People

รางวัลของหัวใจครูอาสา
‘วิสุทธิ คงเหล่า’ โค้ชบอลเด็กบ้านบาตูปูเต๊ะ

วรากร เพชรเยียน 21 Nov 2023
Views: 4,044

Summary

มาทำความรู้จักครูจิตอาสาที่จะพาความฝันของเด็กๆ จากโรงเรียนบ้านบาตูปูเต๊ะ บนเกาะลิบง จังหวัดตรังให้เป็นจริง กับคุณครูสุทธิ – วิสุทธิ คงเหล่า ชายที่มีทั้งความรักในกีฬาฟุตบอลและหัวใจที่เปิดกว้าง กับความตั้งใจที่จะพาเด็กๆ บนเกาะไปเปิดโลกกว้าง

สำหรับบางคนการจะเริ่มต้นช่วยเหลือผู้อื่นอาจต้องรอให้ตัวเองพร้อมทั้งร่างกาย เงินทองและปัจจัยอีกมากมาย แต่บางครั้งกว่าถึงวันนั้นก็อาจจะช่วยไม่ทันแล้ว เรื่องราวของคนที่เราได้พูดคุยต่อไปนี้จึงเป็นเรื่องอีกมุมหนึ่งของคนที่ไม่ต้องรอให้มีพร้อมทุกอย่าง แต่ลงมือทำอะไรบางอย่างเพื่อเด็กๆ ในหมู่บ้านที่ยังขาดโอกาส

เราได้มาพูดคุยกับโค้ชสุทธิ – วิสุทธิ คงเหล่า อายุ 39 ปี คุณครูคนสำคัญของเด็กๆ ในโรงเรียนบ้านบาตูปูเต๊ะ บนเกาะลิบง จังหวัดตรัง คนสำคัญที่ช่วยเปิดโลกฟุตบอลให้กับเด็กๆ ในชุมชนได้ออกไปเห็นโลกกว้างของการแข่งขันและมีความฝันยิ่งใหญ่ และวันหนึ่งความสำเร็จของเด็กๆ ก็กลายมาเป็นรางวัลของหัวใจ

ผมทำอะไรแล้วมีความสุข ผมก็ไม่คิดถึงเรื่องที่เสียไป แต่สิ่งที่ผมได้กลับมาคือความสุข แค่นั้นเอง ประโยคสั้นๆ ของโค้ชสุทธิที่เป็นทั้งบทเริ่มต้นและบทสรุปของเรื่องราวครูจิตอาสา สอนเด็กๆ ในโรงเรียนขยายโอกาสบนเกาะลิบง เรื่องราวที่น้อยคนจะรู้ แต่เป็นโลกทั้งใบของเด็กๆ ในบ้านบาตูปูเต๊ะ

“อยากให้เด็กไปถึงจุดสูงสุดที่พวกเขาฝันไว้ครับ บางคนฝันอยากติดสโมสร ติดทีมชาติ

ผมฝันว่าครั้งหนึ่งจะได้เห็นพวกเขาวิ่งอยู่ผ่านจอทีวีแล้วมีธงชาติติดอยู่

วิสุทธิ คงเหล่า ครูและโค้ชฟุตบอล
โรงเรียนบ้านบาตูปูเต๊ะ จังหวัดตรัง

 

ความผูกพันจากศิษย์เก่า

“ผมเรียนจบมัธยม 3 จากโรงเรียนนี้ มีโอกาสไปเรียนต่อที่วิทยาลัยพลศึกษาจังหวัดตรัง แต่เรียนไม่จบก็ออกมาเรียนต่อสายอาชีพ จบ ปวช. ทางด้านช่างยนต์ แล้วก็ไปต่อ ปวส. ด้านคอมพิวเตอร์ พอจบแล้วก็กลับมาทำงานต่อที่บ้าน” ภาพโรงเรียนในสมัยก่อนก็เป็นภาพอาคารเรียนเก่าๆ เหมือนโรงเรียนชนบททั่วไป มีสนามฟุตบอลของโรงเรียนที่เป็นสนามหญ้าผสมดินผสมกรวด แต่เพราะความรักในกีฬาฟุตบอล โค้ชสุทธิก็ได้เป็นทั้งนักกีฬาของโรงเรียน ตำบล และจังหวัด

