Passion

อาคีโกะ โอเซกิ ลูกครึ่งไทย-ญี่ปุ่น
กับความสุขที่โปรยปราย

วรากร เพชรเยียน 16 Jan 2024
Views: 663

อาคีโกะจะรู้สึกว่าแค่สิ่งเล็กๆ น้อยๆ ที่ทำให้มีความสุขระหว่างทางมันก็แฮปปีแล้ว

เสียงหวานใสของคุณอาคีโกะ โอเซกิ กับมุมมองการใช้ชีวิตและการทำสิ่งที่รักมอบมุมมองใหม่ๆ ให้เราได้ฉุกคิด แม้จะไม่สามารถพูดได้เต็มปากว่าความต้องการทางกายภาพ ชื่อเสียง เงินทองไม่สำคัญเท่าความสุขทางใจ แต่การมีความสุขในสิ่งเล็กสิ่งน้อยในชีวิต ก็ถือว่าเป็นความหลงใหลได้เช่นกัน

นอกจากความหลงใหลในความสุขที่เป็นเรื่องทางใจแล้ว คุณอาคีโกะยังมีการทำงานในวงการเป็นสิ่งที่เธอหลงรักด้วย ซึ่งความน่ารักสดใสของเธอก็ทำให้เธอได้เผยโฉมทางหน้าจอทั้งโฆษณา ภาพยนตร์ รวมไปถึงการได้เข้ามาเป็นพิธีกรรายการผจญไทย กับ คิง เพาเวอร์ ไทย เพาเวอร์ พลังคนไทย ภายใต้คอนเซปต์ “THE POWER OF POSSIBILITIES ชีวิตไม่หยุดค้นหาความเป็นไปได้ ไปเยือนตำบลบ่อสวก จังหวัดน่าน พาทุกคนไปสัมผัสชีวิตเนิบ…เนิบของคนน่านอย่างแท้จริง

ถ้าไม่มีแพสชันเลย จะรู้สึกเหมือนเราใช้ชีวิตไปเรื่อยๆ

อาคีโกะไม่รู้ว่าเรามีเวลาอยู่นานแค่ไหน

ถ้ามีสิ่งที่ชอบ…อยากทำก็ทำไปเลย

ถ้ามันไม่ได้เดือดร้อนใคร ดูแลตัวเองได้ แค่นั้นก็พอแล้ว

อาคีโกะ โอเซกิ
พิธีกรรายการผจญไทย

 

บาลานซ์ชีวิตกับความมั่นคง

หากใครได้ติดตามหรือเห็นคุณอาคีโกะทางหน้าจออาจจะคิดไปว่าเธอคนนี้เป็นคนญี่ปุ่น แท้จริงแล้วคุณอาคีโกะเป็นลูกครึ่งไทย-ญี่ปุ่น ที่เกิดและเติบโตในประเทศไทย เธอเรียนจบจากคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน ภาคอินเตอร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แต่เพราะเป็นคนไม่ชอบงานประจำที่ต้องเข้างานเป็นเวลา ประกอบกับการได้รับโอกาสในงานแสดงมาตั้งแต่ยังเป็นวัยรุ่น เลยทำให้เธอผันตัวมาทางสายการแสดงตั้งแต่นั้น

งานในวงการจึงเรียกได้ว่าเป็นงานแรกที่เธอได้ทำและนั่นทำให้เธอหลงใหลในทันที “เราสนุกกับการได้เปลี่ยนบทบาท ในซีรีส์เรื่องนี้เราต้องแสดงเป็นใครบางคน คาแรกเตอร์ แบ็กกราวนด์ เป็นยังไง เราก็เหมือนได้ลองใช้ชีวิตเป็นคนๆ นั้น ซึ่งในชีวิตจริงมันเป็นไปไม่ได้ที่จะไปใช้ชีวิตเป็นใครที่ไม่ใช่เรา มันก็เลยเป็นอะไรที่สนุกและท้าทายดี” ซึ่งคุณอาคีโกะเคยผ่านมาทั้งงานโฆษณาและภาพยนตร์ ปัจจุบันเธอยังยึดอาชีพนักแสดงอิสระและเดินหน้าถ่ายทำซีรีส์เรื่องใหม่อยู่ด้วย

