได้
“ปัญหาที่เจอยกตัวอย่างเช่น ขนาดของเตาขนมครก เครื่องหยอดของเราจะใช้งานกับเตาขนาด 28 หลุม ก็คิดว่าน่าจะใช้ได้กับเตาทุกแบบแล้ว เตาขนมครกของร้านเรามีขนาด 32 เซนติเมตร แต่บางทีก็มีเตา 28 หลุม ที่มีขนาด 30 เซนติเมตรด้วย ลูกค้าก็สามารถส่งเครื่องกลับมาให้เราปรับจูนให้เข้ากับขนาดเตาของเขาได้ เราก็ปรับเครื่องให้ตรงกับขนาดหลุมของลูกค้า นี่ก็ถือเป็นความรู้ใหม่ เพราะเราก็ไม่เคยเจอเตาขนมครกขนาด 30 เซนติเมตรมาก่อน”


จากขนมไทยก้าวสู่ความเป็นอินเตอร์
ขนมครก ขนมหวานที่คนไทยคุ้นเคยกันดี เป็นที่นิยมสำหรับชาวต่างชาติมากขึ้นทุกที และมีร้านอาหารไทยในต่างประเทศสั่งซื้อขนมครกแบบแช่แข็ง เพื่อไปใช้เป็นเมนูของหวานในร้านอาหารกันเยอะขึ้น
“ตอนแรกที่โพสต์ขายเครื่องไป ลูกค้าส่วนใหญ่จะมาจากบริษัทแช่แข็งที่ส่งขนมครกแช่แข็งไปต่างประเทศ ตอนแรกเรายังไม่ได้โพรโมตมาก แค่โพสต์รูปลงเพจอย่างเดียว แต่หลังจากนั้นมีรายการมาถ่าย เลยมีพ่อค้าแม่ค้ารายย่อยมาซื้อเครื่องกันมากขึ้น”
สำหรับร้านอาหารไทยในต่างประเทศที่ซื้อเครื่องหยอดขนมครกไปก็จะทำขนมครกได้ง่ายขึ้น “ร้านอาหารในต่างประเทศเขาไม่เคยทำขนมครกมาก่อน แต่พอซื้อเครื่องหยอดของเราไป ก็จะช่วยแก้ปัญหาทุกจุดที่เกิดขึ้นได้ คนที่ไม่เคยทำขนมครกมาก่อน ก็สามารถนำเครื่องนี้ไปเปิดร้านได้เลย รสชาติก็จะอร่อยคงที่”
นี่สินะ อีกหนึ่ง Soft Power ของไทยที่จะแพร่หลายไปไกลทั่วโลก ชวนอ่านเรื่องตามรอย ‘แพนเค้ก’ สัญชาติไทยอร่อยๆ ในย่านรางน้ำ คลิกที่นี่เลย
ชวนชิมขนมครกไทยที่ย่านรางน้ำ
• ขนมครกไทยแท้ดั้งเดิม
ที่ ขนมครกประมวล มีศิลป์
เสิร์ฟขนมครกฉบับกรอบนอกนุ่มในสไตล์ “ขนมครกร่อน”
ต้นตำรับความอร่อยระดับตำนาน
มีทั้งหน้าต้นหอม ข้าวโพด เผือก หรือลำไย (ตามฤดูกาล)

ช่วยคนไทยให้มีอาชีพ
นอกจากการประดิษฐ์เครื่องหยอดขนมครกไว้ใช้เองและจำหน่ายแล้ว อีกหนึ่งความตั้งใจดีของจิตร ขนมครกก็คือสานต่อคนขายขนมไทย อย่างขนมครกให้แพร่หลาย ไม่แปลกที่ใครต่อใครให้ความสนใจเครื่องหยอดขนมครกนี้กันทั้งในไทยและต่างประเทศ
“เราอยากเปิดโอกาสให้พ่อค้าแม่ค้า คนที่อยากสร้างอาชีพ หรือว่าคนที่สนใจแต่ยังไม่เคยลองทำขนมครกมาก่อน ได้มีอาชีพที่สามารถสร้างรายได้”
เธอไม่ได้ขายเครื่องหยอดขนมในราคาหลักหมื่น…แต่ร้านขายแฟรนไชส์ขนมครกพร้อมนวัตกรรมอันน่าทึ่งนี้ “พอซื้อเครื่องหยอดในราคา 25,000 บาท ทางร้านก็จะสอนวิธีการทำขนมครก การใช้เครื่องหยอด และสอนสูตรขนมครกของเรา ที่ใช้กะทิสด ซึ่งจะได้ขนมมีความหอมของกะทิที่แตกต่างจากกะทิกล่อง บวกกับแป้งสูตรพิเศษที่เราพัฒนามาเรื่อยๆ เข้ากับกะทิได้ดี ที่สำคัญทำสดใหม่ทุกวันด้วย เราไม่ได้กลัวว่าคนจะมาเปิดร้านแข่งหรือแย่งอาชีพ แต่อยากให้คนไทยได้มีอาชีพที่สามารถสร้างรายได้เลี้ยงครอบครัวได้” ชวนอ่านเรื่องเยาวชนไทยคนเก่งที่คิดนวัตกรรม ข้าวหลาม DIY คลิกที่นี่
Thaipower.co: แพสชันที่คุณมองไกลไปในอนาคตคืออะไร?
ณัฐฐาพร: อยากทำร้านอาหารที่เป็นหน้าตาของประเทศไทยให้ชาวต่างชาติได้รู้จัก

อาจมีอุปกรณ์ใหม่ๆ อีกในอนาคต
ถึงแม้จะเป็นทายาทของร้านขนมครกก็ตาม แต่ทางบ้านก็ไม่ได้บอกให้คุณเบ้บกลับมาสานต่อธุรกิจที่ขายขนมครกของที่บ้าน “พ่อแม่ก็ให้โอกาสเราได้ทำในสิ่งที่เราอยากทำ สมมติว่าเบ้บมีแพสชันด้านความสวยความงามเขาก็พร้อมจะสนับสนุนให้เราไปทางนั้น แต่ตอนนี้ตัวเบ้บเองยังรู้สึกสนุกกับธุรกิจเกี่ยวกับอาหารอยู่ แล้วก็มีแพลนที่จะเปิดร้าน Product ที่เกี่ยวกับอาหารใหม่ๆ ในอนาคตด้วย”
“อีกสิ่งหนึ่งที่อยากทำคือ อยากผลิตเครื่องมือในการช่วยแก้ปัญหาในการทำอาหาร เหมือนกับเครื่องหยอดขนมครกนี่แหละ ยังมีไอเดียที่จะต่อยอดไปถึงเมนูอื่นๆ ด้วย”
ในชีวิตวัยรุ่นวัยเรียนรู้ ที่ได้ประสบการณ์ดีๆ จากการผลิตและจำหน่ายเครื่องหยอดขนมครก ที่ถือเป็นสิ่งที่มีค่าไม่น้อย “การที่ได้ผลิตเครื่องหยอดขนมครกนั้นทำให้เบ้บได้เรียนรู้เกี่ยวกับการออกแบบและการแก้ปัญหาในการทำงาน มีวิธีการในการทำงานที่เป็นระบบมากขึ้น มันเป็นประโยชน์ที่จะต่อยอดไอเดียใหม่ๆ และคิดถึงสิ่งที่เราอยากจะทำต่อไปในอนาคตให้เป็นระบบมากขึ้น”
ยังมีเรื่องของเยาวชนไทยขายขนมโตเกียวอร่อยๆ ที่โลกให้ความสนใจ คลิกอ่านที่นี่