สมัยนั้นแม้จะมีครูสอนฟุตบอลแต่ก็ไม่ได้โอกาสออกไปแข่งข้างนอกเท่าไร เน้นแข่งกีฬาสี กีฬาอบต. ได้รับรางวัลมามากมาย ไม่ว่าจะรางวัลส่วนตัวหรือรางวัลระดับอำเภอ “ผมได้แชมป์กีฬาประเพณีจังหวัดมา 3 แชมป์ ระดับอำเภอได้รองแชมป์ 2 ครั้ง แต่ระดับอำเภอเราได้เป็นตัวแทนของตำบล ก็เป็นความภาคภูมิใจว่าได้ทำให้กับบ้านเกิดตัวเอง แชมป์จังหวัดเล่นให้กับทีมของที่บ้านโดยไม่ไปร่วมกับใคร ใช้ชื่อของเกาะลิบง เป็นแชมป์งานเฉลิมพระชนมพรรษา ปี 2561”

ขอบคุณภาพจากครูวิสุทธิ

กว่าเขาจะได้โอกาสแบบนั้นก็ต้องใช้ความสามารถเข้าแลกเพื่อให้ทุกคนมองเห็นว่าเด็กเกาะคนหนึ่งก็มีความสามารถและต้องการโอกาส และเพราะมองเห็นศักยภาพในตัวเด็กๆ โรงเรียนบ้านบาตูปูเต๊ะ จึงเป็นจุดเริ่มต้นให้มาเป็นครูจิตอาสาพาเด็กๆ ไปเปิดโลกฟุตบอล

สร้างโอกาสให้ศิษย์ เป็นหน้าที่ด้วยหัวใจของครู

 

ชีวิตของครูอาสา 6 ปี

“งานผมก็รับจ้างทั่วไป รับจ้างกรีดยาง ทำงานรับจ้างก่อสร้าง ผมไม่มีเงินเดือน ไม่มีรายได้จากการฝึกสอนอะไรเลย ไปแข่งก็ใช้ทุนส่วนตัวบ้าง จากผู้ปกครองบ้าง ช่วยๆ กัน” แม้โค้ชสุทธิจะมีงานครูจิตอาสาสอนเด็กๆ แต่ก็ต้องทำงานอื่นๆ รับจ้างเพื่อสร้างรายได้ระหว่างที่เด็กๆ เข้าเรียนด้วย ใช้วิธีการแบ่งเวลาให้เด็กๆ ได้มีเวลาเรียนเต็มที่และซ้อมเต็มที่

“ตอนเช้าก่อนทำงานหกโมงถึงแปดโมงก็ซ้อม แล้วไปทำงาน บ่ายสามครึ่งกลับบ้านเพื่อไปเตรียมตัวแล้วกลับมาสอนเด็กๆ ต่อ เพราะบ้านผมกับสนามบอลไม่ไกลกันมาก แค่อยู่คนละหมู่บ้านกัน”

ครูสุทธิเริ่มต้นเข้ามาสอนด้วยหัวใจที่รักและผูกพันกับบ้านเกิด ประกอบกับความรักในกีฬาฟุตบอลที่อยากส่งต่อความรู้ พาเด็กๆ ออกไปคว้าโอกาส ไปให้ได้ไกลมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ซึ่งตลอดระยะเวลาหกปีที่โค้ชสุทธิเป็นครูจิตอาสา แม้จะไม่ได้เป็นความสำเร็จยิ่งใหญ่ แต่ก็มีเด็กๆ ที่ได้ไปศึกษาต่อในโรงเรียนกีฬาที่สอบเข้าได้ด้วยความสามารถด้านกีฬาของเขา รวมถึงมีเด็กที่ได้เข้าไปเล่นในสโมสรเมืองตรังด้วย

งานที่ทิ้งไม่ได้ มีแต่ต้องไปต่อ

สำหรับบางคนอาจจะต้องรอให้ตัวเองพร้อมในหลายๆ ด้านก่อน แต่กับคุณครู อะไรเป็นจุดที่ทำให้เริ่มต้นทำสิ่งนี้?