“เรื่องที่อาคีโกะถ่ายทำอยู่ตอนนี้จะเกี่ยวกับหมอ พอเราได้เข้าเซต เข้าไปในห้องผ่าตัดจริงๆ เราได้เรียนรู้ เห็นอุปกรณ์ที่หมอใช้ในการผ่าตัด แล้วมีคุณหมอคอยไกด์ มันเหมือนเราได้ความรู้ใหม่ไปด้วย มันเป็นเสน่ห์ของงานนะ”

ความหลงใหลในเสน่ห์ของงานแสดงทำให้เธอยังคงมุ่งมั่นทำงานด้านนี้ไปพร้อมกับการเป็นพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินของสายการบินแอร์เอเชีย ซึ่งตัวตนที่สดใสของเธอก็ตอบโจทย์ จนได้เข้ามาเป็นพิธีกรในรายการผจญไทยร่วมกับ คิง เพาเวอร์ ไทย เพาเวอร์ พลังคนไทย เดินทางไปที่ตำบลบ่อสวก จังหวัดน่าน

ไปน่านเนิบๆ กับความหลงใหลในธรรมชาติ

“เป็นงานที่สนุกมากและมันน่าสนใจตรงที่เราได้ไปทำในสิ่งที่เราไม่เคยทำ อย่างไปเก็บใบชาหรือกินอะไรที่ไม่เคยกินมาก่อน มีเมี่ยงคำ แล้วก็มีเมี่ยงอมที่ห่อเหมือนลูกอม ซึ่งเราไม่เคยกินและไม่เคยรู้ด้วยว่ามีเมนูแบบนี้ เราได้ความรู้เกี่ยวกับชุมชนที่เราไม่รู้ว่ามีกลุ่มพื้นเมืองแบบนี้ มีวัฒนธรรมความเป็นไทยแบบนี้นะ”

ครั้งแรกของคุณอาคีโกะกับการเป็นพิธีกรผจญไทยก็ได้เดินทางไปชื่นชมบรรยากาศธรรมชาติและเรียนรู้วิถีชีวิตของคนในชุมชนตำบลบ่อสวก จังหวัดน่าน ในคอนเซปต์ “THE POWER OF POSSIBILITIES ชีวิตไม่หยุดค้นหาความเป็นไปได้” ซึ่งเธอก็ได้ไปสัมผัสตั้งแต่วิถีชีวิต วัฒนธรรมอาหารพื้นบ้านอย่างเมี่ยงคำและเมี่ยงอมที่ใช้ใบชาอัสสัมมาทำเป็นใบเมี่ยงกินคู่กับเครื่องเคียงนานาชนิด นอกจากนี้เธอยังได้ไปเก็บชาอัสสัม ใช้เวลาดื่มด่ำไปกับธรรมชาติของจังหวัดน่านและที่เธอชื่นชอบอีกอย่างหนึ่งคือการได้ไปทำลิปบาล์มกับคุณนิกกี้ – ณัฐรุจี ชินสุขเสริม เจ้าของแบรนด์ SHEA U แบรนด์ลิปบาล์มจากจังหวัดน่าน

“พวกวัฒนธรรมหรืออะไรที่เกี่ยวกับคนพื้นเมืองหรืองานคราฟต์ อาคีโกะชอบมาก ซึ่งเราก็ได้ไปทำลิปบาล์มเป็นสิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อน แล้วก็ไปเก็บไขผึ้งที่ต้องใช้ในการทำลิปบาล์มด้วย มันก็เป็นผลิตภัณฑ์ออร์แกนิก เรารู้สึกว่าเราชอบวัฒนธรรม ชอบธรรมชาติ เพราะในชีวิตเราไม่ได้มีโอกาสได้สัมผัสกับสิ่งๆ นี้เท่าไร พอได้ไป ได้สัมผัส ได้เรียนรู้ก็มีความสุข”