“ฟังดูมันเป็นเรื่องตลก ผมมานั่งคิดเองก็เป็นเรื่องตลก มันเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้แต่ผมก็ทำมาแบบนี้ตลอด ผมก็บอกไม่ถูกว่าผมทำไปได้ยังไง บางทีผมก็คิดว่าผมบ้าหรือเปล่าที่ทำแบบนี้ แต่ถ้าคุณได้มาสัมผัสในความรู้สึกของผม ผมทิ้งพวกเขาไม่ได้ครับ”

แม้ว่าที่โรงเรียนบ้านบาตูปูเต๊ะจะมีครูพละศึกษา แต่ด้วยภาระหน้าที่ของครูที่มีมากมายก็อาจจะทำให้ไม่สามารถโฟกัสด้านกีฬาฟุตบอลกับเด็กๆ ได้อย่างเต็มที่ ครูสุทธิจึงเข้ามาเติมเต็มในส่วนนี้แทน ช่วยผลักดันเด็กๆ ในเส้นทางกีฬา เป็นเรื่องที่น่าชื่นชม จนโค้ชสุทธิได้ไปออกรายการ Super10 ที่เป็นเทปรายการเกี่ยวกับคุณครูสอนกีฬาบนเกาะ และเรื่องราวของโค้ชสุทธิก็ตรงเป้าเข้าประเด็นพอดี

 

สร้างความสำเร็จจากการส่งต่อโอกาสให้ผู้อื่น

 

ไม่คิดว่าตัวเองจะมีวันนี้เหมือนกันเพราะผมตั้งใจทำฟุตบอลสอนเด็กๆ ไม่ได้หวังอะไร แค่พวกเขาไม่ไปยุ่งกับยาเสพติด ร่างกายแข็งแรง มีโรงเรียนยอมรับในตัวพวกเขาก็พอ”

หลังจากโรงเรียนได้สนามหญ้าเทียมสนามที่ 89 จากโครงการ 100 สนามฟุตบอล สร้างพลังเยาวชนไทย โดย คิง เพาเวอร์ ไทย เพาเวอร์ พลังคนไทย แล้ว เด็กๆ ที่เคยหันเหไปเส้นทางอื่น เช่น เล่มเกมบ้าง เริ่มรวมกลุ่มกันทำกิจกรรมอย่างอื่นบ้างก็กลับมาเล่นฟุตบอลกันมากขึ้น ซึ่งเป็นเส้นทางที่ดีที่นอกจากจะทำให้มีสุขภาพแข็งแรงแล้ว ยังเป็นความหวังที่เด็กๆ จะได้ก้าวต่อในเส้นทางที่สร้างสรรค์และถูกต้องด้วย

 

ฟุตบอลและความฝันของโค้ชสุทธิ

มาถึงจุดนี้เราพบว่าในจิตใจที่เปิดกว้างของโค้ชสุทธิที่ต้องการช่วยเหลือเด็กๆ มีความรักในกีฬาฟุตบอลจนเต็มหัวใจ

“มันอธิบายไม่ถูกถึงความหมายของฟุตบอล มันอยู่ในสายเลือดผมไปแล้วครับ ผมว่ากีฬาฟุตบอลมันสร้างอะไรหลายอย่าง เช่น มิตรภาพ สุขภาพ ความคิด และการใช้ชีวิตในสังคม เพราะการได้เตะฟุตบอล เราได้เจอเพื่อนใหม่ สังคมใหม่ โลกใหม่ๆ ที่กว้างขึ้น สิ่งที่ผมได้รับมาจากฟุตบอล ไปเดินสายเราได้เจอกับเพื่อนใหม่ๆ ผู้ใหญ่ เจอกับโลกใหม่ๆ สิ่งที่เราไม่ได้เจอ มันให้เราเยอะมากสำหรับกีฬาฟุตบอล มันให้ทุกอย่างถ้าเราตั้งใจและพัฒนาตัวเองจริงๆ”

ตอนนี้ความฝันอย่างหนึ่งของโค้ชสุทธิสำเร็จแล้วด้วยการที่โรงเรียนได้มีสนามหญ้าใหม่ ซึ่งจะช่วยผลักดันให้โลกของเด็กๆ กว้างขึ้นอย่างที่โค้ชสุทธิตั้งใจไว้ “โลกมันพัฒนาไปทุกวัน เราอยู่เหมือนเมื่อก่อนไม่ได้ เราแข่งแค่กีฬาสี กีฬาตำบลไม่ได้แล้ว เราต้องพัฒนาให้เท่าทันโรงเรียนอื่นๆ ตำบลอื่น และจังหวัดอื่น เราต้องการให้พวกเขาก้าวไปได้ไกลที่สุด”