ในการไปเยี่ยมเยือนจังหวัดน่านในครั้งนั้น สิ่งที่คุณอาคีโกะได้รับกลับมานั้นมากไปกว่าแค่การไปทำงาน แต่เป็นความสุขทางใจและเต็มไปด้วยเรื่องราวที่เธอหลงใหล ทั้งงานและอาหารการกิน

 

 

แอร์สาวกับแพสชันการท่องเที่ยวและการกิน

“ตอนนั้นกลับมาจากญี่ปุ่นด้วยและเราก็คิดว่าเราเริ่มมีอายุแล้ว ก็อยากหางานที่มั่นคง ประกอบกับอาชีพแอร์โฮสเตส เป็นอาชีพที่สนใจ เพราะมันไม่ใช่งานที่มีรูทีน อาคีโกะเคยทำงานมาก่อนแล้ว ก็รู้สึกว่าไลฟ์สไตล์ของเรามันไม่ตอบโจทย์กับการทำงานออฟฟิศ บวกกับการชอบเดินทาง ชอบเที่ยว”

การเป็นลูกเรือซึ่งเป็นอีกพาร์ตหนึ่งของชีวิตเธอ เป็นอาชีพที่ตรงกับความสนใจและหลงใหล ด้วยเป็นงานที่ไม่มีเวลาเข้างานตายตัว ตอบโจทย์ความเป็นคนชอบการเดินทางท่องเที่ยว ตื่นเช้าอยู่ที่นั่น ตอนเย็นกลับไปดินเนอร์ที่นี่ เป็นงานที่ยืดหยุ่นให้เธอได้บาลานซ์ชีวิตทั้งการเป็นลูกเรือไปพร้อมกับการพยายามเก็บประสบการณ์ ทำในสิ่งที่รักอย่างงานในวงการบันเทิง ซึ่งเธอมีอีกพาร์ตของการเป็นลูกเรือควบคู่กับการทำงานด้านอื่นๆ มาหลายปีแล้ว จนหยุดทำงานไปในช่วงที่มีสถานการณ์โควิด-19 และแม้ว่าตอนนี้สายการบินจะเริ่มเรียกตัวกลับไปทำงานแล้ว แต่เธอก็ยังคงอยากลองมุ่งหน้าทำงานด้านการแสดงต่อ

นอกจากเรื่องงานทั้งสองอย่างแล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่การเป็นแอร์โฮสเตสตอบโจทย์ของเธอยังเป็นการได้เดินทางท่องเที่ยวและได้กินอาหารอร่อยๆ ในสถานที่ต่างๆ ซึ่งเธอชื่นชอบเป็นอย่างมาก “มันเป็นแพสชันของเราที่ชอบกิน ชอบหาร้านอาหารแล้วก็เปลี่ยนไปเรื่อยๆ ถ้าเป็นอาหารไทยจะรสชาติค่อนข้างจัด อาคีโกะไม่กินอาหารเผ็ด ก็จะไปทางอาหารญี่ปุ่นมากกว่า เป็นซูชิ เนื้อย่าง แล้วก็ชอบคุชิอาเกะที่เป็นของทอดเสียบไม้”

ในทุกๆ สิ่งที่คุณอาคีโกะลงมือทำ ไม่ว่าจะเป็นงานแสดงในวงการ ถ่ายโฆษณา ซีรีส์ การเป็นลูกเรือของสายการบินแอร์เอเชีย หรือแม้กระทั่งการเป็นคนรักการเดินทางและอาหาร ทุกอย่างรวมเป็นหนึ่งสิ่งคือความสุขทางใจที่เป็นความหลงใหลที่ยิ่งใหญ่ที่สุด

ชีวิตที่โฟกัสกับตัวเองในปัจจุบัน

บางทีก็คิดว่าเราจะทำยังไงกับชีวิตดี ค่อนข้างที่จะมีความกังวลว่าสิ่งที่ทำอยู่มันโอเคแล้วใช่ไหม พอเรามองเพื่อนที่เขาทำงานออฟฟิศหรือมีธุรกิจของตัวเอง มันมั่นคง แต่สุดท้ายพอมาถามตัวเองว่าแล้วถ้าจะให้เราไปทำงานแบบนั้น เราทำได้เหรอ จะมีความสุขไหม ก็ได้คำตอบว่าก็คงไม่ เพราะงั้นอะไรที่เราสบายใจและเรามีความสุขก็ทำ ไม่ต้องคิดเปรียบเทียบกับใคร แต่ละคนมีชีวิตที่แตกต่างกัน

ทัศนคติและการมองโลกของคุณอาคีโกะจึงเป็นการโฟกัสที่การใช้ชีวิตอย่างมีความสุขในปัจจุบัน แม้จะไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าชื่อเสียง เงินทอง หรือความสำเร็จในด้านต่างๆ เป็นสิ่งสำคัญที่ขับเคลื่อนชีวิต แต่ความสุขระหว่างทางก็สำคัญไม่แพ้กัน บางทีการทำในสิ่งที่ตัวเองรักโดยที่ยังคงเลี้ยงดูตัวเองได้โดยไม่เดือดร้อนใครก็อาจเป็นคำตอบที่ดีในวันที่โลกหมุนเร็วจนหลายคนรู้สึกเหนื่อย วิ่งตามไม่ทันใคร

การใช้ชีวิตในทุกๆ วันถ้าเราไม่มีแพสชันเลย จะรู้สึกเหมือนเราใช้ชีวิตไปเรื่อยๆ อาคีโกะรู้สึกว่าเวลาที่เรามีอยู่ ไม่รู้ว่าจะมีนานแค่ไหน แต่ถ้ามีสิ่งที่ชอบ สิ่งที่อยากทำก็ทำไปเลย ถ้ามันไม่ได้เดือดร้อนใคร ไม่ว่าจะทำงานอะไรถ้าดูแลตัวเองได้ ไม่เดือดร้อนใคร อยากกินก็กินได้ เที่ยวก็ได้ แค่นั้นก็พอแล้ว

สำหรับหลายคนที่กำลังต่อสู้ดิ้นรนเพื่อสิ่งใดสิ่งหนึ่ง กำลังวิ่งแข่งกับเวลาและความสำเร็จของคนอื่น เงินทองและความสำเร็จอาจเป็นเป้าหมายสำคัญ แต่มุมมองของคุณอาคีโกะบอกเราเป็นนัยๆ ว่า บางทีเราอาจแค่ต้องตั้งไว้เป็นเป้าหมายระยะยาวแล้วให้ตัวเองได้มีโมเมนต์เก็บเกี่ยวความสุขระหว่างทางด้วย บางทีความสุขที่โปรยปรายก็อาจเป็นน้ำหล่อเลี้ยงจิตใจเพื่อให้เราเดินไปถึงเส้นชัยได้โดยที่ไม่หมดแรงและเหี่ยวเฉาไปเสียก่อน

 

มุมมองดีๆ ของคุณอาคีโกะ โอเซกิ

• ความสุขระหว่างทางสำคัญไม่แพ้ความสำเร็จที่ปลายทาง อย่าลืมที่จะปล่อยให้ตัวเองได้เก็บเกี่ยวความสุขที่กำลังโปรยปราย

• ทุกอย่างในชีวิตอาศัยปัจจัยหลากหลาย อาศัยจังหวะเวลา บางครั้งก็ดวงชะตา

• เมื่อโอกาสที่สำคัญในชีวิตผ่านเข้ามา อย่าลังเลใจที่จะคว้ามา

• ทำในสิ่งที่ตัวเองในวันพรุ่งนี้จะไม่เสียใจ

• ทำในสิ่งที่ตัวเองรัก ใช้ทั้งหัวใจและเหตุผลประกอบกัน

 

แวะไปชมและทำความรู้จักตัวตนของอาคีโกะผ่านรายการผจญไทย

 

Author

วรากร เพชรเยียน

Author

อดีตแอร์โฮสเตสผันตัวมาเป็นนักเขียน ผู้หลงใหลศิลปะและการเดินทาง นิยมการบอกรักประสบการณ์ผ่านตัวหนังสือ

Author

บริษัท ยานแม่ จำกัด

Photographer

เป็นโปรดักชั่น เฮาส์ ที่ไม่ได้คิดนอกกรอบ เเต่คิด...นอกโลก