อีกมุมหนึ่งก็อาจหมายถึงความฝันอยากให้กีฬาฟุตบอลของประเทศไทยพัฒนามากขึ้น โค้ชสุทธิบอกกับเราว่าหากเป็นไปได้ก็อยากให้ประเทศไทยได้มีโอกาสพัฒนาให้เทียบเท่ากับประเทศในแถบเอเชียและก้าวไปสู่ฟุตบอลโลกได้ แต่หากถามถึงความฝันสำหรับเด็กๆ ที่โค้ชสุทธิดูแลอยู่ คงเป็นการได้เห็นเด็กๆ ก้าวไปสู่จุดที่สูงสุดของตัวเอง

“อยากให้เด็กได้ไปถึงจุดสูงสุดของพวกเขาที่พวกเขาฝันไว้ครับ บางคนอาจจะมีจุดเปลี่ยนของตัวเอง แต่ ณ เวลานี้พวกเขายังตั้งใจ ยังมีความฝันอยากติดสโมสร ติดทีมชาติ อยากเล่นฟุตบอล อยากให้ผมสอนอยู่ ก็ไม่มีอะไรมาก แค่ฝันว่าครั้งหนึ่งหรือโอกาสหนึ่งจะได้เห็นพวกเขาวิ่งอยู่ในหน้าจอทีวีแล้วมีธงชาติติดอยู่”

 

สร้างความสุขจากตัวเองด้วยปรารถนาสิ่งดีให้ผู้อื่น

 

เรื่องราวของโค้ชสุทธิมอบแรงบันดาลใจให้กับเราหลายอย่างตั้งแต่ตอนที่ได้พูดคุย ใจความสำคัญในนั้นคือ การช่วยเหลือผู้อื่นโดยไม่ต้องรอให้ถึงวันที่มีพร้อม และแม้จะไม่ได้เงินทองเป็นรางวัลตอบแทนแต่ได้อะไรที่เป็นมากกว่านั้น

เป็นเรื่องราวของคนที่เราเชื่อว่าวันหนึ่งจะมีเด็กสักคนที่โค้ชสุทธิเคยสอนได้ก้าวต่อในเส้นทางสายกีฬาและชื่อของโค้ชสุทธิจะเป็นหนึ่งในรายชื่อที่พวกเขารู้สึกขอบคุณจากใจ นี่น่าจะเป็นรางวัลที่ยิ่งใหญ่สำหรับใจคุณครูวิสุทธิ คงเหล่าแล้ว..

 

ถอดแนวคิดสร้างความสุขของหัวใจโค้ชสุทธิ

• “เราทำอะไรแล้วเรามีความสุข ผมก็ไม่คิดถึงเรื่องที่เราเสียไป” ความสุขสร้างขึ้นจากใจที่เป็นสุขไม่หวังสิ่งตอบแทน

• “อยากให้เด็กได้ไปถึงจุดสูงสุดของพวกเขาที่พวกเขาฝันไว้ครับ” ความสุขเกิดขึ้นเมื่อเราคาดหวังให้ผู้อื่นได้รับสิ่งที่ดี

• “ถ้าเป็นไปได้ก็อยากให้มีการสร้างสนามแบบนี้อีก อยากให้พื้นที่อื่นๆ โรงเรียนอื่นๆ ที่มีความต้องการ ได้สนามแบบนี้เช่นกัน” ความสุขคือการส่งต่อสิ่งดีๆ ให้กับผู้อื่น

•“ตอนนี้มีนักเรียนของเราเรียนอยู่ที่โรงเรียน อบจ. หนึ่งคน เคยได้ไปติดสโมสรเมืองตรังก็มีเหมือนกัน พวกเราแค่เริ่มต้นสร้างเด็กที่จะไปเรียนต่อข้างนอก”  ความสุขคือการยินดีกับความสำเร็จของผู้อื่น

• “เด็กของเรามีเด็กที่เล่นกีฬาแต่ไม่มีโอกาสให้พวกเขา ผมเลยต้องกลับมาแล้วสร้างโอกาสให้พวกเขา” ความสุขคือการสร้างความหวังและส่งต่อโอกาสให้กับคนอื่น

Author

วรากร เพชรเยียน

Author

อดีตแอร์โฮสเตสผันตัวมาเป็นนักเขียน ผู้หลงใหลศิลปะและการเดินทาง นิยมการบอกรักประสบการณ์ผ่านตัวหนังสือ

Author

บริษัท เอ็กเปิร์ดคิด จำกัด

Photographer

การรวมตัวของคนโปรดักชั่น ที่ยังเชื่อในพลังสร้างสรรค์ เราจึงคิดและผลิตงานศิลปะทุกรูปแบบ